
ระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะ อันดับ 1 รางวัล NSC 2018
สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ โดยในไม่ช้าก็จะทวีจำนวนประชากรผู้สูงอายุที่หนักหนาสาหัสขึ้นไปอีก
โดย วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ : มจธ.
สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ โดยในไม่ช้าก็จะทวีจำนวนประชากรผู้สูงอายุที่หนักหนาสาหัสขึ้นไปอีก ประชากรวัยทำงานหรือวัยหนุ่มสาว มีจำนวนลดน้อยลงแต่ต้องทำงานมากขึ้น เพื่อแบกรับเพื่อนร่วมสังคมอาวุโส รวมทั้งจะทำงานไม่ได้เอาด้วย เพราะส่วนหนึ่งต้องแบ่งแรงงานมาดูแลผู้สูงวัยที่บ้าน
คงเป็นเรื่องดีไม่น้อย ถ้าจะมีเครื่องมือหรือเทคโนโลยี เพื่อรองรับปัญหาการทำงานของคนวัยทำงานยุคสูงวัย ที่ทำงานและดูแลผู้สูงวัยได้ในเวลาเดียวกัน
เมื่อเร็วๆ นี้ ทีม ดิ การ์เดียน ประกอบด้วย ทินกร ม้าลายทอง จุฑาภรณ์ วิภัชภาคไพบูลย์ และ นภัสสร พิทักษ์กชกร นักศึกษาภาควิชาวิศวคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) มีอาจารย์ที่ปรึกษาคือ ดร.พร พันธุ์จงหาญ ได้พัฒนาผลงานนวัตกรรม “ระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการโปรแกรมเพื่อช่วยคนพิการและผู้สูงอายุ”
ระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะดังกล่าว ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 โปรแกรมช่วยเหลือผู้สูงอายุและคนพิการ การแข่งขันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 20 : NSC 2018 และเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าประกวดในงาน The 12th International Convention
on Rehabilitation Engineering and Assistive Technology (i-CREATe 2018) ในวันที่ 13-16 ก.ค. 2018 ที่ผ่านมา ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน
จุฑาภรณ์ หนึ่งในทีม ดิ การ์เดียนกล่าวว่า ระบบดูแลผู้สูงอายุและคนพิการอัจฉริยะ ตอบโจทย์ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ โดยเป็นระบบดูแลภายในอาคาร ซึ่งระบบนี้ผู้สูงอายุและคนพิการไม่ต้องสวมใส่อุปกรณ์ใดๆ จึงมีความสะดวกสบายในการเคลื่อนที่และสามารถใช้ชีวิตตามปกติ ถือเป็นจุดเด่น ที่ไม่เคยมีในระบบเฝ้าระวังการหกล้มทั่วไป
“เทคโนโลยีใหม่ใช้ความรู้ความสามารถของการเรียนรู้เชิงลึก และการเรียนรู้ของเครื่องคอมพิวเตอร์มาพัฒนาเป็นระบบในรูปแบบของไฟล์วิดีโอ เมื่อเกิดการล้มขึ้น ระบบจะส่งการแจ้งเตือนไปยังสมาร์ทโฟนของผู้ดูแล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที”
ทินกร เล่าเพิ่มเติมถึงการทำงานของระบบเฝ้าระวังฯ ว่า โปรแกรมประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือส่วนของระบบที่ทำการรับค่าวิดีโอ ที่ได้จากจากการบันทึกวิดีโอทุก 5 วินาที เพื่อตรวจสอบว่ามีจำนวนคนเพียงคนเดียวในเฟรม โดยระบบจะทำการตรวจสอบจำนวนบุคคล ถ้ามีบุคคลมากกว่าหนึ่งคนหรือไม่พบใครในระยะกล้อง ระบบจะไม่ทำการส่งข้อมูลไปตรวจจับการล้ม
นอกจากนี้ ระบบยังสามารถคาดการณ์การหกล้มได้ด้วย การคาดการณ์ทำโดยผ่านการตรวจจับว่ามีเพียงหนึ่งคนในเวลานั้นๆ หรือไม่ ทั้งนี้ ระบบจะนำวิดีโอที่ถูกบันทึกไว้ออกมานำเข้าโมเดลฟายดิ้ง คีย์ พอยต์ (Finding Key Point) เพื่อคำนวณหาจุดของโครงสร้างร่างกาย ระบบจะทำการคาดการณ์ และแสดงผลออกมาว่าบุคคลภายในวิดีโอในเวลานั้นๆ ว่าจะล้ม (ในอนาคต) หรือไม่ เช่น จุดโครงสร้างร่างกายผิดปกติ เป็นจุดที่ไม่อาจตั้งตรงร่างกายอยู่ได้ หรือเกิดความไม่แน่นอนของโครงสร้างร่างกาย ระบบก็จะแจ้งเตือนทันที (ก่อนการล้มเกิดขึ้น)
“ระบบการแจ้งเตือนของเครื่องมือเฝ้าระวังอัจฉริยะ แบ่งเป็นการโทรและการส่งข้อความ โดยหลังจากระบบตรวจจับการล้มได้ จะเริ่มแจ้งสัญญาณใน 2 ลักษณะคือ การโทรและการส่งข้อความ โดยระบบจะโทรไปที่เบอร์ของผู้ใช้
หรือในอีกกรณีหนึ่งคือผู้ใช้สามารถระบุเบอร์เพื่อต่อสายไปยังคนใกล้ตัว หรือโรงพยาบาลใกล้บ้านก็ได้ เพื่อให้เข้าทำการช่วยเหลือฉุกเฉินก่อน ส่วนการส่งข้อความก็สำรองไว้ โดยทำการส่งข้อความไปยังผู้ใช้เพื่อรองรับกรณีที่ผู้ใช้ไม่ได้รับโทรศัพท์”
ดร.พร อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ กล่าวว่า ผลงานนวัตกรรมเพื่อเฝ้าระวังอัจฉริยะสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ เกิดจากกระบวนการเรียนการสอนที่ได้มีการให้นักศึกษาได้ร่วมมีโอกาสในการออกแบบ คิดค้น และบูรณาการสิ่งที่ได้เรียนรู้จากสาขาวิชาต่างๆ ทั้งด้านเทคโนโลยีการเรียนรู้ด้วยเครื่องเชิงลึก การประมวลผลรูปภาพและวิดีโอ
“นวัตกรรมตอบโจทย์ปัญหาสังคมผู้สูงอายุที่จะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยนักศึกษาสามารถนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ มาประยุกต์ใช้และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเหลือผู้สูงอายุและคนพิการได้จริง” 







