posttoday
ปฏิรูปตำรวจรื้อใหญ่ หวั่นสนช.ล้มกระดาน

ปฏิรูปตำรวจรื้อใหญ่ หวั่นสนช.ล้มกระดาน

30 กรกฎาคม 2561

มูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ จัดเสวนาปฏิรูปประเทศไทย หัวข้อ “การปฏิรูปตำรวจ” โดยสาระสำคัญดังนี้

โดย ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

มูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ จัดเสวนาปฏิรูปประเทศไทย หัวข้อ “การปฏิรูปตำรวจ” โดยสาระสำคัญดังนี้

บรรเจิด สิงคะเนติ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) อภิปรายว่า การปฏิรูปตำรวจเป็นประเด็นใหญ่ที่สุดประเด็นหนึ่ง เพราะเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมและเชื่อมโยงถึงประชาชนโดยตรง ถ้ากระบวนการนี้ไม่โปร่งใสก็ยิ่งจะสร้างความทุกข์ให้กับประชาชนที่เป็นคนจนมากขึ้นไปอีก

ปัญหาใหญ่มี 3 เรื่อง

ปัญหาของตำรวจมีด้วยกันหลายปัญหา ได้แก่ 1.โครงสร้างที่เป็นลักษณะพีระมิด ยอดพีระมิด คือ ผบ.ตร. ถ้ายอดพีระมิดอยู่ใต้การเมือง ที่เหลือก็จะอยู่ใต้การเมืองเช่นกัน ระบบการบังคับบัญชาแบบชั้นยศไม่เอื้อต่อการทำงานสอบสวน

2.การเข้าสู่ตำแหน่งในบางพื้นที่มีต้นทุนสูงมาก ซึ่งมีผลให้กระบวนการสอบสวนเดินหน้าไม่ได้ ถ้าการเข้าสู่ตำแหน่งมาจากการลงขันของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ต้นทางกระบวนการยุติธรรมเป็นที่พึ่งประชาชนได้

3.ปัญหากระบวนการสอบสวนโดยแท้ คือเป็นปัญหาที่ไม่มีใครเข้าไปถ่วงดุลตั้งแต่ต้นทางของกระบวนการ เมื่อต้นทางปราศจากการถ่วงดุล ปลายทางก็จะเป็นปัญหาเช่นกัน ทำให้ขาดหลักประกันความเป็นอิสระของพนักงานสอบสวน

ต้องใช้หลักสากลปฏิรูป

“การแก้ไขปัญหาจะต้องเน้นไปที่โครงสร้างกระบวนการสอบสวนภายใต้หลักการสำคัญที่เป็นหลักสากล คือ การต้องพิสูจน์จนปราศจากข้อสงสัย การจะดำเนินการตามหลักสากลดังกล่าวได้ก็ต้องให้อัยการและตำรวจเข้ามาร่วมกันแสวงหาข้อเท็จจริง หรือเรียกว่าตำรวจกับอัยการต้องเป็นกระบวนการเดียวกัน”

บรรเจิด กล่าวว่า ที่ผ่านมาปรากฏว่าอัยการเห็นข้อเท็จจริงผ่านสำนวนการสอบสวนที่เป็นเอกสารและเป็นช่วงก่อนที่ต้องส่งฟ้องศาลไม่กี่วัน ดังนั้น ในหลักสากลจึงให้อัยการเข้ามาร่วมแสวงหาข้อเท็จจริง นอกจากนี้ อัยการจะยังเข้ามาทำหน้าที่ถ่วงดุลการสอบสวนของตำรวจด้วย อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติอัยการไม่จำเป็นต้องเข้ามาในทุกคดี แต่ให้อัยการเข้ามาทำหน้าที่เฉพาะคดีที่มีความสำคัญ

“ถ้ากระบวนการนี้ถูกสถาปนาขึ้นมาได้จริงจะให้เกิดความโปร่งใส ซึ่งถือเป็นเส้นเลือดหลักของประเทศไทย แต่ที่ผ่านมาไม่เคยแก้ปัญหาเส้นเลือดหลักอย่างจริงจัง ในทางกลับกันกลับใช้วิธีการแก้ไขผ่านการตั้งองค์กรพิเศษขึ้นมาจำนวนมาก และไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ถ้าทศวรรษนี้เรายังแก้ไขไม่ได้ เชื่อว่าจะเกิดการพลีชีพอีก” บรรเจิด กล่าว

ชี้ประโยชน์ 6 ประการ

คำนูณ สิทธิสมาน กรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เมื่อร่าง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญา และร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ มีการประกาศบังคับใช้แล้ว ประชาชนจะได้ประโยชน์ 6 ประการ ได้แก่ 1.ประชาชนจะได้ตำรวจอาชีพที่มีความรู้ความสามารถ โดยเป็นตำรวจที่ไม่ต้องอาศัยระบบอุปถัมภ์ 2.ประชาชนจะได้กำลังของตำรวจมาทำภารกิจที่ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมและมีความใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น 3.ประชาชนจะได้กระบวนการสอบสวนคดีอาญาในชั้นตำรวจที่มีความเป็นอิสระ ไม่ต้องขึ้นต่อผู้บังคับบัญชาตามปกติ

4.ประชาชนจะได้ระบบการสอบสวนที่รัดกุมและไม่สร้างภาระให้กับประชาชน คือ กำหนดให้อัยการเข้ามามีส่วนร่วมกระบวนการสอบสวนตั้งแต่ต้นในคดีอุกฉกรรจ์ 5.ประชาชนจะได้ระบบที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพมากขึ้น หลังจากที่ผ่านมาให้ผู้ต้องหามาแถลงข่าว และการละเลยพยานหลักฐาน และ 6.ประชาชนจะได้กลไกการตรวจสอบจากภายนอกองค์กรตำรวจมากขึ้น

คำนูณ กล่าวว่า ทั้งหมดนี้เป็น 6 ประการที่ประชาชนจะได้จากร่างกฎหมายใหม่ทั้งสองฉบับ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับเปลี่ยนเพื่อนำไปสู่เป้าหมายสำคัญในระยะยาว ที่สุดแล้วการปฏิรูปตำรวจจะต้องเป็นการแก้ไขทุกข์ให้กับตำรวจและประชาชนไปพร้อมกัน โดยให้ตำรวจสามารถได้เลื่อนขั้นตามความรู้ความสามารถ อันจะเป็นการแก้ทุกข์ให้ประชาชนไปในตัวในการได้รับความยุติธรรม

ห่วง สนช.ล้มโต๊ะ

“ผมเชื่อว่าถ้าร่างกฎหมายทั้งสองฉบับออกมาบังคับใช้ได้ การเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงแน่นอน แต่สิ่งที่ทุกท่านกังวลแบบเดียวกับผม คือ คณะกรรมการทำได้เพียงการทำร่างกฎหมายทั้งสองฉบับให้ดีที่สุด และส่งไปยังคณะรัฐมนตรี เวลาที่เหลืออยู่ก็ดี ขั้นตอนการจัดทำเป็นกฎหมายที่ต้องผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ดี เป็นเรื่องที่พวกเราต้องช่วยกัน หวังว่าประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำรอยเหมือนกับที่พวกผมได้ร่วมยกร่างรัฐธรรมนูญกับอาจารย์บวรศักดิ์”

“ร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ มีความยาวพิเศษและแก้ไขปรับปรุงจำนวนมากและยังเป็นร่างกฎหมายที่รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดเวลาการพิจารณาในสนช.เอาไว้ ต่างกับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ กระบวนการตรากฎหมายตามปกติใน สนช.ที่เหลือเวลาอีกไม่มาก ปกติก็ใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือนเป็นอย่างน้อย ถ้าใช้เวลานานเกินไปก็อาจไม่ทันได้”

“นอกจากนั้น ถามว่าต้องฝากความหวังอะไรไว้บ้าง คือ โดยปกติการพิจารณาในชั้นสภาจะมี 3 วาระและต้องตั้งคณะกรรมาธิการ หลายครั้งของการตั้งคณะกรรมาธิการก็จะมีอิสระในการพิจารณา โดยแก้ไขค่อนข้างมาก ทั้งนี้ เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ มีเนื้อหาถักทอและสายใยเรียงร้อยกันเป็นแพ็กเกจ ถ้าเราไปปรับเปลี่ยนด้านใดด้านหนึ่งก็อาจทำให้ดุลของกฎหมายเปลี่ยนแปลงไปได้”

“ดังนั้น สิ่งที่ต้องช่วยกัน คือ ผมเชื่อว่าทั้งรัฐบาลและสมาชิก สนช.รับฟังประชาชน ถ้าประชาชนเห็นว่าร่างกฎหมายฉบับนี้มีข้อดีมากกว่าข้อเสีย แม้อาจจะยังไม่เต็มใจเราทั้งหมด แต่เห็นแล้วว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนได้ประโยชน์ การสนับสนุนจากประชาชนก็จะเป็นเสียงสะท้อนไปยังกระบวนการตรากฎหมายต่อไปที่อยู่ที่รัฐบาลและ สนช.

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ