posttoday
จับตา...สงครามการค้าขยายวงสู่อิหร่าน เสี่ยงวิกฤตมั่นคงโลก

จับตา...สงครามการค้าขยายวงสู่อิหร่าน เสี่ยงวิกฤตมั่นคงโลก

13 สิงหาคม 2561

ก่อนจะไปถึงอิหร่านขอแตะให้เห็นภาพสงครามการค้า ซึ่งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผลักดันนโยบายสหรัฐมาก่อน

โดย ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย
 
ก่อนจะไปถึงอิหร่านขอแตะให้เห็นภาพสงครามการค้า ซึ่งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผลักดันนโยบายสหรัฐมาก่อน หรือ “America First” ทำตัวเป็นศาลเตี้ยไล่บี้ประเทศต่างๆ เพราะธุรกิจของสหรัฐแข่งขันไม่ได้มีการงัดมาตรการทางภาษีและการกีดกันทางการค้าออกมาสกัดไม่ให้สินค้าจากนอกประเทศเข้ามาแข่งขันในประเทศ มิฉะนั้นจะต้องแลกกับการลดหย่อนผ่อนปรนให้สินค้าสหรัฐ ซึ่งมีต้นทุนสูงเข้าไปจำหน่ายในประเทศได้ รายละเอียดต่างๆ ได้เคยเขียนไว้ในฉบับก่อนหน้านี้หากสนใจให้ไปหาอ่านเอาเอง
 
ที่ต้องจับตามองคือจีนเป็นกระดูกชิ้นโตไม่ยอมให้ทรัมป์เล่นงานฝ่ายเดียว เพราะแค่เริ่มต้นจากมาตรการกำแพงภาษีทั้งเหล็ก อะลูมิเนียม คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ จีนเสียหายเป็นเงินไทยประมาณ 1.86 ล้านล้านบาท เท่านั้นยังไม่พอประธานาธิบดี ทรัมป์ ยังขู่ว่าหากจีนไม่ยอมจะปรับภาษีเพิ่มเติมอีกและทบทวนข้อจำกัดไม่ให้บริษัทสหรัฐไปลงทุนในจีน งานนี้รัฐบาลปักกิ่ง โดย สีจิ้นผิง ประกาศมาตรการตอบโต้ด้วยการตั้งกำแพงภาษีสินค้าสหรัฐร้อยละ 25 ทั้งสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตรโดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ถั่วเหลือง ซึ่งจีนนำเข้าเป็นสัดส่วนมากที่สุด ผลกระทบจะย้อนกลับไปสู่กลุ่มเกษตรกรของสหรัฐ ซึ่งจะทำให้ราคาสินค้าตกต่ำกระทบฐานเสียงของทรัมป์โดยตรง
 
การห้ำหั่นระหว่างทรัมป์กับจีนและประเทศต่างๆ ขยายวงกว้างกระทบไปถึงกลุ่มประเทศอียู ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอาเซียน อย่าคิดว่าเรื่องพวกนี้ไกลตัว เพราะไทยส่งออกสินค้าในรูปวัตถุดิบให้กับจีนแล้วไปแปรรูปขายให้กับสหรัฐ เช่น ยางพารา ไม้ยาง แป้งมันสำปะหลัง ฯลฯ ผลข้างเคียงที่เห็นชัดคือราคาสินค้าเกษตรของไทยตกต่ำมาต่อเนื่องฉุดกำลังซื้อในประเทศเป็นปัญหาให้รองนายกฯ สมคิด แก้ไม่ตก ทำให้เศรษฐกิจฐานรากยังคงซึมต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะไทยแต่หลายประเทศรวมทั้งประเทศต่างๆ ในอาเซียนล้วนเจอหางเครื่องเข้าไปเต็มๆ จนองค์กรการค้าโลก หรือ WTO ทนไม่ไหวออกมาประณามสหรัฐว่าเป็นผู้ก่อชนวนบิดเบือนราคาอาจทำให้การค้าโลกชะลอตัว
 
ลำพังแค่ที่กล่าวก็หนักหนาต่อความเสี่ยงวิกฤตเศรษฐกิจโลกเท่านั้นยังไม่พอ ล่าสุดทรัมป์หันมาเล่นงานประเทศอิหร่านคู่กัดเก่าโดยใช้มาตรการแข็งกร้าวประกาศคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจรอบใหม่มีผลเป็นทางการตั้งแต่กลางสัปดาห์ที่แล้วและในเดือน พ.ย.นี้ จะเพิ่มมาตรการให้หนักกว่าเดิม โดยจะเข้มงวดกับทุกประเทศที่ค้าขายกับอิหร่าน ความกังวลคืออิหร่านเป็นผู้ส่งออกน้ำมันลำดับ 3 ของโลกย่อมกระทบต่อซัพพลายของน้ำมันโลก โดยสหรัฐประกาศว่า “ประเทศใดค้าขายกับอิหร่านเท่ากับไม่ต้องการค้าขายกับสหรัฐ” หรือทุกประเทศในโลกจะต้องไม่ทำธุรกิจใดๆ หรือมีความสัมพันธ์ทางการค้ากับอิหร่านโดยเด็ดขาด ซึ่งทรัมป์อ้างว่าทำเพื่อสันติภาพของโลกและอาจมีมาตรการทางทหารในการควบคุมเส้นทางการขนส่งน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งแน่นอนว่าเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของโลก
 
แต่การคว่ำบาตรอิหร่านรอบนี้ไม่ง่ายอย่างที่ผ่านมา เพราะกลุ่มอียูหรือสหภาพยุโรปไม่เล่นด้วยโดยก่อนหน้านี้ไม่พอใจสหรัฐที่ถอนตัวจากข้อตกลงลดนิวเคลียร์กับอิหร่าน ซึ่งกลุ่มอียูต่างให้คำมั่นไปแล้ว อีกทั้งสหรัฐเล่นงานเพิ่มภาษีจนทำให้การประชุม อี8 เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ล่มแบบไม่เป็นท่าจนผู้นำเยอรมนี ฝรั่งเศส แคนาดา ออกมาประณามแบบไม่ไว้หน้า ก่อนหน้านี้อียูเคยขอให้การคว่ำบาตรอิหร่านให้ยกเว้นบริษัทของสหภาพยุโรปเพราะเสียหายเกือบ 8 แสนล้านบาท แต่ทรัมป์ไม่ยอม
 
ล่าสุด อียูประกาศมาตรการปกป้องบริษัทต่างๆ ซึ่งได้รับความเสียหายจากการคว่ำบาตรสามารถเรียกร้องค่าเสียหาย ที่หนักกว่าเหมือนเป็นการประกาศสงครามการค้ากับสหรัฐคือ ห้ามบริษัทต่างๆ ของอียูปฏิบัติตามมติของสหรัฐในการคว่ำบาตรกับอิหร่านหากฝ่าฝืนบริษัทนั้นจะถูกอียูเล่นงาน คงต้องติดตามว่ามาตรการดังกล่าวจะเกี่ยวข้องทางอ้อมกับบริษัทต่างๆ ที่ส่งออกขายสินค้ากับสหภาพยุโรปว่าจะต้องปฏิบัติตามหรือไม่ ถึงตรงนี้ความขัดแย้งกลายเป็นสงครามการค้าโลกแบบสมบูรณ์ โดยมีประเทศจีนฝ่ายหนึ่ง อียูฝ่ายหนึ่ง พวกที่ทำตัวไม่ถูกคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ซึ่งเจอเข้าไปเต็มๆ แต่ความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลีทำให้ต้องพึ่งพาสหรัฐ
 
คงต้องติดตามใกล้ชิดถึงผลกระทบที่มีต่อไทย เพราะความขัดแย้งขยายวงไปกลุ่มต่างๆ มีการงัดมาตรการตอบโต้ทั้งด้านกำแพงภาษีและมาตรการกดดันแบบตาต่อตา กรณีของอิหร่านผูกโยงกับความมั่นคงด้านนิวเคลียร์และความมั่นคงด้านซัพพลายน้ำมัน อาจทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจของโลก ซึ่งมีความเปราะบางจากการฟื้นตัว กรณีไทยเป็นประเทศที่เศรษฐกิจขับเคลื่อนจากการส่งออกคงปฏิเสธไม่ได้ว่าอาจมีผลข้างเคียง แต่ราคาน้ำมันในตลาดล่วงหน้ายังคงนิ่งไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้กับเรื่องนี้ เพราะมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐอาจไม่สัมฤทธิผลจากการที่กลุ่มอียูไม่เล่นด้วย อีกทั้งนักเก็งกำไรอาจรอดูสถานการณ์แต่ผู้เชี่ยวชาญเขาบอกว่าโอกาสราคาน้ำมันจะกลับมาโด่งอีก
 
ประเด็นคือคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะคู่ขัดแย้งซึ่งแบ่งเป็น 3-4 ก๊วนล้วนเป็นลูกค้ารายใหญ่ของตลาดส่งออก ถึงแม้นไทยจะไม่ได้พึ่งพาน้ำมันจากอิหร่านเป็นหลักแต่ซัพพลายปริมาณน้ำมันที่หายไปอาจมีผลต่อราคา อีกทั้งสหรัฐกับสหภาพยุโรปจากคู่ซี้กลายเป็นคู่กัดอาจหาพรรคพวกให้มายืนข้างตน...งานนี้หลบลูกหลงให้ดีก็แล้วกันครับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ