
หายนะหลังม่านเหล็กของเกาหลีเหนือ อาวุธนิวเคลียร์อาจปลุกซูเปอร์ภูเขาไฟ
“สวัสดี เจมส์ นี่ไคลฟ์นะ คุณเคยคิดจะไปเกาหลีเหนือสักช่วงสั้นๆ ไหม” บทสนทนาทางโทรศัพท์นี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2011
“สวัสดี เจมส์ นี่ไคลฟ์นะ คุณเคยคิดจะไปเกาหลีเหนือสักช่วงสั้นๆ ไหม” บทสนทนาทางโทรศัพท์นี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2011 หนึ่งสัปดาห์ต่อมา นักธรณีวิทยาชาวอังกฤษ 2 คน คือ เจมส์ แฮมมอนด์ และไคลฟ์ ออพเพนไฮม์เมอร์ ก็อยู่ในประเทศที่เข้าถึงยากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก หลังได้รับคำเชิญที่ไม่เคยมีมาก่อนจากรัฐบาลคอมมิวนิสต์โดยตรง ใต้ดินที่เริ่มสั่นสะเทือนกำลังคุกคามเกาหลีเหนือทั้งประเทศ เนื่องจากเป็นการเดินทางสั้นๆ ทั้งแฮมมอนด์และออพเพนไฮม์เมอร์จึงไม่มีเวลาคิดมากนักว่าพวกเขาจะต้องไปทำอะไร แต่เมื่อแฮมมอนด์ก้าวออกจากเครื่องบินที่เปียงยาง เขาก็ทั้งสงสัยและเป็นกังวล
ทั้งคู่พักในเมืองหลวงของเกาหลีเหนือเพียงช่วงสั้นๆ ทันทีที่มาถึง ก็มีนักธรณีฟิสิกส์ นักแผ่นดินไหววิทยา และนักภูเขาไฟวิทยาของเกาหลีเหนือราว 30 คน บินขึ้นเหนือร่วมกับเขาไปยังเทือกเขาชางไปอันยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างจีนกับเกาหลีเหนือ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟชื่อเพคทู (Mount Paektu) ด้วย
ถ้าคุณไม่รู้จักภูเขาไฟเพคทูก็ไม่แปลก ภูเขาไฟนี้อาจเป็นหนึ่งในซูเปอร์ภูเขาไฟ 25-30 ลูกของโลกที่สงบอยู่และเรารู้จักน้อยที่สุด ซูเปอร์ภูเขาไฟคือภูเขาไฟที่มีศักยภาพจะพ่นแม็กมา ได้มากกว่า 1,000 ลูกบาศก์กิโลเมตร ทำให้เกิดเถ้าถ่านสูงถึง 25 กิโลเมตรในอากาศ
ภูเขาไฟเพคทูไม่ได้ระเบิดรุนแรงมาตั้งแต่ปี 946 ประวัติศาสตร์ จึงมีจำกัดมาก อย่างไรก็ตาม ภูเขาไฟเพคทูที่มีความสูง 2,744 เมตรนี้ ทำให้ภูเขาไฟอื่นกลายเป็นดอกไม้ไฟราคาถูกในงานปีใหม่ไปเลย ภูเขาไฟของเกาหลีเหนือนี้คือปิศาจร้ายที่อาจพ่นเถ้าถ่านลงมาปกคลุมเอเชียได้ถึงครึ่งทวีป และกระตุ้นให้เกิดหายนะทางภูมิอากาศที่อาจก่อให้เกิดฤดูหนาวร้ายแรงกินเวลานานหลายปีทั่วทั้งซีกโลกเหนือได้
เจมส์ แฮมมอนด์ และไคลฟ์ ออพเพนไฮม์เมอร์
คือนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ธรณีกลุ่มแรกที่ได้ไปเยือนภูเขาไฟเพคทูอันแสนลำเค็ญที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงเส้นขอบฟ้า
เมื่ออยู่บนภูเขาไฟแล้ว ทั้งคู่ก็ตรวจสอบอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่เกาหลีเหนือได้ติดตั้งเอาไว้ซึ่งล้วนล้าสมัย จากนั้นก็ศึกษาความรุนแรงของการปะทุที่ภูเขาไฟนี้อาจสร้างขึ้น
ต่อมา นักวิทยาศาสตร์ฝั่งตะวันตกกับเพื่อนร่วมงานชาวเกาหลีเหนือก็ถกเถียงหารือกันเป็นเวลานานเกี่ยวกับความร่วมมือในอนาคต เมื่อแฮมมอนด์และออพเพนไฮม์เมอร์กลับบ้านหลังผ่านไป 1 สัปดาห์ พวกเขากลับไปพร้อมปฏิบัติการที่มีแผนการพร้อม โดยที่ทั้งคู่จะหาเวลาและทุนเพื่อสำรวจซูเปอร์ภูเขาไฟลับนี้ เพื่อจะได้เข้าใจถึง “ศักยภาพ” ของเพคทูให้เต็มที่
เถ้าร่วงหล่นเหนือญี่ปุ่นและกรีนแลนด์
ในปี 2013 แฮมมอนด์และออพเพนไฮม์เมอร์กลับมาเพื่อวิจัยหลักฐานทั้งหมดที่ได้จากการปะทุในปี 946 พวกเขาทำงานร่วมกับเพื่อนชาวเกาหลี โดยศึกษาขนาดและความหนาของเถ้าและลาวา โดยนำตัวอย่างสารเคมีในทางธรณีมาดูว่าแม็กมาไหลออกมามากแค่ไหน และมันออกมาจากภูเขาไฟได้อย่างไร
ออพเพนไฮม์เมอร์ บอกว่า การปะทุของภูเขาไฟเพคทูในปี 946 นั้นเป็นเหมือน “ระเบิดนิวเคลียร์ล้านลูกระเบิดขึ้นพร้อมกัน” บางทีอาจเป็นการระเบิดรุนแรงที่สุดเท่าที่โลกเคยเห็นในกว่า 2,000 ปีก็ได้ การปะทุทำให้ยอดเขาทั้งหมดหายไป ทิ้งไว้เพียงหลุมขนาด 4 กิโลเมตร ซึ่งตอนนี้คือทะเลสาบสวรรค์ เถ้าภูเขาไฟหนาเป็นชั้นกระจายไปทั่วพื้นที่ราว 1.5 ล้านตารางกิโลเมตร ไปไกลถึงญี่ปุ่นที่อยู่ห่างออกไปกว่า 1,000 กิโลเมตร แม้กระทั่งในแกนน้ำแข็งของกรีนแลนด์ที่ขุดลึกลงไปราว 7,000 กิโลเมตร ก็ยังเห็นหลักฐานของภูเขาไฟเพคทูได้ชัดเจน
บริเวณใกล้ภูเขาไฟนั้นเป็นนรกโดยแท้ คร่าสิ่งมีชีวิตในรัศมี 40 กิโลเมตร รอบภูเขาไฟเพคทูไปทั้งหมด ชั้นของเถ้าและลาวาที่แข็งตัวมีความหนาเฉลี่ย 8 เมตร แต่ส่วนที่ลึกกลวงลงไปมากๆ อาจลึกได้ถึง 70-80 เมตร มันคือซากการถล่ม ซึ่งจากการคำนวณของนักวิทยาศาสตร์บอกว่าลาวาไหลลงจากภูเขาด้วยความเร็วได้มากถึง 600 กิโลเมตร/ชั่วโมง หากการปะทุลดน้อยลงแม้เพียงช่วงสั้นๆ เช่น อาจแค่ 2-3 ชั่วโมง พลังงานที่ทำให้เกิดการปะทุของแม็กมา เถ้า และก๊าซจากภูเขาไฟพวยพุ่งสูง 25-30 กิโลเมตร ก็จะลดลง ทุกอย่างจะเหมือนปิดสวิตช์ พวยที่พุ่งขึ้นมาจะถล่มลงมาที่ปล่อง แล้วไหลลงไปด้านล่างตามภูมิประเทศเหมือนหิมะถล่ม แต่เป็นหิมะอุณหภูมิ 400 องศาเซลเซียส
เครื่องวัดคลื่นสั่นสะเทือนจับตาดูภูเขาไฟ
การมาเยือนของแฮมมอนด์และออพเพนไฮม์เมอร์นั้นทำให้ได้ข้อมูลมากมาย นักวิทยาศาสตร์ทั้งสองติดตั้งเครื่องวัดแรงสั่นสะเทือนหรือเครื่องวัดแผ่นดินไหวเอาไว้ เป็นเครื่องที่ใช้รับคลื่นสั่นสะเทือนแล้วสร้างเป็นภาพสามมิติ วิธีนี้ใช้ประโยชน์จากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวที่แผ่ออกมาตามพื้นเหมือนคลื่นสามมิติในสระน้ำ
รอบๆ ภูเขาไฟ แผ่นดินไหวขนาดเล็กเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งคลื่นสั่นสะเทือนจิ๋วออกไปทุกทิศทาง จะมีการระบุชนิดของหิน เพื่อดูว่าความสั่นสะเทือนเดินทางไปยังสถานีวัดแรงสั่นสะเทือนเร็วแค่ไหน เครื่องวัดแรงสั่นสะเทือนจะบันทึกทุกการเคลื่อนที่ในเปลือกโลก เก็บข้อมูลเอาไว้และหลังวัดค่าได้ 2 ปี ก็จะนำมารวบรวมเป็นภาพสามมิติของสิ่งที่เกิดขึ้นใต้ภูเขาไฟ ทำให้เรารู้ว่าการปะทุครั้งต่อไปจะใหญ่แค่ไหน
การเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศอาจไปถึงยุโรป
การปะทุอย่างที่ภูเขาไฟเพคทูปะทุในปี 946 นั้น พ่นสารเคมีที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศออกไปสู่ชั้นบรรยากาศเป็นปริมาณมาก หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในเอเชียตะวันออก แสดงให้เห็นว่าหลังการปะทุ อากาศเย็นลงในปีต่อๆ มามากเพียงใด โดยมีหิมะตกในฤดูร้อนและมีน้ำแข็งจับหนาในทะเลสาบ
โชคดีสำหรับโลกส่วนที่เหลือ การปะทุนั้นเกิดในต้นฤดูหนาว อันเป็นช่วงที่ผลกระทบทางภูมิอากาศของภูเขาไฟเพคทูมีน้อย เนื่องจากที่ตั้งของมันทำให้ไม่แพร่ไปทั้งซีกโลกเหนือ ถ้าการปะทุเกิดขึ้นในฤดูใบไม้ผลิหรือในฤดูร้อน สารเคมีจะแพร่ไปได้มากกว่านี้ ผลลัพธ์จะยิ่งมากกว่านี้ นั่นคือลามไปถึงยุโรปด้วย
ภูเขาไฟแทมโบราในอินโดนีเซียแสดงให้เห็นว่าสารเคมีพ่นออกไปได้ทั่วโลกในปี 1815 การปะทุในระดับเดียวกับเพคทูทำให้อุณหภูมิลดลงอย่างมากในแถบยุโรป จนเกิดปีที่ไม่มีฤดูร้อนขึ้นในปี 1816
ทุกวันนี้ การปะทุแบบเดียวกันจะทำให้เกิดผลร้ายแรง เช่น การผลิตธัญพืชอย่างข้าวสาลีและข้าวที่นำไปทำขนมปังลดลง ทั้งในยุโรป สหรัฐ และจีน ราวร้อยละ 75 การผลิตอาหารโลกจะพังทลาย คนนับพันล้านจะหิวโหย อารยธรรมของเราจะเผชิญปัญหาอย่างรุนแรง
อย่างไรก็ตาม ความอดอยากเป็นเรื่องที่น่ากังวลน้อยที่สุด หากเกิดการปะทุแบบที่เกิดในปี 946 นั้น ทางตอนเหนือของประเทศทั้งหมดอาจถูกฝังอยู่ใต้ลาวา ส่วนที่เหลือถูกฝังอยู่ใต้เถ้ามหึมา จึงไม่มีทางบรรเทาภัยหรือส่งอาหารไปให้ผู้รอดชีวิตได้
เป็นไปได้ที่รัฐบาลเปียงยางจะคิดถึงหายนะใหญ่เช่นนั้น จึงเริ่มสนใจภูเขาไฟเพคทู ความกังวลเกิดขึ้นในปี 2002-2005 เมื่อภูเขาไฟมีกิจกรรมเพิ่มขึ้น ผิวดินยกตัว ก๊าซรั่วบ่อยครั้งขึ้น และแผ่นดินไหวในแถบนั้นรุนแรงขึ้น สัญญาณอันตรายทำให้เกาหลีเหนือต้องออกมาหาโลกและสองนักธรณีวิทยาชาวอังกฤษ
เพคทูพร้อมปะทุครั้งใหม่แล้ว
งานของแฮมมอนด์และออพเพนไฮม์เมอร์แสดงให้เห็นว่าปล่อง แม็กมาที่มีพลังนั้นอยู่ลึกลงไปใต้พื้นดินอย่างน้อย 35 กิโลเมตร ซึ่งลึกมากผิดปกติ นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนก็ได้ข้อสรุปเดียวกัน โดยประมาณว่าช่วงที่ภูเขาไฟไม่เสถียรในปี 2002-2005 นั้น เกิดขึ้นเนื่องจากแม็กมาไหลขึ้นมาตามปล่องแม็กมาจากด้านใต้ การศึกษาก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่าแม็กมาเพิ่งผุดขึ้นมาในปล่องแม็กมาของภูเขาไฟเพคทูก่อนที่ภูเขาไฟจะเริ่มปะทุ นอกจากนี้ เพคทูยังเป็นภูเขาไฟที่อ่อนไหวด้วย ถ้ามีอิทธิพลภายนอกแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจกระตุ้นให้เกิดการปะทุได้ การปะทุในปี 946 อาจเกิดขึ้นเพราะมีแม็กมาเหลวจำนวนไม่มากนักไหลลึกลงไปถึงช่องแม็กมาด้านล่าง
ในปี 2012 นักวิทยาศาสตร์สรุปว่าการปะทุใหญ่ครั้งต่อไป อาจเกิดขึ้นได้ในอีกไม่กี่ทศวรรษ พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือภูเขาไฟ พร้อมระเบิดนั่นเอง
การทดลองยิ่งเร่งการปะทุ
แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างนักธรณีวิทยาชาวอังกฤษและชาวเกาหลีเหนือจะดีขึ้น แต่ก็ยังมีอุปสรรคจากความตึงเครียดทางการเมืองอยู่
โครงการนี้ต้องใช้เทคโนโลยีของเกาหลีเหนือหรือจีนเป็นหลัก เพราะนานาชาติคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต่างชาตินำอุปกรณ์ทันสมัยเข้ามาไม่ได้ เครื่องมือชิ้นหนึ่งที่แฮมมอนด์กับออพเพนไฮม์เมอร์อยากใช้ คือเครื่องวัดความสั่นสะเทือนในสนามแม่เหล็กโลก แต่อุปกรณ์นี้คล้ายคลึงกับอุปกรณ์ที่เรือและเครื่องบินใช้ตรวจจับเรือดำน้ำมากเกินไป จึงไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้ามา
รัฐบาลที่มีความเป็นคอมมิวนิสต์สูงคือศัตรูของประเทศอื่นๆ ในโลก จึงเป็นประเทศยากจนและอดอยาก แต่ต้องใช้ทรัพยากรทางการทหารมาก เช่น โครงการอาวุธนิวเคลียร์ที่มีการทดลองใต้ดินสำเร็จไปแล้ว 6 ครั้ง เป็นระเบิดที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ระเบิดนิวเคลียร์ที่ระเบิดใต้ดินเป็นเรื่องที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์มากในมุมมองทางธรณีวิทยา การระเบิดส่งคลื่นสั่นสะเทือนไปทุกทิศทาง และเนื่องจากภูเขาไฟเพคทูอยู่ห่างจากพื้นที่ทดสอบ 100 กิโลเมตร ภูเขาไฟจึงรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวเทียมที่เกิดขึ้นที่อาจมีขนาดตามมาตราริกเตอร์มากกว่า 6
ดังนั้น การทดสอบระเบิดใต้ดินจึงยิ่งไปเร่งความร้ายกาจของเพคทู นักธรณีวิทยาชาวอเมริกันและชาวเกาหลีใต้ 4 คน สรุปไว้อย่างนี้ในปี 2016
ปัญหาเกิดขึ้นเพราะความสั่นสะเทือนแรงกดดันในปล่อง แม็กมาเปลี่ยนไป ซึ่งจะทำให้ก๊าซที่ละลายอยู่เปลี่ยนสถานะเกิดฟองก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แบบน้ำอัดลม เมื่อเกิดฟองขึ้น ก๊าซจะใช้พื้นที่มากกว่าเมื่อละลายอยู่ ทำให้แรงดันในปล่องแม็กมาเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจมากพอที่จะกระตุ้นให้เกิดการปะทุขึ้นมา
หากเกาหลีเหนือเปลี่ยนใจและทดสอบอาวุธนิวเคลียร์อีกครั้ง อาจกระตุ้นให้เกิดการปะทุก็ได้ การศึกษาจากปี 2016 ประเมินว่า แผ่นดินไหวเทียมขนาด 7 ตามมาตราริกเตอร์ก็อาจมากพอแล้ว
ปี 2017 แฮมมอนด์และออพเพนไฮม์เมอร์ไปเยือนเกาหลีเหนือ เป็นครั้งที่ 9 เพื่อศึกษาภูเขาไฟเพคทู ทั้งคู่ยังได้แถลงถึงบทความทางวิทยาศาสตร์ที่เกิดจากความร่วมมือกัน ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในวารสารระดับนานาชาติด้วย ช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศดีขึ้นเล็กน้อย แต่เป็นงานที่นักการทูตแทบจะยอมแพ้ไปแล้ว







