
พิมพรรณ มีชัยศรี ความงดงามในความเศร้า
ประโยคสั้นๆ ไม่กี่บรรทัด วลีสั้นๆ มีตัวอักษรไม่กี่ตัว หากแต่นำพาความเศร้ามาสำแดงอารมณ์ได้
ประโยคสั้นๆ ไม่กี่บรรทัด วลีสั้นๆ มีตัวอักษรไม่กี่ตัว หากแต่นำพาความเศร้ามาสำแดงอารมณ์ได้ และมีผู้ร่วมจมดิ่ง ดื่มด่ำความหม่นหมองนี้หลายพัน หลายหมื่น หลายแสนคน ในแฟนเพจ “1991” ที่หลังบ้าน คือ “พิมพรรณ มีชัยศรี”
1991 แฟนเพจที่ว่าเรื่องความสัมพันธ์ ความรู้สึก ความรัก มีภาพถ่ายสวยๆ แต่แฝงไปด้วยอารมณ์ฟุ้งๆ อบอวลกลิ่นความเศร้าที่เจ้าของเพจเป็นคนกดชัตเตอร์
“แรกเริ่มไม่ได้ตั้งโจทย์ว่าจะพูดถึงความเศร้าทั้งหมด เขียนเรื่องทั่วๆ ไปที่หยิบมาพูดได้ มีจุดเปลี่ยนชีวิตที่เจอเรื่องเศร้าหนัก จึงใช้พื้นที่นี้เขียนความรู้สึก แล้วคนในนี้เข้าถึงเรื่องเศร้าได้มากกว่าเรื่องทั่วไป เราก็อินในการเขียนเรื่องเศร้าๆ เพจ 1991 จึงมีโทนของความเหงา ความเศร้าที่ชัดกว่าเรื่องอื่นๆ เปิดเพจมา 4 ปี ยอดไลค์ 6 แสนกว่า”
นำมาสู่หนังสือชื่อ “1991 ระหว่างเราสูญหาย” 15 เรื่องสั้น ที่นำข้อความจากแฟนเพจ 1991 มาขยายต่อ ผูกเรื่อง มีตัวละคร สถานที่ เวลา ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทาย เพราะเธอถนัดเขียนสั้นๆ ชี้เป้า ตรงประเด็น จี้ใจให้รู้สึกจี๊ดกันทันที เมื่อต้องเขียนเรื่องให้ยาวขึ้นการทำการบ้านจึงสำคัญ
“ทางสำนักพิมพ์เฮอร์ พับลิชชิ่ง ติดต่อมา เขาดูสไตล์ เห็นสำนวนภาษามีกลิ่นอายของความเป็นเรื่องสั้น พอเขาเสนอไอเดียมา รู้สึกว่าเรื่องสั้นไกลตัวมาก ไม่เคยเขียนเรื่องสั้น และไม่ใช่นักอ่านที่ดี สิ่งที่ทำอยู่จึงยากสำหรับพิมมาก แต่ก็ทำการบ้านหนักพอสมควร
ต้องทำความเข้าใจกับคำว่าเรื่องสั้นก่อน ไม่เคยรู้ว่าองค์ประกอบเป็นยังไง เปิดเรื่อง จุดไคลแมกซ์ ตอนจบยังไง เป็นความยากของมือใหม่ หาอ่านผลงานเรื่องสั้นให้เห็นแนวทางหลายๆ แนวทาง เราอ่านแล้วรู้สึกต่อสิ่งที่อ่านยังไง มาคิดในรูปแบบเราจะนำเสนอยังไง
ความรู้สึกแรกมันยากและไม่รู้จะไปต่อได้ยังไง ให้จบโดยไม่ต้องยืดเยื้อเกินไป อุปสรรคของพิมคือเยิ่นเย้อ เขียนออกนอกทะเล ต้องให้เข้าเรื่อง จบกระชับ แล้วให้โดนใจ ยากตอนขึ้นเรื่องกับตอนปิด ทิ้งคำถามจบให้คนหาคำตอบ และเรื่องสั้นเราต้องกระแทกใจคนได้”
สิ่งที่สูญหาย คือโจทย์ที่อยากให้ผู้อ่านได้มีประสบการณ์ร่วม จึงเปิดความหมายให้กว้างถึงความสัมพันธ์ในทุกรูปแบบ “คิดเอาไว้ว่าอยากพูดถึงอะไรบางอย่างในชีวิตที่หายไป ไม่อยากชี้ชัดว่าความรัก คนรัก อยากให้สะท้อนกับชีวิตหลายคน ว่าอาจจะเป็นตัวตน ความสุข หรืออะไรก็ได้ในชีวิตของเรา ที่สูญหายไปในมุมของคนอ่าน
สิ่งที่ต้องคิดคือ 15 เรื่องต้องต่างกัน หลักๆ เน้นความรัก ความสัมพันธ์ พิมต้องฉีกออกมาทีละส่วน ถ้าเขียนเศร้าอย่างเดียวทั้งเล่มน่าเบื่อ ในมิติของความเศร้ามีแบบไหนที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ได้บ้าง 15 เรื่อง จึงเป็นความเศร้าในหลายรูปแบบ เช่น แอบรักเพื่อน มือที่สาม ความสัมพันธ์ฝืนตัวเองให้เขารักเรา”
ยกตัวอย่าง “จดหมายจากเนปจูน” เขียนลงในแฟนเพจ “ข้อความประมาณว่าเขียนถึงคนรู้สึกผิดหวัง โดดเดี่ยวในโลกใบนี้ ชอบเปรียบตัวเองเป็นดาวพลูโต เราจะเป็นเนปจูนให้เขาเอง ให้กำลังใจคนที่คิดว่าไม่มีใครก็มีเนปจูนที่อยู่ใกล้ที่สุด
พิมเปิดเรื่องด้วยความเหงา การอยู่คนเดียวในอวกาศ ถูกรายล้อมด้วยความเศร้า จมดิ่งสุดชีวิต กลางเรื่องให้มีตัวละครปริศนาจากดาวดวงใดดวงหนึ่ง ส่งข้อความให้กำลังใจ สุดท้ายเฉลยคือข้อความจากเนปจูน สิ่งที่เรามองข้ามมาตลอดคือคนที่อยู่ใกล้ตัวเรานั้นเอง เนปจูนไม่ได้สื่อความหมายคือคนรัก แต่หมายถึงเพื่อน ครอบครัว ใครก็ได้ที่เรามองข้ามแต่เขาใส่ใจเรามาตลอด”
ความเศร้าดูจะเป็นโลโก้ติดตัวเธอไปแล้ว หากแต่ชีวิตจริงเธอมีหลายอารมณ์เฉกเช่นปุถุชนทั่วไป “ชอบความเศร้า แต่พิมรู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งน่ากลัว คิดว่าเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์เป็นอีกมิติของความรู้สึก เราอยู่กับมันได้ ความเศร้าไม่ใช่สิ่งที่ทำร้ายเรานะ การฟังเพลงเศร้า ดูหนังเศร้าๆ ไปนั่งร้านฟังเพลงเศร้า ไม่ได้มองว่ามันเป็นสิ่งแปลกปลอมกับชีวิต
เวลาคนมองความเศร้ามักมองในแง่ลบ แต่ถ้าเรามองในแง่บวก พิมคิดว่า เวลาเศร้าเราได้รู้จักตัวเอง เวลาเรามีความสุขมักอยู่กับเพื่อน ทำอะไรก็ได้ แต่เวลาเศร้าเราจะหาอะไรที่เป็นตัวเองจริงๆ
เรื่องที่นำมาเขียนก็เป็นเรื่องที่เจอมาเอง อาจจะผ่านไปแล้ว พิมค่อนข้างจำจดความรู้สึกของชีวิตได้ค่อนข้างดี คนเลยตีความว่าเราเศร้าตลอดเวลา เราแค่เป็นคนเขียนในการบอกเล่าเรื่องเศร้า
เวลาเขียนในเวลาที่ผ่านความเสียใจมาแล้ว เรื่องจะชัดเจนกว่า เพราะเราได้รับอะไรบางอย่างจากเหตุการณ์นั้นมาแล้ว เขียนเพื่อให้เกิดการก้าวเดินต่อไปได้ มันไม่ได้มีแค่เศร้า แต่เวลาเขียนเรื่องเศร้าๆ จมดิ่งเลย คนอ่านมักจะชอบมาก อาจเพราะเรื่องตรงกับเขาในตอนนั้น เขารับรู้ว่ามีคนรู้สึกแบบเขา คนเศร้าชอบเห็นอะไรที่คล้ายกับชีวิตเขา”
แม้จะเขียน 15 เรื่องสั้นได้สำเร็จตามเป้าประสงค์ แล้วยังมีอีกหลายหัวข้อที่สามารถนำมาขยายเป็นเรื่องสั้นเพื่อรวมเล่มหนังสือได้อีก แต่พิมพรรณขอประวิงเวลาออกไป เพราะต้องการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใช้ชีวิตและหาแรงบันดาลใจ การที่คนคน หนึ่งจะเดินผ่านเรื่องเศร้าโศกมาเข้มแข็งได้ เวลาก็มีส่วนในการเป็นตัวทดสอบอารมณ์ 







