
ลุยปั้นแบรนด์ก่อนขาย
แมกโนเลีย ดึง เจ. วอลเตอร์ ธอมสัน สร้างแบรนด์เลิฟผ่านแคมเปญฟอเรส เรสคิว หวังให้แบรนด์ เดอะ ฟอเรสเทียส์ อยู่ในใจผู้บริโภค
แมกโนเลีย ดึง เจ. วอลเตอร์ ธอมสัน สร้างแบรนด์เลิฟผ่านแคมเปญฟอเรส เรสคิว หวังให้แบรนด์ เดอะ ฟอเรสเทียส์ อยู่ในใจผู้บริโภค
นายวัสนัย ภคพงศ์พันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น หรือ MQDC เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้บริษัทจะเน้นการทำกิจกรรมทางการตลาดเพื่อสร้างแบรนด์โครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ให้เป็นที่รู้จักและอยู่ในใจของผู้บริโภคซึ่งหนึ่งในแคมเปญที่บริษัทจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษในปีนี้ คือ การจัดแคมเปญรณรงค์เพื่อการอนุรักษ์และกู้ชีพต้นไม้รอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภายใต้ชื่อ ฟอเรส เรสคิว เพื่อให้ผู้บริโภคตระหนักรู้ถึงการรักชีวิตต้นไม้ เท่ากับรักษาชีวิตเรา
สำหรับแนวทางการทำแคมเปญดังกล่าวบริษัทได้จับมือร่วมกับ บริษัท เจ. วอลเตอร์ ธอมสัน ประเทศไทย เพื่อสร้างสรรค์แคมเปญดังกล่าวร่วมกันผ่านการทำสื่อโฆษณาเกี่ยวกับการรณรงค์เพื่อการอนุรักษ์และกู้ชีพต้นไม้ โดยในส่วนของโฆษณาดังกล่าวบริษัทจะนำมาเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น เนื่องจากช่องทางดังกล่าวสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ทั่วถึงมากกว่าการใช้แมสมีเดีย เช่น ทีวี
“การทำตลาดแบบฮาร์ดเซลหมดยุคแล้ว ดังนั้นบริษัทจึงออกมาทำแคมเปญดังกล่าว เพื่อสร้างแบรนด์เลิฟให้กับโครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซึ่งจุดเด่นของโครงการนี้ คือ การมีพื้นที่สีเขียวที่มากถึง 30% หรือประมาณ 30 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 300 ไร่ และในพื้นที่ดังกล่าวจำนวน 3% บริษัทได้กันไว้เป็นพื้นที่อนุบาลต้นไม้ที่เข้าไปกู้ชีพ โดยขณะนี้มีต้นไม้ที่รับมาดูแลกว่า 20 ต้น จากทั้งหมด 50 ต้น ที่ได้รับการร้องเรียนมา” นายวัสนัย กล่าว
ทั้งนี้ ในส่วนของความคืบหน้าโครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซึ่งมีมูลค่าโครงการอยู่ที่ 9 หมื่นล้านบาทนั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการปรับพื้นที่เพื่อดำเนินการก่อสร้างในปี 2562 ซึ่งในส่วนของแผนการก่อสร้างบริษัทจะแบ่งออกเป็น 3 เฟส โดยในส่วนของเฟสแรกคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี2563 หลังจากจะทยอยก่อสร้างในเฟส 2 และ 3 เพื่อให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2565 ซึ่งภายในโครงการจะประกอบไปด้วยโครงการที่อยู่อาศัย พื้นที่ค้าปลีก อาคารสำนักงาน ศูนย์สุขภาพ อาคารนวัตกรรมแห่งอนาคต และศูนย์การเรียนรู้
นายวัสนัย กล่าวอีกว่า โครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ถือเป็นโครงการแรกในประเทศไทยที่ผู้บริโภคทุกเพศทุกวัยสามารถอยู่ร่วมกันได้ภายในโครงการ เนื่องจากบริษัทจะมีการแบ่งพื้นที่บริการเพื่อเจาะทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มครอบครัว คนทำงาน หรือกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายที่บริษัทจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบเบื้องต้นคาดว่าไตรมาสแรกของปี 2562 น่าจะพร้อมเปิดขายโครงการอย่างเป็นทางการ โดยเริ่มจากกลุ่มวีวีไอพีเป็นกลุ่มแรก
ด้าน นายภาคย์ วรรณศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท เจ. วอลเตอร์ ธอมสัน ประเทศไทย กล่าวว่า ภาพยนตร์โฆษณาที่ทำให้กับแคมเปญ ฟอเรส เรสคิว ในครั้งนี้ บริษัทมีแผนจะสร้างสรรค์ออกมาหลายเรื่อง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์ต้นไม้ให้กับผู้บริโภค







