
เฟดขึ้นดอกเบี้ย ก.ย.เขย่าดัชนีหุ้นอีกรอบ
ทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือน ส.ค.จะดีจริง หลังต่างชาติซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่องหรือไม่นั้น
โดย จิตรลดา เลขาพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า
ทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือน ส.ค.จะดีจริง หลังต่างชาติซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่องหรือไม่นั้น ลองมาส่องบทวิเคราะห์การลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์ค่ายต่างๆ มองทิศทางการลงทุนกันอย่างไรบ้าง
จิตรลดา เลขาพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไอร่า ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือน ส.ค. รับปัจจัยบวกจากการประกาศงบไตรมาส 2 ปี 2561 ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นในเดือนนี้ได้รับปัจจัยบวกจากการเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2/2561 พร้อมการประกาศจ่ายปันผลถึงกลางเดือน ส.ค.นี้ ประกอบกับการคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันอยู่ในกรอบ 65-70 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากการส่งออกของซาอุดิอาระเบียที่ลดลง และคาดสต๊อกน้ำมันของตลาดโลกในไตรมาส 3 มีแนวโน้มลดลง
นอกจากนี้ มองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจดีต่อเนื่องจากการคาดการณ์ว่าไตรมาส 2/2561 มีการขยายตัวมากกว่า 4% หลังไตรมาสแรกเติบโต 4.8% สูงสุดในรอบ 5 ปี พร้อมคาด GDP ปี 2561 ขยายตัว 4.4% (4.2-4.7%) ซึ่งสูงสุดในรอบ 6 ปี ตามการส่งออก คาดเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% การท่องเที่ยวคาดรายได้เติบโต 11%
ปัจจัยที่ยังคงกดดันภาพรวมการลงทุนในเดือนนี้ มาจากเงินต่างชาติยังขายสุทธิตลอด 7 เดือนแรกของปี 2561 จำนวน 1.9 แสนล้านบาท แต่ในเดือน ก.ค. 2561 ยอดขายสุทธิชะลอตัวลงเหลือประมาณ 10,622 ล้านบาท ดีขึ้นจากเฉลี่ย 6 เดือนแรกของปี 2561 อยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท/เดือน
สำหรับปัจจัยที่ยังคงต้องจับตา วันที่ 8 ส.ค.นี้ จะมีการประชุมของ กนง. ซึ่งคาดว่ายังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.50% ต่อปี แต่คาดอาจมีการเริ่มส่งสัญญาณลดการใช้นโยบายผ่อนคลายลง หลังเศรษฐกิจขยายตัวดีต่อเนื่อง และอัตราเงินเฟ้อเข้าสู่เป้าหมาย คาดอาจมีการพิจารณาปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในปี 2562
ประกอบกับความไม่แน่นอนในเรื่องนโยบายของสหรัฐ ซึ่งหากมีการประกาศออกมาเพิ่ม และเลวร้ายกว่าที่ตลาดรับรู้ก่อนหน้า คาดอาจทำให้เกิดความขัดแย้งและส่งผลกระทบต่อการเติบโตเศรษฐกิจโลก และคาดสร้างความผันผวนรวมถึงส่งผลต่อความเชื่อมั่นลงทุนเช่นที่เกิดขึ้นในช่วงผ่านมา และ Bond Yield 10 ปี ของสหรัฐ หลังขึ้นไประดับสูงสุดที่ 3.07% เมื่อกลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดปรับเพิ่มขึ้นมาใกล้ระดับ 3.0% คาดอาจกลับมาเป็นประเด็นกดดันต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง
ประเมินกลยุทธ์การลงทุน มีโอกาสฟื้นตัวแต่อยู่ในกรอบจำกัด ดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบที่ระดับ 1,760 จุด แนะนำหุ้นขนาดใหญ่ที่อยู่ในเป้าหมายของนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากส่งออก การท่องเที่ยว และกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากโครงการลงทุนภาครัฐ และแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตดีขึ้นตามลำดับ โดยมีหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ AOT, กลุ่มธนาคาร แนะนำ BBL และ KTB นอกจากนี้ยังแนะนำ GCAP, BANPU, COM7, SVI, STEC และ TKN เป็นต้น
ด้าน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า ต้องดูว่าดัชนีจะยืนเหนือ 1,700 จุดเป็นสําคัญว่ายืนอยู่ไหวไหม เพราะมีปัจจัยลบจากเรื่องสงครามสหรัฐ-จีนที่รุนแรงขึ้น ดอลลาร์แข็งค่า บาทกลับมาอ่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี เข้าใกล้ 3% เงินมีโอกาสไหลออก ดาวโจนส์ปรับลง แต่มีปัจจัยที่ค้ำจุนอยู่ ส่วนภาพใหญ่ปัจจัยต่างประเทศเดิมที่ค้ำอยู่คือการคาดการณ์ว่าผลการดําเนินงานสหรัฐโดยรวมจะออกมาดี ส่วนระยะกลาง-ยาวเฟดคาดปีนี้จะปรับขึ้นทั้งหมด 4 ครั้ง (ปรับขึ้นอีก 2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปี) และปีหน้าอีก 3 ครั้ง ทําให้แนวโน้มดอลลาร์แข็งค่า และเงินไหลออกกลับไปสหรัฐ
นับว่าปัจจัยต่างประเทศยังกดดันในเรื่องกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยต่อไป แต่ปัจจัยภายในที่ดีคือการเลือกตั้งไทยยังเป็นไปตามโรดแมป เศรษฐกิจไทยยังดี แต่เริ่มกังวลไทยจะได้รับผลกระทบสงครามการค้าตั้งแต่ปีหน้า เพราะเราเป็นห่วงโซ่ผู้รับจ้างผลิตและส่งออก จึงอาจได้รับ
ผลลบได้ แต่หากทรัมป์ถูกต่อต้านมากๆ ในอนาคตจนต้องกลับมาเจรจา จะเป็นแรงดีดกลับของ SET ได้ กลยุทธ์ในสัปดาห์นี้ยังคงเน้นลงทุนหุ้นรายตัว (Selective Buy) ที่มีพื้นฐานดี และมีประเด็นที่น่าสนใจในระยะนี้ หุ้นเน้นธุรกิจในประเทศ (Domestic Play) หรือหุ้น
ไม่ผันแปรตามเศรษฐกิจ (Domestic Play) รวมทั้งหุ้นปันผลสูง นักลงทุนระยะสั้นควรเล่นรอบสั้นๆ ไม่หวังกําไรมาก ระยะกลาง-ยาวควรตั้งเป้าผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรมและทยอยขายทำกำไรเมื่อได้ตามเป้าหมาย ล็อกกําไร ลดความเสี่ยง ระยะนี้คาดว่า SET จะซื้อขายอยู่ในกรอบเป็น 1,690-1,730 จุด
บล.กรุงศรี คาดแนวโน้มตลาดหุ้นเดือน ส.ค. 2018 จะพักตัวจากที่ฟื้นตัวแรงในเดือนก่อนหน้า ครึ่งเดือนแรกดัชนียังมีโอกาสปรับขึ้นจากแรงเก็งกำไรก่อน ประกาศงบไตรมาส 2 ช่วงครึ่งเดือนหลัง ดัชนีมีโอกาสผันผวนและปรับลงจากแรงขาย Sell on Fact หลังจากราคาหุ้นปรับขึ้น สะท้อนผลประกอบการไปแล้ว ประกอบกับตลาดเชื่อว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงเดือน ก.ย. ทำให้เงินต่างชาติมีโอกาสไหลออกจากแรงขายปรับพอร์ตอีกครั้งก่อนที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยจริง เบื้องต้นเราประเมินดัชนีเดือน ส.ค. จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,660-1,740 จุด กลยุทธ์เดือน ส.ค. เน้นกลุ่ม Defensive ได้ผลบวกจาก Seasonal อาทิ กลุ่มโรงพยาบาล และยังเน้นกลุ่มที่ผลประกอบการยังดีต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 3 ประกอบด้วย ANAN, BANPU, BCH, IVL และ SVI







