posttoday
ญี่ปุ่นเชื่อศก.ไทยฟื้น

ญี่ปุ่นเชื่อศก.ไทยฟื้น

04 สิงหาคม 2561

หอการค้าญี่ปุ่นเผยดัชนีเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังอยู่ที่ 40 แนวโน้มสูงสุดในรอบ 4 ปี ปัจจัยบวกมาจากทิศทางการใช้จ่ายในประเทศเพิ่มขึ้น

หอการค้าญี่ปุ่นเผยดัชนีเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังอยู่ที่ 40 แนวโน้มสูงสุดในรอบ 4 ปี ปัจจัยบวกมาจากทิศทางการใช้จ่ายในประเทศเพิ่มขึ้น

นายฮิโรกิ มิทสึมาตะ ประธานคณะวิจัยเศรษฐกิจ หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (เจซีซี) และประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ผลการสำรวจแนวโน้มทางเศรษฐกิจของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในประเทศไทยครึ่งแรกของปี 2561 ของ
เจซีซี พบว่าดัชนีแนวโน้มเศรษฐกิจคาดการณ์สภาพธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2561 อยู่ที่ 40 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ทั้งนี้ จากครึ่งปีแรกคาดการณ์ดัชนีอยู่ที่ 36 สูงสุดในรอบ 4 ปี ปัจจัยบวกมาจากแนวโน้มการใช้จ่ายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับอุตสาหกรรมทั้งยานยนต์ สิ่งทอ ก่อสร้าง ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และค้าปลีก แนวโน้มดีขึ้นทั้งหมด

สำหรับดัชนีคาดการณ์ในช่วงครึ่งปีหลัง 2560 อยู่ที่ 34 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน ส่วนยอดขายของบริษัทในปี 2561 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสัดส่วน 70% สูงจากปีก่อน และอยู่ระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี โดยบริษัทส่วนใหญ่คาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นทั้งหมด ซึ่งกลุ่มที่คาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นสูงสุดจะเป็นสิ่งทอ รองลงมาคือ อาหารและเคมี ด้านผลกำไรบริษัทคาดว่าจะมีกำไรคิดเป็น 84% ส่วนบริษัทที่ตอบว่าจะมีกำไรก่อนหักภาษีเพิ่มขึ้นคิดเป็น 41%

นอกจากนี้ บริษัทที่คาดว่าจะลงทุนเพิ่มด้านโรงงานและเครื่องจักรในปีนี้คิดเป็น 42% บริษัทที่ลงทุนคงที่คิดเป็น 34% และบริษัทที่ตอบว่าลงทุนลดลงคิดเป็น 17% โดยอุตสาหกรรมที่จะมีการลงทุนมากสุดเป็นกลุ่มเครื่องจักรที่ใช้ในการขนส่ง รองลงมาคือ สิ่งทอ เหล็ก และอโลหะ

ด้านแนวโน้มการส่งออกไปต่างประเทศ พบว่าตลาดที่มีศักยภาพส่งออกมากที่สุดเป็นอินเดีย 51% รองลงมาคือ เวียดนาม 44% อินโดนีเซีย 31% เมียนมา 24% และญี่ปุ่น 19% ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ที่อินเดียมีศักยภาพส่งออกสูงสุดมากกว่าเวียดนาม เนื่องจากอินเดียเป็นตลาดใหญ่ และมีอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนโลหะ และอโลหะขยายตัวดี

นายมิทสึมาตะ กล่าวอีกว่า ยังได้สอบถามแผนลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) พบว่าจำนวนบริษัทที่มีแผนลงทุนชัดเจนหรือสนใจจะลงทุนในอีอีซีคิดเป็น 62% จำนวนบริษัทที่ยังไม่สนใจลงทุน 14% โดยบริษัทที่สนใจลงทุนอย่างชัดเจน 9 บริษัท เป็นทั้งอุตสาหกรรมเคมี เครื่องจักรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรที่ใช้ในการขนส่ง บริษัทการค้า การขนส่งและการสื่อสาร

ขณะที่บริษัทที่มีฐานธุรกิจอยู่ในอีอีซีอยู่แล้วพบว่าบริษัทที่มีแผนการลงทุนที่ชัดเจน หรือสนใจจะลงทุนในอีอีซีคิดเป็น 58% ไม่มีความคิดเห็น 29% และไม่สนใจลงทุน 13% โดยบริษัทที่มีแผนลงทุนชัดเจนมีจำนวน 13 บริษัท สำหรับประเด็นกังวลเกี่ยวกับนโยบายโครงการอีอีซีที่ตอบได้หลายข้อ บริษัทส่วนใหญ่ตอบว่ารัฐบาลไทยมองการเติบโตในอนาคตเชิงบวกมากเกินไปคิดเป็น 36% ทั้งการประกาศลงทุนรถไฟความเร็วสูง และสนามบินอู่ตะเภา รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนที่จะทำให้เศรษฐกิจโต เอกชนมองว่าตลาดอาจจะยังไม่ได้โตขนาดนั้น อีกทั้งไม่เห็นที่มาของการทำตัวเลขด้วย

อย่างไรก็ตาม รองลงมานักลงทุนมองความไม่ชัดเจนของแผนพัฒนาโครงการต่างๆ 35% การให้ข้อมูลไม่เพียงพอในนโยบายอีอีซีจากรัฐบาลไทย 28% เช่น ความไม่แน่นอนในวิธีการปรับใช้นโยบายที่ประกาศไปแล้ว และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นด้านการเงินของรัฐบาลในโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน 28%

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ