posttoday
ในวันที่โลกแปลกหน้า

ในวันที่โลกแปลกหน้า

04 สิงหาคม 2561

เมื่อสภาพจิตใจเปลี่ยน สายตาที่มองเห็นสรรพสิ่งรอบตัวก็ผันแปรตาม

โดย ธเนศน์ นุ่นมัน

เมื่อสภาพจิตใจเปลี่ยน สายตาที่มองเห็นสรรพสิ่งรอบตัวก็ผันแปรตาม แล้ววันหนึ่งจิตใจก็เปลี่ยนโลกทัศน์ไปอย่างสมบูรณ์ เปลี่ยนเพื่อนทุกคนให้กลายเป็นกลุ่มคนที่ควรหลีกให้ห่าง เปลี่ยนท้องถนนให้กลายเป็นพื้นที่ไร้ความปลอดภัย ทุกแห่งหนในโลกกลายเป็นสถานที่ที่ไม่คุ้นตา หรือกระทั่งเปลี่ยนมื้ออาหารให้มีรสชาติปร่าขม น่าเบื่อ

ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ปัจจุบันคนไทยเป็นโรคจิตเวชจำนวนไม่น้อย ผู้ป่วยบางรายรู้ตัวว่าป่วย บางรายก็ไม่รู้ตัว ซ้ำร้ายบางรายยังสับสนในอาการป่วยทางจิตเวชบางโรค และเข้าใจผิดคิดว่าตนเองป่วยเป็นโรคทางกาย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้ความรู้เกี่ยวกับโรคกลุ่มนี้ เพื่อให้ผู้ป่วยได้สังเกตตัวเอง คนใกล้ชิด หรือคนรอบข้าง

โรคทางจิตเวชนั้นมีขอบเขตที่กว้าง ทั้งแบบที่มีอาการรุนแรง ควบคุมตนเองไม่ได้ รู้ว่าป่วยแต่กลับไม่ต้องการหมอ และผู้ป่วยที่สามารถช่วยเหลือดูแลตัวเองได้ รู้ตัวว่าป่วยและไปหาหมอด้วยตัวเอง

ผศ.นพ.สุขเจริญ ตั้งวงษ์ไชย อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แจกแจงเรื่องโรคจิตเวชไว้ในเอกสารเผยแพร่ของจุฬาฯ ว่า นอกจากสถานของโรคจะถูกเข้าใจผิดในหลายๆ ด้านแล้ว ผู้คนจำนวนมากยังคงเข้าใจผิดในส่วนของบริการและการรักษาแบบนี้มีที่มาที่ไป เพราะทฤษฎีทางจิตเวชที่พัฒนามาเป็นปัจจุบัน ถูกค้นพบโดย ซิกมันด์ ฟรอยด์ จิตแพทย์ชาวออสเตรีย ซึ่งยุคนั้นเชื่อว่าโรคหรือการป่วยทางจิตเกิดจากความอ่อนแอทางใจและปัญหาการเลี้ยงดู

“ยุคนั้นเราเชื่อว่าความอ่อนแอทางใจทำให้เกิดโรคทางจิต แต่ต่อมามีการพัฒนามากขึ้น เราไม่เชื่อแบบนั้นแล้ว แต่เชื่อว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เกิด เช่น ปัจจัยทางชีวภาพ จิตสังคม การถ่ายทอดทางพันธุกรรม ทุกวันนี้เราสามารถอธิบายได้แล้วว่าโรคทุกโรคทางจิตเวชเกิดจากความผิดปกติของสมองอย่างไร” คุณหมอกล่าวและระบุด้วยว่า

ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับโรคทางจิตเป็นตัวสร้าง “ตราบาป” ให้แก่ผู้ป่วย ทำให้ตัวผู้ป่วยถูกมองแง่ลบ ถูกมองว่าป่วยเป็นโรคนี้เพราะเกิดจากการกระทำของตัวเอง และไม่ต้องการมาพบแพทย์ ส่วนรายที่ตัดสินใจมาพบแพทย์จะเกิดความกังวล กลัว เพราะไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร การพูดคุย อธิบายประวัติจากผู้ป่วย จะนำไปสู่การรักษาที่ถูกต้อง แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย และวินิจฉัยโรค และต้องเชื่อมั่นว่าโรคทางจิตเวชสามารถรักษาให้หายขาดได้

หากกวาดสายตาในโลกออนไลน์ ก็จะพบว่ามีข้อมูลให้เราทำความรู้จักกับโรคทางจิตเวชกว้างๆ มากมาย เช่น โรคแพนิค หรือโรคตื่นตระหนก เกิดขึ้นจากระบบประสาทอัตโนมัติมีการทำงานที่ไวต่อสิ่งกระตุ้น ทำให้หัวใจเต้นเร็ว หายใจติดขัด จุกแน่น เวียนหัว เป็นโรคที่อาจต้องใช้เวลานานกว่าจะรู้ตัวว่าป่วยด้วยโรคนี้

โรคซึมเศร้า ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้จะมีอาการหดหู่ ท้อแท้ เบื่อหน่าย รู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนไม่มีคุณค่า บ้างก็ไม่รู้สึกเศร้าแต่จะเบื่อหน่ายทุกอย่างรอบตัว หาเหตุผลที่จะมีชีวิตต่อไปไม่ได้

เป็นเรื่องน่าวิตกไม่น้อย เพราะปลายปีที่ผ่านมา กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ออกมาบอกว่า มีผลการศึกษาพบว่าเยาวชนไทยอายุ 10-19 ปี เสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าสูงถึง 44% หรือประมาณ 3 ล้านกว่าคน จากเยาวชนวัยนี้ทั้งหมด 8 ล้านคน วัยรุ่นที่เสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าประกอบด้วยผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคทางจิตเวช เช่น เป็นโรคซึมเศร้า โรคอารมณ์ 2 ขั้ว มีโรคเรื้อรังทางกาย ผู้ที่มีปัญหาทางด้านจิตสังคม เช่น อกหัก ใช้สารเสพติด ตั้งครรภ์ ปัญหาการเรียน ถูกเพื่อนข่มเหงรังแก เหยื่อความรุนแรงในครอบครัว ฯลฯ และกลุ่มที่มีครอบครัวไม่อบอุ่น รวมทั้งการเลี้ยงดูที่ขาดการสอนทักษะการจัดการอารมณ์ตนเอง จึงถือเป็นการบ้านของครอบครัว โรงเรียน ที่จะช่วยกันสร้างเกราะป้องกันโรคนี้

ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดสำหรับโรคซึมเศร้าก็คือ การยอมรับว่าป่วยเป็นโรคนี้หรือเผชิญหน้ากับโรคยังค่อนข้างจำกัด ทั้งกรณีผู้ป่วยเองอับอายกับโรคที่รุมเร้า และจมอยู่กับความคิดที่ว่าโรคนี้ยิ่งผลักไสให้กลายเป็นคนแปลกแยกของสังคม และมักจะถูกซ้ำเติมจากความไม่เข้าใจในการปฏิบัติต่อผู้ป่วยที่เป็นสมาชิกในครอบครัว ที่ไม่มีหรือไม่พยายามหาความรู้ความเข้าใจในโรค

บางกรณีสิ่งที่บางครอบครัวปฏิบัติต่อผู้ป่วยก็ยิ่งน่าวิตก เพราะคิดว่าอาการเจ็บป่วยเป็นเรื่องไสยศาสตร์ ต้องพาตัวไปหาหมอผีหรือพระปัดเป่าพรมน้ำมนต์ การกระทำดังกล่าวอาจจะยิ่งทำให้ผู้ป่วยยิ่งรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่า ยิ่งทำให้ผู้ป่วยมีอาการถดถอยลงไปอีก

สุดท้ายเมื่อผู้ป่วยติดอยู่กับโครงสร้างทางสังคมยุคใหม่ ที่คนในครอบครัวต่างคนต่างอยู่ ผู้ป่วยหลายคนยิ่งถูกทอดทิ้งให้เผชิญกับปัญหา ทิ้งให้อยู่กับพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่อาการซึมเศร้าแต่โดยลำพังที่อาจจะพัฒนาไปสู่การคิดสั้น

โลกและสังคมยุคใหม่เคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว ด้วยอัตราเร่งที่เพิ่มขึ้นทุกปี แต่วันๆ เราทั้งหลายมีสารพัดข้อมูลไหลเข้ามาหา แต่ละวินาที ขยายเป็นเดือน เวลาเหมือนไหลกองมารวมกันและผ่านไปอย่างยากจะจับต้องได้ จนบางครั้งเราก็หลงลืมที่จะดูแลตัวเอง คนที่รัก หรือคนรอบข้าง หรือกระทั่งหลงลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดไปอย่างสิ้นเชิง ลืมกระทั่งหาเวลาดูแลจิตใจของตัวเอง 

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล