posttoday
ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ

ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ

12 สิงหาคม 2561

เพื่อนมุสลิมที่ชายแดนใต้เคยบอกว่า “ความพยายามเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องทำ ส่วนความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้า”

โดย อภิวัจ สุปรีชาวุฒิพงศ์
 
เพื่อนมุสลิมที่ชายแดนใต้เคยบอกว่า “ความพยายามเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องทำ ส่วนความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้า”
 
เพื่อนกะเหรี่ยงที่นับถือศาสนาคริสต์บอกว่า “สวดวิงวอนด้วยศรัทธา กระทำการอย่างกล้าหาญ และอย่ายอมแพ้”
 
ส่วนพุทธสุภาษิตก็บอกว่า “วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ คนล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร”
 
สำหรับคนไทยเราความสำเร็จของการช่วยเหลือ 13 ชีวิต ทีมหมูป่าอะคาเดมี่ คงทำให้เราตระหนักถึงความทุ่มเท การกระทำด้วยความกล้าหาญ มากไปด้วยความหวัง และความมุ่งมั่น
 
มนุษย์นั้นมีฝันอันเหลือเชื่อและมุ่งมั่นที่จะพิชิตฝันอันเหลือเชื่อนี้มาตลอดทุกช่วงเวลาในประวัติศาสตร์
 
เมื่อ 600 ปีก่อน เจิ้งเหอเดินเรือสำรวจโลก ตามมาด้วยโคลัมบัส  กาลิเลโอส่องกล้องสำรวจท้องฟ้า อวกาศ และเริ่มเชื่อว่าโลกกลม
 
พวกเขาทำในสิ่งที่วันนั้นไม่มีใครคิดว่าจะเป็นไปได้
 
เดือน ส.ค. มีประวัติศาสตร์สำคัญที่น่าจดจำ คือ การสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่บทสรุปของสงครามอาจไม่เป็นอย่างนี้ หากว่าขาดไร้ซึ่งความฝันอันเหลือเชื่อ
 
นอกจากปฏิบัติการดูลิตเติล Mission Impossible ซึ่งสหรัฐอเมริกาส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดโจมตีเมืองสำคัญของญี่ปุ่น เพื่อตอบโต้การโจมตีฐานทัพเรือที่เพิร์ลฮาร์เบอร์แล้ว อีกปฏิบัติการหนึ่งซึ่งโลกควรต้องจดจำ คือ การขนส่งกำลังบำรุงของกองทัพสหรัฐอเมริกาตลอดช่วงเวลาของสงคราม
 
ช่วงเริ่มต้นสงคราม เยอรมนียึดครองยุโรปได้เกือบเบ็ดเสร็จ เหลือเป้าหมายอีกอย่างเดียวคือปิดล้อมตัดขาดอังกฤษจากโลกภายนอก ในขณะที่สหรัฐอเมริกาอยู่ห่างไกลออกไป
 
การตัดขาดอังกฤษนั้น เยอรมนีใช้เรือดำน้ำนับร้อยลำ เครื่องบินอีกหลายพันลำ ควบคุมเส้นทางส่งความช่วยเหลือต่างๆ จากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
 
เรือสินค้าที่สูญเสียไปมีมากกว่าที่ฝ่ายสัมพันธมิตรสร้างได้ หากเยอรมนีประสบความสำเร็จ สงครามโลกครั้งนี้ก็จะเปลี่ยนโฉมของโลกตลอดไป ทางเลือกเดียวที่เหลือคือช่วยอังกฤษ โดยสร้างเรือขนส่งสินค้าให้ได้มากกว่าที่เรือดำน้ำเยอรมนีจมได้
 
ประธานาธิปดี แฟลงกลิน ดี. โรสเวลต์ แห่งสหรัฐอเมริกา ท้าทายวงการอุตสาหกรรมสหรัฐอเมริกาเพื่อปกป้องประเทศว่า
 
“เราต้องเพิ่มเป้าหมายของเราตลอดสายพานการผลิต อย่าให้ใครพูดว่ามันเป็นไปไม่ได้  มันเป็นไปได้ และเราสัญญาว่าจะทำให้ได้”
 
นี่คือที่มาของการใช้เทคโนโลยีจากอุตสาหกรรมรถยนต์มาใช้ในการต่อเรือขนส่งสินค้า โดยการต่อเรือที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม 2 เท่า แต่ใช้เวลาในการต่อเรือน้อยลงกว่าเดิมถึง 3 สัปดาห์ และทำให้สหรัฐอเมริกาสร้างเรือสินค้าได้มากกว่าจำนวนที่เรือดำน้ำเยอรมนีจมได้สำเร็จ
 
นี่คือจุดเปลี่ยนของสงคราม จุดเปลี่ยนที่ทำให้การส่งกำลังบำรุงจากสหรัฐอเมริกาแผ่นดินแม่ไปยังทหารในแนวหน้า ทั้งสมรภูมิยุโรป แอฟริกา และแปซิฟิก ซึ่งอยู่ห่างออกไป 1.2 หมื่นไมล์ ซึ่งเคยเป็นข้อกังวลให้สหรัฐอเมริกาไม่กล้าเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ถูกทลายลง
 
ไม่เพียงการต่อเรือสินค้าจำนวนมาก แต่สหรัฐอเมริกายังท้าทายตัวเองโดยทำในสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะทำได้จนสำเร็จ นั่นคือการส่งกำลังบำรุงให้ทหารในแนวหน้ากว่า 1 ล้านนายในทุกสมรภูมิ
 
ระบบการขนส่งกำลังบำรุงที่ยาวไกลกว่า 1.2 หมื่นไมล์ ต้องใช้คนถึง 18 คน ในกระบวนการขนส่งไปให้ทหาร 1 นายในแนวหน้าโดยทหาร 1 นาย ต้องได้รับเสบียงอาวุธ กระสุน น้ำมันเชื้อเพลิง และอุปกรณ์จำเป็นต่างๆ เพื่อสนับสนุนอย่างน้อยนายละ 7 ตัน/ปี
 
การส่งกำลังบำรุงของกองทัพสหรัฐอเมริกาจึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2
 
ชัยชนะที่เริ่มจากความย่อยยับสิ้นหวัง ซึ่งจุดเปลี่ยนนั้นเริ่มต้นจากการพยายามทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท