posttoday
เอกรัตน์ ฐิติมั่น ฝันใช้ AI เปลี่ยนผ่านประกันสู่ยุคไร้เงินสด

เอกรัตน์ ฐิติมั่น ฝันใช้ AI เปลี่ยนผ่านประกันสู่ยุคไร้เงินสด

05 สิงหาคม 2561

ในที่สุด เอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท เอไอเอ ประเทศไทย วัย 37 ปี

โดย วารุณี อินวันนา

ในที่สุด เอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท เอไอเอ ประเทศไทย วัย 37 ปี ก็ได้ใช้ AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ ในการนำมาแก้ปัญหาต่างๆ ให้กับธุรกิจประกันชีวิตในไทย หลังจากรอมาเป็นเวลา 15 ปี

เอกรัตน์ ย้อนอดีตว่า ช่วงเรียนปริญญาตรี ที่ Massachusetts Institute of Technology ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เลือกเรียนคณะวิศวกรรมไฟฟ้า คณะนี้จะต้องเรียนวิชาเอก 2 วิชาควบคู่กัน จึงได้ตัดสินใจเลือกเรียนวิชาเอก ด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และเน้นไปทางด้าน AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ เพราะช่วงนั้น AI ในต่างประเทศมีการพัฒนาไปไกลมากแล้ว

หลังจากนั้นได้เลือกเรียนปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจ (MBA) ที่ Wharton School, University of Pennsylvania ประเทศสหรัฐอเมริกา พยายามลงเรียนความรู้ด้านใหม่ๆ เพื่อเปิดโลกทัศน์ตัวเอง ได้เลือกเรียนประกันภัย และการบริหารความเสี่ยง (Insurance and Risk Management) และลงเรียนคณิตศาสตร์ประกันภัย (Acturial Science) ควบคู่กันไปด้วย

“การเรียนวิศวะ เรียนเอไอ การบริหารความเสี่ยง คณิตศาสตร์ประกันภัย รู้สึกสนุก เพราะผมเป็นคนชอบตัวเลข ชอบสร้างแบบจำลอง ซึ่งประกันภัยเป็นอุตสาหกรรมที่ช่วยคน และเป็นประโยชน์จริงๆ หากนำผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องมาใช้จะช่วยได้เยอะมาก” เอกรัตน์ กล่าว

หลังเรียนจบปริญญาตรี ได้กลับมาไทยเมื่อ 15 ปีที่แล้ว เริ่มทำงานกับภาคธุรกิจธนาคาร และได้นำ AI มาทำแบบจำลองธุรกิจให้แบงก์ ใช้เทคนิค Machine Learning ให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้ด้วยตัวเอง ช่วงนั้นธนาคารในประเทศไทยยังใช้เทคนิคเก่าที่ใช้กันมานาน จึงไม่ยอมใช้ระบบที่พัฒนาขึ้น และตลาดยังไม่รู้จัก AI จึงไม่ยอมใช้ระบบที่สร้างขึ้นมา โดยธนาคารให้เหตุผลว่าไม่สามารถอธิบายให้ลูกค้าทราบได้ว่าคืออะไร

“ผมหมุนไปหมุนมา สุดท้ายเลยออกภาคธนาคารไปทำงานกับบริษัทที่ปรึกษา 7-8 ปี เป็นที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการธุรกิจ ดูกลยุทธ์ธนาคาร จากนั้นก็ออกมาอยู่ธุรกิจโทรคมนาคม เกือบ 3 ปี คอยดูแลเรื่องการขายผลิตภัณฑ์ทุกโปรดักต์” เอกรัตน์ กล่าว

วันนี้ เอกรัตน์ บอกว่า สมใจอยากแล้ว หลังจากรอที่จะนำ AI มาใช้ในไทยถึง 15 ปี นับจากนี้ต่อไปจะได้นำ AI มาใช้ในการทำธุรกิจอย่างเต็มที่ เพราะได้รับผิดชอบโครงการพัฒนาเอไอ (AI Project) ของเอไอเอ ในประเทศไทย หลังจากเข้ามาทำงานที่บริษัท เอไอเอ ประเทศไทย ได้ 2 ปีครึ่ง

สำหรับเป้าหมายที่อยากจะนำ AI ไปให้ถึง คือ การนำ AI และนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีใหม่ มาพัฒนาให้ธุรกิจประกันภัยก้าวไปสู่ยุคไร้เงินสด (Cash Less) ให้ได้ อยากทำทุกอย่างเป็นดิจิทัล ซึ่งวันนี้ธุรกิจธนาคารมีการพัฒนาไปไกลมากแล้ว แต่ธุรกิจประกันภัยยังช้าอยู่มาก

ทั้งนี้ เห็นว่า การที่จะทำให้ธุรกิจประกัน เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคไร้เงินสด บริษัทใดบริษัทหนึ่งทำอยู่เจ้าเดียวไม่สามารถโน้มน้าวผู้บริโภคได้ว่า ทำไมผู้บริโภคต้องเปลี่ยน ผู้เล่นรายใหญ่ๆ ต้องออกมาผลักดันพร้อมกัน จะทำให้ก้าวไปได้ และเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคได้เร็วมาก เหมือนกับที่ทางธนาคารพาณิชย์เกือบทุกแห่งที่ร่วมมือกันพัฒนาเพื่อมุ่งไปที่ Cash Less และพัฒนาไปได้ไกลมาก

เอกรัตน์ กล่าวว่า จากการแลกเปลี่ยนความรู้กับทางธนาคารหลายแห่ง มีแนวคิดว่าในอนาคต จะผูกคิวอาร์โค้ดกับบัตรเครดิตทันทีที่สแกนคิวอาร์โค้ด บัตรเครดิตจะทำงานอัตโนมัติ โดยที่ไม่ต้องถือบัตรเครดิตไปรูดเหมือนปัจจุบัน ตอนนี้ธนาคารหลายแห่งก็กำลังเตรียมความพร้อม เชื่อว่าจะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคได้กว้างและเร็วมาก ซึ่งเอไอเอก็พร้อมที่จะสนับสนุน เพราะอยากจะทำธุรกิจดิจิทัล

พร้อมกับมีความเชื่อว่า หลังจากที่ลูกค้าเริ่มเคยชินกับระบบพร้อมเพย์ของรัฐบาล และการใช้บริการแบงก์ดิจิทัล โอนเงิน ชำระเงิน ผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือผ่านแอพพลิเคชั่น จะทำให้อยากใช้บริการดิจิทัลกับธุรกิจประกันเพิ่มขึ้น

แม้ธุรกิจประกันจะยังพัฒนาค่อนข้างช้าเมื่อเทียบกับธุรกิจธนาคาร แต่เอไอเอไม่ได้หยุดรอ ซึ่งได้เริ่ม AI Project แล้ว โดยการพัฒนาแชตบอต ChatBot หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งที่สามารถคุยโต้ตอบกับมนุษย์ได้เป็นภาษาไทย แต่ต้องให้เวลาคอมพิวเตอร์ได้เรียนรู้ และสร้างความเคยชินกับภาษาไทย ที่แต่ละภาคจะมีสำเนียงพูดแตกต่างกัน

ในเบื้องต้นจะพัฒนา ChatBot ให้ตัวแทนประกันชีวิตได้ใช้ก่อนโดยมีแผนจะออกมาในช่วงปลายปีนี้ และจะให้ระบบได้เรียนรู้และมีประสบการณ์มากพอ หลังจากนั้นจึงจะขยายไปให้ลูกค้าใช้บริการและส่วนอื่นๆ ต่อไป

ระยะต่อไป จะโน้มน้าวให้ลูกค้ารับเงิน ชำระเงิน ผ่านบัญชีธนาคาร จากปัจจุบันที่ลูกค้าประกันยังชินกับการรับเงินเป็นเช็ค และจ่ายเบี้ยด้วยเงินสด ยังชินกับการมาทำธุรกรรมที่บริษัท ที่ผ่านมาพยายามมาตลอดแต่ยังมีผู้ใช้บริการทำธุรกิจผ่านการหักบัญชีธนาคารยังน้อยมาก ไม่ถึง 50% แต่พยายามจะไปให้ถึงยุคไร้เงินสดให้ได้

ปัจจุบันบริษัทกำลังจะพัฒนาบริการรับและชำระเงิน ผ่านระบบพร้อมเพย์ ถือว่าทำใหญ่มาก เป็น Large Scale เพราะในธุรกิจประกัน เมื่อลูกค้าต้องการทำประกันภัยจะต้องกรอกข้อมูลบัตรประชาชน ทำให้ธุรกิจมี ID ของลูกค้าทุกคน คาดว่าจะเริ่มเปิดบริการนี้ได้ในเร็วๆ นี้ จะทำให้เกิดความสะดวก ปลอดภัย และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลด้วย

นอกจากนี้ จะมีการนำ AI มาใช้ในการจัดการข้อมูล นำความฉลาดของคอมพิวเตอร์มาช่วยประมวลผล หาความสัมพันธ์ เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ต้องการออกมาให้ได้ และยังมีโครงการต่างๆ อีกมากแต่ยังเปิดเผยไม่ได้ โดยจะนำประสบการณ์และกรณีศึกษาด้าน AI ในต่างประเทศ รวมถึงนวัตกรรม หรือ Innovation จำนวนมาก มาพัฒนาใช้ในธุรกิจประกันภัย เพื่อช่วยเรื่องการบริหารความเสี่ยง และช่วยพัฒนาประเทศต่อไป

ข่าวล่าสุด

"บอสชาตรี" เดือด! จวกวินัยนักมวย สะเทือนถึง"รถถัง"หลังแพ้น็อค

"บอสชาตรี" เดือด! จวกวินัยนักมวย สะเทือนถึง"รถถัง"หลังแพ้น็อค