
เร่งระบายน้ำ 107 เขื่อน รับมือฝนตกหนักส.ค.-ก.ย.
ฝนชุกเหนือเขื่อนส่งผลทำให้เขื่อนมีปริมาณน้ำไหลเข้ามากเกิน 80% ทำให้ต้องเฝ้าระวังกันทุกชั่วโมง มีอยู่ 107 แห่ง
โดย ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
ฝนชุกเหนือเขื่อนส่งผลทำให้เขื่อนมีปริมาณน้ำไหลเข้ามากเกิน 80% ทำให้ต้องเฝ้าระวังกันทุกชั่วโมง มีอยู่ 107 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเขื่อนใหญ่ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือ เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี เขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร
สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ในช่วงอีก 10 วันข้างหน้านี้ จะต้องมีการเร่งบริหารจัดการน้ำให้ได้ก่อนที่ฝนจะตกหนักอีกครั้งในช่วงประมาณวันที่ 20 ส.ค.-เดือน ก.ย.นี้ ซึ่งจะต้องเฝ้าระวังพิเศษ 107 เขื่อนที่มีน้ำบรรจุเกิน 80% เนื่องจากมีร่องมรสุมที่พาดผ่านไทยทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางจะมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนช่วงเดือน ต.ค. ภาคใต้จะมีฝนตก
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นจะมีการใช้ลักษณะการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนแก่งกระจานมาเป็นโมเดล ขณะที่ในส่วนเขื่อนแก่งกระจานเองระดับน้ำยังล้นสปิลเวย์อยู่ประมาณ 60 เซนติเมตร คาดว่าจะน้ำจะลดลงเรื่อยๆ โดยก็ยังคงต้องเร่งระบายน้ำออกไปให้ได้ 250 ลูกบาศก์เมตร สำหรับความเสียหาย พบว่ามีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 887 ไร่ ครัวเรือนได้รับผลกระทบ 200 ครัวเรือน โดยจะต้องมีการลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหายอีกครั้ง
ด้าน วันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ขอยืนยันว่าไม่มีพายุเข้าไทย 3-4 ลูก ระหว่างวันที่ 14-16 ส.ค.นี้ ตามที่มีกระแสข่าว ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับข่าวดังกล่าว ส่วนพายุที่จะเกิดขึ้นนั้นจะก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิก จากนั้นจะเคลื่อนตัวไปทางเหนือที่ประเทศญี่ปุ่น ขณะที่ดีเปรสชันจะมุ่งหน้าสู่เกาะไหหลำ ประเทศจีน
ทั้งนี้ช่วงเวลาดังกล่าวจะเกิดผลดีกับไทย เพราะจะทำให้ปริมาณฝนจะลดลง แต่ในเดือน ก.ย.คาดการณ์ว่าจะมีพายุ 2 ลูกที่เคลื่อนเข้าที่ สปป.ลาวและเวียดนาม อาจส่งผลถึงภาคอีสานของไทย เช่น จ.สกลนคร และอุบลราชธานี ทั้งนี้คาดว่าปลายปีอาจมีปรากฏการณ์เอลนินโญระดับไม่รุนแรงทำให้ฝนน้อย แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำ แต่ที่ห่วงคือจะมีผลกระทบในช่วงฤดูร้อนทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นถึง 40 องศาเซลเซียส
“นับตั้งแต่วันนี้ไปอีก 1 สัปดาห์ จะไม่มีพายุลูกไหนเข้าสู่ประเทศไทย มีเพียงร่องมรสุมหรือร่องความกดอากาศต่ำที่พาดผ่านภาคอีสานเท่านั้น ดังนั้นขออย่าเชื่อข่าวลือที่บอกว่าจะมีพายุเข้าในช่วงเวลาดังกล่าว เพราะพายุที่อยู่ใกล้ประเทศไทยที่สุดขณะนี้อยู่บริเวณทะเลจีนใต้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นดีเปรสชันในอนาคต และจะเคลื่อนขึ้นสู่บริเวณเกาะไหหลำและมณฑลฝูเจี้ยนของสาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างไรก็ตามจะมีผลทางอ้อมให้ร่องมรสุมขยับสูงขึ้นไป ทำให้ปริมาณฝนภาคอีสานลดลงในช่วงนั้นเป็นเวลาประมาณ 10 วัน แต่ฝนจะตกในจีน ลาว และเมียนมา ดังนั้นจึงต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงด้วย” วันชัย กล่าว
ขณะที่ ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ที่เขื่อนแก่งกระจานปริมาณน้ำที่เอ่อล้นสปิลเวย์ได้ลดลงและมีแนวโน้มลดมากขึ้น อย่างไรก็ตามระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ขึ้นอยู่กับปริมาณฝนที่อาจตกลงมาด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ แต่สถานการณ์นอกเขื่อนสามารถจัดการได้ เช่น อาศัยเขื่อนเพชรอัดน้ำเข้าสู่ระบบชลประทาน ส่วนประชาชนที่อยู่พื้นที่ลุ่มแม่น้ำเพชรบุรีที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นสปิลเวย์เขื่อนแก่งกระจานมีทั้งหมด 200 หลังคาเรือนซึ่งจะเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน







