posttoday
ค้าปลีกปรับแผนลุย รับมือดิสรัปชั่น

ค้าปลีกปรับแผนลุย รับมือดิสรัปชั่น

01 สิงหาคม 2561

โดย...จะเรียม สำรวจ

โดย...จะเรียม สำรวจ

พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป บวกกับการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกที่นับวันจะยิ่งมีความรุนแรง ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ผู้ประกอบการค้าปลีกต้องกลับไปทำการบ้านอย่างหนักว่า จะนำสินค้าและบริการแบบไหนมาให้บริการจึงจะตรงกับความต้องการของลูกค้า เนื่องจากปัจจุบันคู่แข่งมีอยู่รอบด้าน

ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ตอนนี้เทคโนโลยีได้เข้ามาดิสรัปชั่น ภาคธุรกิจและผู้บริโภคไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าวทำให้เวลาในการทำธุรกิจสั้นลง

ดังนั้น ผู้ประกอบการในธุรกิจ ค้าปลีกควรปรับรูปแบบในการทำธุรกิจจากเดิมเป็นเพียงตัวกลางในการซื้อขายสินค้าเปลี่ยนเป็นคลังสินค้าขนาดใหญ่ เนื่องจากปัจจุบันการแข่งขันมีความรุนแรง เพราะผู้ประกอบการค้าปลีก ไม่ได้แข่งกันเฉพาะผู้ประกอบการค้าปลีกด้วยกันเองเท่านั้น แต่ยังมีธุรกิจออนไลน์เข้ามาร่วมในการแข่งขันด้วย

แนวทางดังกล่าวธุรกิจค้าปลีกในกรุงเทพฯ เริ่มมีการปรับตัวกันบ้างแล้ว แต่ในส่วนของธุรกิจค้าปลีกในต่างจังหวัดยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว จึงทำให้ธุรกิจค้าปลีกในต่างจังหวัดอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมากกว่าธุรกิจค้าปลีกในกรุงเทพฯ

ฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ประเทศไทยหลายอย่างกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ จึงทำให้ความเจริญหลายอย่างรวมไปถึงคนเก่งๆ กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ ตามไปด้วย เช่นเดียวกับภาพรวมของธุรกิจค้าปลีก แม้ว่าปัจจุบันธุรกิจค้าปลีกจะเริ่มขยายตัวไปในตลาดต่างจังหวัดบ้างแล้ว แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงเน้นการเข้าไปขยายธุรกิจในเมืองใหญ่

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ภาครัฐควรให้การสนับสนุนการลงทุน พร้อมพัฒนาเศรษฐกิจเมืองรองให้กลายเป็นเมืองใหญ่ เพื่อดึงคนเก่งให้ทำงาน อยู่ในภูมิลำเนาของตัวเอง เช่นเดียวกับ ผู้ประกอบการค้าปลีกในต่างจังหวัดที่ ต้องหันมาพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

ฉัตรชัย กล่าวอีกว่า ภาพรวมการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกในช่วง 3-5 ปีนับจากนี้ จะยังคงแข่งขันกันที่หน้าร้าน แต่ทั้งนี้ ก็ต้องรอดูการเกิดขึ้นของ คลื่นความถี่ในระบบ 5จี เพราะถ้าเกิดขึ้นและทุกอย่างใช้ได้อย่างสมบูรณ์ประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกมากมาย

เช่นเดียวกับธุรกิจศูนย์การค้าที่ต้องเป็นสถานที่มากกว่าการช็อปปิ้ง เพราะคนไทยมีพฤติกรรมอยู่กับบ้านไม่ได้ ดังนั้น ศูนย์การค้าควรมีบริการที่แปลกใหม่ ครบวงจร เพื่อรอบรับความต้องการของลูกค้า เช่นเดียวกับธุรกิจดีพาร์ตเมนต์สโตร์ ที่ต้องหันมาทำกิจกรรมให้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจดีพาร์ตเมนต์สโตร์ถูกช่องทางออนไลน์มาตีตลาด ดังนั้น ควรมีการทำกิจกรรมการตลาด เพื่อดึงความสนใจของลูกค้าจากออนไลน์ให้มาตัดสินใจ ซื้อที่ช่องทางออฟไลน์

สำหรับธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ต ปัจจุบันเริ่มเห็นผู้ประกอบการมีการปรับตัวบ้างแล้ว เช่น การปรับลดขนาดพื้นที่ และชูจุดขายในด้านของการขายอาหารสด ควบคู่ไปกับการใช้ช่องทางออนไลน์เข้ามาเสริมในการทำตลาด เช่นเดียวกับธุรกิจร้านอาหาร ที่ต้องใช้สื่อออนไลน์ช่วยในการทำตลาด ควบคู่ไปกับการ ชูจุดแข็งในด้านของการขายอาหาร ที่สดใหม่ ขณะเดียวกันก็ควรปรับตัวให้มีความเป็นยูนีก เพื่อดึงดูดความสนใจลูกค้า เช่นเดียวกับธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ต ที่ต้องใช้สื่อออนไลน์เข้ามาช่วยในการทำตลาด

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ