
เคาะงบศึกษาพื้นที่ ตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหิน
กกพ.อนุมัติงบให้เอสอีเอ 50 ล้าน ว่าจ้างที่ปรึกษาศึกษาพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้
กกพ.อนุมัติงบให้เอสอีเอ 50 ล้าน ว่าจ้างที่ปรึกษาศึกษาพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้
น.ส.นันธิกา ทังสุพานิช รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (เอสอีเอ) สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้อนุมัติเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าที่จะนำมาจ้างที่ปรึกษาในการศึกษาสำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้ 50 ล้านบาทแล้ว คาดว่าจะสามารถคัดเลือกผู้ดำเนินการศึกษาได้ช้าสุดเดือน ก.ย.นี้
ทั้งนี้ ขั้นตอนต่อไปจะออกเงื่อนไข(ทีโออาร์) เพื่อประกาศรับให้ผู้ที่สนใจมายื่นเป็นที่ปรึกษา โดยทีโออาร์จะคงกรอบระยะเวลาศึกษาเช่นเดิมคือ 9 เดือน แต่ในช่วง 2-3 เดือน ทีโออาร์จะระบุไว้ว่า จะต้องได้รับคำตอบในส่วนของโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ และโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา ก่อนว่าประชาชนในพื้นที่ยอมรับหรือไม่
สำหรับเป้าหมายการศึกษา จะต้องครอบคลุมพื้นที่ 15 จังหวัดภาคใต้ เช่น จ.กระบี่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช ปัตตานี พังงาพัทลุง ภูเก็ต ยะลา ระนอง สงขลาสุราษฎร์ธานี และประจวบคีรีขันธ์ โดยส่วนของ จ.กระบี่ และสงขลา จะได้รับคำตอบก่อน ส่วนพื้นที่อื่นก็จะต้องเปิดให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแสดงความเห็นที่เป็นเวทีปรึกษาสาธารณะ และต้องสรุปหลักการสำคัญ เช่น พื้นที่ใดยอมรับการจัดตั้งโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล หรือจะเลือกประเภทเชื้อเพลิงใด โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนประเภทใด แนวทางจะต้องลากสายส่งจากภาคกลางไปป้อนหรือไม่ เป็นต้น
“การจัดทำเอสอีเอนี้หากได้ข้อสรุปจะถือเป็นครั้งแรกของไทย ที่สามารถกำหนดแนวทางการพัฒนาโรงไฟฟ้าในเชิงพื้นที่ได้ แต่หลังจากได้คำตอบ จะต้องมีการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) และการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (เอเอชไอเอ) ต่อไป ขณะเดียวกันคำตอบของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจะมีหรือไม่ สุดท้ายอยู่ที่ภาครัฐบาลจะตัดสินใจ” น.ส.นันธิกา กล่าว







