
จีนช็อกหุ้นไทยช่วงสั้น
โลกตกใจจีนทำเซอร์ไพรส์ขึ้นดอกเบี้ย ไทยเก่งติดลบแค่ 1 จุด ต่างชาติขายหุ้นตราสารหนี้ร่วม 4,547 ล้าน คาดปรับฐานช่วงสั้น
โลกตกใจจีนทำเซอร์ไพรส์ขึ้นดอกเบี้ย ไทยเก่งติดลบแค่ 1 จุด ต่างชาติขายหุ้นตราสารหนี้ร่วม 4,547 ล้าน คาดปรับฐานช่วงสั้น
ธนาคารกลางจีนขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ทุบตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงระเนระนาด นำโดยดัชนีดาวโจนส์ดิ่ง 165 จุด หรือ 1.48% ราคาน้ำมันและราคาทองทรุด ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียมีทั้งปรับตัวขึ้นและลงคละกัน
ด้านตลาดหุ้นไทยเก่ง เปิดตลาดตกใจทิ้งของ กดระหว่างวันร่วงหนักถึง 10.15 จุด ก่อนมีแรงซื้อในช่วงบ่ายกระชากตลาดกลับมาปิด ติดลบเพียง 1.16 จุด ที่ระดับ 989.27 จุด ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายบางตา 26,619 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติ กลับมาขายหุ้นไทยอีกครั้ง 1,056 ล้านบาท และขายออกในตลาดตราสารหนี้ถึง 3,491 ล้านบาท ท่ามกลางเงินบาทแข็งค่าในช่วงปิดตลาด
นายสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้อำนวยการ อาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ ให้ความเห็นว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของจีนที่เหนือความคาดหมายของตลาดคาดว่าจะส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในระยะสั้น และกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบในเชิงลบระยะสั้น ได้แก่ กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (น้ำมัน เดินเรือ ถ่านหิน)
จากการศึกษาผลกระทบต่อตลาดหุ้นของจีนเองในช่วงเวลาที่ทางการจีนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปี 2547-2550 พบว่ามีการปรับตัวลดลงเพียงระยะสั้น สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวลดลงระยะสั้นตามตลาดหุ้นในภูมิภาค แต่ในครั้งนี้คาดว่าจะไม่รุนแรงเหมือนในช่วงเดือน ม.ค. ที่ทางการจีนมีการประกาศปรับขึ้นสัดส่วนเงินทุนสำรองครั้งแรกเดือน ม.ค. โดยในครั้งนั้นดัชนีลดลง 7.6% ส่วนในครั้งนี้คาดว่าดัชนีมีโอกาสปรับตัวลดลง 3-5% หรือบริเวณ 960-940 จุด แต่ระยะสั้นดัชนียังคงมีแนวรับสำคัญทางเทคนิค 975 จุด
นายสุกิจ กล่าวว่า แนะนำซื้อเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัว เน้นหุ้นกลุ่มการบริโภคและการลงทุนในประเทศ เช่น ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารกรุงไทย (KTB) บริษัทปูนซิเมนต์ไทย (SCC) บริษัท การบินไทย (THAI)
บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) และบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็ก กรุ้ป (MAJOR)
แหล่งข่าวนักลงทุนสถาบันเปิดเผยว่า ตลาดหุ้นอยู่ในช่วงการปรับฐาน อยู่ทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นเอเซีย ซึ่งเมื่อตลาดต่างประเทศไม่ดี ตลาดหุ้นเอเชียและไทยจะได้รับผลกระทบด้วย
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ตลาดหุ้นที่จะปรับตัวขึ้นทดสอบ 1,000 จุด เป็นเพราะสภาพคล่องที่ไหลเข้ามา ทำให้อัตราส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) ขณะนี้ประมาณ 12 เท่า ถือว่าสูง เทียบกับตลาดเพื่อนบ้าน
“อารมณ์ตลาดขณะนี้ถือว่ายังไม่เสีย ต่างชาติไม่ได้ถอนทุนออก” แหล่งข่าวเปิดเผย
ด้านบริษัท ไทยออยล์ (TOP) คาดแนวโน้มราคาน้ำมันในช่วงวันที่ 19-25 ต.ค. 2553 ว่า จะแกว่งตัวช่วง 80-85 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากค่าเงินสหรัฐน่าจะยังคงอ่อนค่าไปจนกว่าจะถึงการประชุมธนาคารกลางในช่วงต้นเดือน พ.ย.







