
‘ทวาย-มะริด’ เมือง ศก.ในอนาคตของนักลงทุนไทย
เมียนมาเป็นหนึ่งในสมาชิกอาเซียนที่น่าจับตามองในทางเศรษฐกิจ
โดย ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง
เมียนมาเป็นหนึ่งในสมาชิกอาเซียนที่น่าจับตามองในทางเศรษฐกิจ เนื่องจากกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อบูรณาการเศรษฐกิจเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของภูมิภาคและของโลก ภายหลังปิดประเทศมานานหลายสิบปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษใหม่ๆ อาทิ เขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา (Thilawa SEZ) เขตเศรษฐกิจเจ้าผิว (Kyaukphyu SEZ) และเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย (Dawei SEZ) ที่กำลังจะเกิดขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติต้องการเข้าไปจับจองพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในเมียนมา
ที่ผ่านมาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย (DSEZ) ได้รับการจับตามองจากนักลงทุนไทยอย่างมาก เนื่องจากทวายเป็นเมืองที่มีที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ที่ดี อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากไทย หากมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมารองรับ ก็จะยิ่งทำให้การเดินทางมีควาสะดวกมากขึ้น หน่วยงานภาครัฐของเมียนมาจึงกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะถนนเพื่อรองรับ เช่น
1.เส้นทางถนนจากเมืองทวายไปเมืองมะริด ระยะทาง 260 กม. เป็นเส้นทางหลักเชื่อมเมืองทวายกับเมืองมะริด ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของตะนาวศรี รัฐบาลท้องถิ่นอยู่ระหว่างการปรับปรุงเส้นทาง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 3 ปี ทั้งนี้เมืองมะริดเป็นที่ตั้งของท่าเรือหลักภาคตะนาวศรี นอกเหนือจากท่าเรือทวายและท่าเรือเกาะสอง รวมทั้งมีศักยภาพและโอกาสการลงทุนสูงด้านการประมง ฟาร์มกุ้ง การท่องเที่ยว และไฟฟ้า
2.การปรับปรุงถนน 2 เลน (เชื่อมโยง DSEZ กับด่านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี) ระยะทาง 146 กม. ใช้เวลาเดินทาง 4 ชม. 30 นาที (และจากด่านพุน้ำร้อนไปกรุงเทพฯ ใช้เวลาอีกราว 2 ชม.) ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นสภาพถนนดินลูกรัง
นาย Phyo Win Tun รัฐมนตรีวางแผนและการคลังแห่งรัฐบาลภาคตะนาวศรี และรองประธานคนที่ 1 ของคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ได้นำคณะสำรวจถนน 2 เลนดังกล่าวเพื่อเตรียมปรับปรุง โดยจะให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อสร้างและปรับปรุง คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ปี และเมื่อแล้วเสร็จจะใช้เวลาเดินทางจาก DSEZ ไปกรุงเทพฯ เพียง 4 ชม.ครึ่งเท่านั้น
ถนนทั้งหมดเมื่อก่อสร้างเสร็จจะขยายโอกาสการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับเมียนมามหาศาล โดยเฉพาะในภาคตะนาวศรีที่เป็นคู่ค้าสำคัญของไทยตามแนวชายแดน ประชากร 70% ของตะนาวศรีทำธุรกิจด้านยาง น้ำมันปาล์ม เหมืองแร่ และการประมง ส่วน 30% ทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยว การค้า และอื่นๆ ปัจจุบันมีรถประจำทางระหว่างทวายกับด่านทิกิ-พุน้ำร้อน และสินค้าส่วนใหญ่ที่ภาคตะนาวศรีก็มาจากไทย นอกจากนี้ เมียนมาเตรียมปรับปรุงท่าอากาศยานตะนาวศรีให้เป็นท่าอากาศยานนานาชาติด้วย
จากพัฒนาการข้างต้น ภาคตะนาวศรีจึงกำลังได้รับการจับตาเนื่องจากมีโอกาสและสามารถสร้างความร่วมมือได้ในหลายสาขา อาทิ สาขาไฟฟ้า การประมง การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาลงทุนได้โดยรัฐบาลท้องถิ่นสามารถอนุมัติโครงการการลงทุนที่มีมูลค่าไม่เกิน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และโครงการไฟฟ้าที่ไม่เกิน 30 MW เข้ามาลงทุนได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
1.สาขาไฟฟ้า เนื่องจากไฟฟ้าในภาคตะนาวศรียังไม่เพียงพอ และยังมีความต้องการจากทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือน หากนักธุรกิจไทยสนใจลงทุนด้านไฟฟ้าก็สามารถเข้าไปลงทุนได้โดยเฉพาะในพื้นที่ขาดแคลน
2.สาขาการโรงแรมและการท่องเที่ยว การพัฒนาถนนและโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตจะทำให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น แต่ปัจจุบันภาคตะนาวศรียังมีโรงแรมที่รองรับได้ไม่เพียงพอ ทำให้โอกาสการลงทุนด้านโรงแรมคุณภาพ 2-4 ดาว ยังเข้าไปลงทุนได้ ขณะนี้ภาคตะนาวศรีมีโรงแรม 1,437 ห้อง ในขณะที่เดือน ม.ค.-พ.ย. 2560 มีนักท่องเที่ยวจำนวน 1.34 แสนคน นอกจากนี้รัฐบาลท้องถิ่นได้อนุมัติการลงทุนบนเกาะ 9 แห่งแล้ว จากทั้งหมด 800 เกาะที่มะริดและเกาะสอง จึงเป็นโอกาสที่นักลงทุนไทยจะพิจารณาเลือกพื้นที่ลงทุนได้ ทั้งนี้ภาคตะนาวศรียังขาดความรู้ด้านการบริหารโรงแรมอยู่มาก จึงเป็นโอกาสที่ภาคเอกชนไทยควรเข้าไปสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการในพื้นที่
3.สาขาการประมง รัฐบาลภาคตะนาวศรีมีนโยบายอนุรักษ์พันธุ์ปลา รวมทั้งรัฐบาลกลางเมียนมามีความต้องการความร่วมมือด้านการประมงกับไทย โดยภาคตะนาวศรีมีฟาร์มกุ้งที่ใช้เทคโนโลยีจากไทย และไทยสามารถเข้าไปลงทุนด้านฟาร์มกุ้งได้
ปัจจุบันการค้าชายแดน ณ จุดผ่านปรนพิเศษด่านสิงขร มีมูลค่าการค้าในปี 2560 รวม 510.58 ล้านบาท ซึ่งแม้จะยังไม่มากนัก แต่ก็เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ถึง 2 เท่า โดยมีสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ อาหารทะเล และสินค้าส่งออก ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค วัสดุก่อสร้าง อาหารกระป๋อง อาหารสัตว์ ยางมะตอยน้ำ และผลไม้ ทั้งนี้ภาคเอกชนไทยที่สนใจลงทุนขอรับทราบข้อมูลได้จากสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมภาคตะนาวศรี







