posttoday
ประชุม ครม.สัญจร... ไม่ได้หาเสียงนะ ?

ประชุม ครม.สัญจร... ไม่ได้หาเสียงนะ ?

30 กรกฎาคม 2561

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำทีมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

โดย ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำทีมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประชุมสัญจร จ.อุบลราชธานี เป็นทัวร์นาเมนต์ภาคอีสานตอนล่าง 4 จังหวัด คราวนี้ได้ใจเพราะแจกไม่อั้นอนุมัติงบโครงสร้างพื้นฐาน 19 โครงการ เป็นเงิน 8.5 หมื่นล้านบาท หากทำจริงจะเสร็จในปี 2567 ไล่ตั้งแต่โครงข่ายถนน 12 สาย ขยายอาคารสนามบินนานาชาติของ จ.อุบลราชธานี รวมถึงเร่งศึกษาการสร้างสนามบินมุกดาหาร และสนามบินเลิงนกทา จ.ยโสธร ว่าที่ใดจะคุ้มค่าดีกว่ากัน

ด้านโครงสร้างทางราง ครม.ไฟเขียวเส้นทางคู่วารินชำราบ-ช่องเม็ก ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับแขวงจำปาสักของ สปป.ลาว และเร่งรัดทางคู่เส้นทางจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 318 กิโลเมตร ใช้งบ 3.68 หมื่นล้านบาท เมื่อสร้างเสร็จผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนใช้รถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน ซึ่งจะเชื่อมจากโคราช-ขอนแก่น-หนองคาย ที่สำคัญมีการอนุมัติโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 6 ที่ อ.นาตาล (อุบลฯ) เชื่อมกับแขวงสาละวัน โดยไทยจะออกค่าใช้จ่ายร้อยละ 56 เป็นเงินประมาณ 2.4 พันล้านบาท และ สปป.ลาว ออกส่วนที่เหลือ ที่กล่าวมาเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น

ถามว่าได้อะไรจาก ครม.สัญจร จ.อุบลราชธานี คงได้กันทุกฝ่าย ขึ้นอยู่กับใครจะเก็บเกี่ยวอะไร เริ่มจากตัวท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปเต็มๆ เห็นได้จากหน้าตายิ้มแย้ม อารมณ์ดี ชื่นมื่นกับการต้อนรับของชาวบ้านจำนวนมากที่มาให้กำลังใจ เอาเป็นว่าคนอีสานยามนี้เชียร์ลุงตู่เต็มที่ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านมีอะไรดี โปรยเสน่ห์จนเคลิ้ม ชาวบ้านบอกกับนายกฯ ว่า “หล่อและหุ่นดี” และยังให้ช่วยดูแลรักษาบ้านเมือง ขอให้อยู่นานๆ ตรงใจท่านผู้นำแน่นอน

การลงพื้นที่ครั้งนี้ท่านนายกฯ บอกว่าไม่ได้มาหาเสียง งบต่างๆ ที่ให้ภาคเอกชนและท้องถิ่นในพื้นที่เขาขอมาเอง เมื่อเห็นว่าจำเป็นก็อนุมัติ ไม่ได้เอาเงินมาแจก แต่ชาวบ้านเดือดร้อนก็ต้องให้และยืนยันยังคงเดินหน้านโยบายประชารัฐทั้ง ลด แลก แจก แถม จนวันนี้เศรษฐกิจดีขึ้น ส่วนใครยังไม่รวย ขอให้ใจเย็นๆ เดี๋ยวทุกอย่างจะมาเอง ส่วนจะเลือกใครอยู่ที่ประชาชนตัดสินใจเอง โดยย้ำว่าการประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ไม่ได้มาหาเสียง แต่ “เสียงจะมาหาเองคงช่วยไม่ได้” ตรงนี้ผมเสริมเองท่านนายกฯ ไม่ได้พูดนะครับ แต่คงไม่สามารถแยกแยะระหว่างการประชุม ครม.สัญจรกับการหาเสียง เพราะภาพใหญ่ คือ การไปพบชาวบ้าน-ผู้นำชุมชน

หากย้อนรอยช่วงปีเศษที่มีการประชุม ครม.สัญจรเกือบทุกครั้ง ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ามีการเชื่อมโยงกับนักการเมืองท้องถิ่น เช่น ที่ จ.บุรีรัมย์ หลังจากประชุมมีการปรับ ครม. โดยดึงคนบางพรรคการเมืองเข้ามาอยู่ใน ครม. ขณะที่การประชุม ครม.สัญจร จ.จันทบุรี และตราด เมื่อต้นปีนี้ ไฮไลต์นอกจากได้เรื่องมหานครผลไม้โลก ซึ่งวันนี้ขยับได้แค่อาลีบาบาเหมาทุเรียนไปขายคนจีน แต่ประเด็นการเมืองที่เห็น คือ การดึงตัวคุณสนธยา คุณปลื้ม และน้องชาย เข้ามาช่วยงานในรัฐบาล

การประชุม ครม.สัญจร จ.สุโขทัย เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่เห็นภาพชัดเจนเรื่องการเมือง ครั้งนั้นคุณสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีต สส.และแกนนำกลุ่มมัชฌิมา นอกเหนือจากเกณฑ์ สส.ภาคเหนือมาต้อนรับอย่างคับคั่งยังมีการรวมตัวเป็นแท็กทีมที่เรียกว่า “กลุ่มสามมิตร” ประกอบด้วย สมศักดิ์ สุริยะ สมคิด ภายใต้ยี่ห้อพรรคพลังประชารัฐซึ่งคล้องจองแบบเผอิญหรือตั้งใจกับโครงการประชารัฐของบิ๊กตู่ กลายเป็นพลังดูดช็อกตลาดการเมืองเพราะมีการดูดอดีต สส. โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยเจอหนักกลุ่มภาคีเสื้อแดงกลับใจ ขนาดอดีตแกนนำ นปช. ยังเปลี่ยนอุดมการณ์มายืนอีกฟากหนึ่ง คงต้องจับตาแกนนำพรรคเพื่อไทยหลังกลับจากเบิร์ธเดย์นายใหญ่ที่อังกฤษคงได้รู้ว่าจะแก้เกมกันอย่างไร

การประชุม ครม.นอกสถานที่ไม่ใช่จะมีในยุคนี้ สมัยอดีตนายกฯ ทักษิณ เรียกว่า “ทัวร์นกขมิ้น” ในอดีตผมเคยมีส่วนร่วมในฐานะตัวแทนภาคเอกชน โดยจะต้องมีการเตรียมวาระก่อนประชุมให้สภาพัฒน์กลั่นกรอง เพราะแต่ละจังหวัดต่างยื่นโครงการว่าอยากจะทำอะไร ได้อะไร ส่วนใหญ่ไม่พ้นเรื่องสร้างถนน สนามบินหรือรถไฟ ผ่านมาแล้ว 15 ปีโครงการที่ขอยังเหมือนเดิม

การประชุม ครม.สัญจรนั้นมีประโยชน์เพราะก่อนไปพื้นที่ จึงต้องมีการทำการบ้าน มีการปัดฝุ่น ปลูกผักชีไว้เยอะๆ เพื่อต้อนรับ ครม. แต่อย่างน้อยก็กระตุ้นหน่วยงานราชการในพื้นที่ให้แอ็กชั่นบ้าง และเปิดโอกาสให้ผู้นำประเทศพบประชาชนจริงๆ ถึงแม้นจะกลั่นกรองแต่พอไปจริงก็ยากที่จะกันชาวบ้าน เพราะเขาต้องการพูดคุยกับผู้นำประเทศโดยตรง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ส่วนผลข้างเคียงใครจะได้คะแนนเสียงคงไม่ว่ากัน ยิ่งใกล้เลือกตั้งหากบิ๊กตู่ต้องการกลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง คงไม่ใช่เปิดเพลงมาร์ชสี่เหล่าทัพเหมือนเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

การเมืองในระบบประชาธิปไตยถึงจะครึ่งใบก็ต้องใช้คะแนนเสียงซึ่งผูกติดกับอดีต สส.และฐานเสียงในพื้นที่ กรณีท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ คงไม่แปลกว่าต้องใช้วิธีการลงพื้นที่เพื่อหากองหนุนและซื้อใจประชาชนเพื่อเตรียมการเลือกตั้ง ส่วนพรรคใหญ่ๆ เช่น พรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์คงไม่ค่อยสบายใจที่คู่แข่งออกมาโรดโชว์ จึงเป็นที่มาของการโจมตีว่า การประชุม ครม.สัญจรของบิ๊กตู่เป็นการหาเสียงภายใต้กติกาที่ต่างกัน แต่ท่านนายกฯ บอกว่า ไม่ได้ไปหาเสียง ไปประชุม ครม.และรับฟังทุกข์สุขของประชาชน แต่ที่แน่ๆ อย่างน้อยเห็นภาพการสื่อสารทางการเมืองในการเปิดตัวจะเป็นนายกฯ ต่อ...จริงไหมครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท