posttoday
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งให้องคมนตรีติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิด

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งให้องคมนตรีติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิด

09 สิงหาคม 2561

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งให้องคมนตรีติดตามสถานการณ์น้ำ และมอบสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรในพื้นที่ประสบอุทกภัย

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งให้องคมนตรีติดตามสถานการณ์น้ำ และมอบสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรในพื้นที่ประสบอุทกภัย

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. คณะองคมนตรี นำโดยนายพลากร สุวรรณรัฐ, พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ และพลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา เดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ กรมชลประทาน เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ตามที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูรทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรีตรวจเยี่ยมเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และมอบสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรในพื้นที่ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ

โดยมี นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยผู้บริหารกรมชลประทาน ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุปรายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษที่มีระดับน้ำเกินความจุอ่างฯและเกินเกณฑ์ควบคุมได้แก่ เขื่อนแก่งกระจาน และเขื่อนวชิราลงกรณ

โอกาสนี้ คณะองคมนตรี ได้รับทราบแนวทางการบริหารจัดการน้ำ และสถานการณ์น้ำพร้อมให้ข้อเสนอแนะการดำเนินงาน และให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างเต็มที่และสำเร็จตามแผนงานที่วางเอาไว้เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ทั้งนี้หน่วยราชการได้รายงานว่า เขื่อนแก่งกระจานปัจจุบัน (9สิงหาคม 2561) มีปริมาณน้ำในอ่างฯ จำนวน 737ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ104ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯประมาณ 21 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ลดลงจากวานนี้ และมีปริมาณน้ำระบายออกจากอ่างฯรวมทั้งสิ้น18 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันมีน้ำล้นทางระบายน้ำล้น (Spillway) สูงประมาณ 60 เซนติเมตร

สถานการณ์น้ำยังอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง ระดับน้ำท้ายเขื่อนแก่งกระจานที่สถานี B.3Aบ้านสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 0.74เมตรมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 184ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีซึ่งปริมาณน้ำนี้จะไหลไปตามแม่น้ำเพชรบุรี ผ่านบริเวณอำเภอแก่งกระจาน อำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด อำเภอเมือง และอำเภอบ้านแหลม ก่อนจะไหลลงสู่ทะเลต่อไป

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งให้องคมนตรีติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิด

กรมชลประทาน คาดการณ์ว่าในวันที่ 10 สิงหาคม 2561 ระดับน้ำที่ล้นทางระบายน้ำล้น จะสูงสุดประมาณ 65 เซนติเมตร อัตราการไหลประมาณ 106 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อรวมกับปริมาณน้ำที่ระบายผ่านอาคารชลประทาน จะทำให้มีน้ำไหลผ่านท้ายเขื่อนแก่งกระจานรวม 224 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีซึ่งปริมาณน้ำดังกล่าว จะเกินความจุของแม่น้ำเพชรบุรีที่สถานี B.3A เล็กน้อย และอาจจะมีผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่งบางแห่ง ที่จะมีระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 10–20 เซนติเมตร และคาดว่าในวันที่ 11 สิงหาคม2561 จะมีปริมาณน้ำสูงสุดที่ไหลมารวมกันบริเวณหน้าเขื่อนเพชรในเกณฑ์ 230–250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำโดยการหน่วงน้ำไว้บริเวณหน้าเขื่อนเพชร และตัดน้ำเข้าระบบชลประทานฝั่งซ้าย–ฝั่งขวา รวม 55 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และผันเข้าคลองระบาย D9 ในอัตรา 35 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมปริมาณน้ำที่ตัดเข้าระบบทั้งสิ้น 90 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมกับควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านท้ายเขื่อนเพชรลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีในอัตรา 140–160 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนเพชร ในเขตอำเภอท่ายางและอำเภอบ้านลาด จากนั้นปริมาณน้ำดังกล่าวจะไหลผ่านเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ในวันที่ 12 สิงหาคม2561 อาจส่งผลให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ชุมชนบางแห่ง ระดับน้ำสูงเฉลี่ยประมาณ 30–50 เซนติเมตร

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้วางมาตรการในการช่วยเหลือและเร่งระบายน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี โดยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยงที่อาจจะมีน้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน จำนวน 31 เครื่อง (สำรองไว้ 5 เครื่อง) และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี เพื่อเร่งระบายน้ำในจุดที่มีการระบายน้ำได้ช้า จำนวน 38 เครื่อง (สำรองไว้ 8 เครื่อง) นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนเรือผลักดันน้ำ จากกองทัพเรือ จำนวน 20 ลำ ติดตั้งในแม่น้ำเพชรบุรี บริเวณวัดคุ้งตำหนัก อำเภอบ้านแหลม ช่วยระบายน้ำลงสู่ทะเลได้เร็วขึ้น พร้อมกันนี้ยังได้เตรียมยานพาหนะและเครื่องจักรกลต่างๆ เช่น รถบรรทุก รถขุดตัก จำนวน 20 คัน ประจำอยู่ในพื้นที่เพื่อขุดเปิดทางน้ำอีกด้วย

สำหรับมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่างระยะยาว นั้น กรมชลประทาน ได้ดำเนินการขุดลอกคลอง เพื่อระบายน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรีออกสู่ทะเลอ่าวไทยให้เร็วที่สุด โดยการปรับปรุงคลอง RMC3 เชื่อมคลองระบาย D9 ความยาว 27 กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง มีผลดำเนินงานร้อยละ 30 และกำลังอยู่ระหว่างการสำรวจออกแบบโครงการขุดลอกคลองอีก 2 เส้นทาง คือคลอง D1 ความยาว 23 กิโลเมตร และ คลอง D18 ความยาว 28 กิโลเมตร โดยจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2562

เขื่อนวชิราลงกรณ ปัจจุบัน(9 สิงหาคม 2561) มีปริมาณน้ำประมาณ 7,537ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 85 มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯวันละ 61ล้านลูกบาศก์เมตร และมีปริมาณน้ำระบายวันละ 43ล้านลูกบาศก์เมตร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณได้เพิ่มการระบายน้ำเป็น 43 ล้านลูกบาศก์เมตร ตั้งแต่วันที่ 5สิงหาคม 2561ปัจจุบันสภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำยังไม่ล้นตลิ่ง

ส่วนอ่างเก็บน้ำอื่นๆที่เกินเกณฑ์ควบคุม(Upper Rule Curve)กรมชลประทานได้ดำเนินการบริหารจัดการน้ำ โดยเร่งการระบายน้ำและยังไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายอ่างฯ ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำน้ำอูน, น้ำพุง, จุฬาภรณ์, อุบลรัตน์, ลำปาว และปราณบุรี

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ