posttoday
กนอ.จับตา3นิคมฯเสี่ยงท่วม

กนอ.จับตา3นิคมฯเสี่ยงท่วม

30 กรกฎาคม 2561

กนอ.จับตา 3 นิคมอุตสาหกรรม บางปะอิน-บ้านหว้า-สหรัตนนคร ใน จ.พระนครศรีอยุธยา เสี่ยงน้ำท่วม

กนอ.จับตา 3 นิคมอุตสาหกรรม บางปะอิน-บ้านหว้า-สหรัตนนคร ใน จ.พระนครศรีอยุธยา เสี่ยงน้ำท่วม

นายอัฐพล จิรวัฒน์จรรยา รักษาการผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ได้แจ้งให้นิคมอุตสาหกรรม 55 แห่งทั่วประเทศเตรียมแผนรับมือน้ำท่วม และให้ยกระดับแผนปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินเพื่อป้องกันอุทกภัยของแต่ละนิคมฯ พร้อมทั้งให้เฝ้าระวังดำเนินการตามมาตรการภาวะฉุกเฉินอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงชุมชนรอบนิคมฯ

นายอัฐพล กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่ 3 แห่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน บ้านหว้า และสหรัตนนคร ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มเสี่ยงน้ำท่วมมากที่สุด กนอ.ได้ให้ทั้ง 3 แห่งตรวจสอบและเสริมความแข็งแรงของเขื่อนดินกั้นน้ำรอบนิคมฯ และให้แลกเปลี่ยนข้อมูลการระบายน้ำจากเขื่อนใหญ่ 3 แห่งของกรมชลประทานอย่างใกล้ชิด

“ให้เฝ้าระวังดำเนินการตามมาตรการภาวะฉุกเฉินอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงชุมชนรอบนิคมฯ นอกจากนี้ให้จัดทำแผนบริหารจัดการน้ำ โดยร่วมมือกับกรมชลประทาน รวมทั้งติดตามปริมาณน้ำฝนจากกรมอุตุนิยมวิทยา และข่าวสารสถานการณ์ในพื้นที่จากคณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประจำทุกวัน” นายอัฐพล กล่าว

นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เตือนคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ และฝนตกหนักบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 29 ก.ค. ว่า ในช่วงวันที่ 29-31 ก.ค. ประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ยและประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง

ด้าน นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผวจ.กาญจนบุรี ได้มีหนังสือถึงนายอำเภอเมืองกาญจนบุรี ทองผาภูมิ ไทรโยค ท่าม่วง และท่ามะกา ให้แจ้งประชาชนเตรียมรับผลกระทบจากการที่เขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จะระบายน้ำเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และเพื่อควบคุมปริมาณน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมที่เหมาะสม เพราะเขื่อนยังต้องรับน้ำในฤดูฝนอีกกว่า 2 เดือน

ทั้งนี้ เขื่อนวชิราลงกรณได้รายงานสภาพน้ำว่าปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันมากที่สุดทำลายสถิติในรอบ 34 ปี ปริมาณน้ำในเขื่อน ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 77% สูงกว่าเกณฑ์ควบคุม 2 เมตร และมีแนวโน้มน้ำไหลเข้าเขื่อนมากอย่างต่อเนื่อง น้ำเข้าวันละ 170 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ระบายออกวันละ 25 ล้าน ลบ.ม. หากสถานการณ์น้ำยังไหลเข้าเขื่อนไม่ลดลง เขื่อนจะรับได้อีกไม่นาน สถานการณ์ดังกล่าวจึงมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะมีน้ำเต็มเขื่อนจนต้องระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำฉุกเฉินหรือสปิลเวย์ เหมือนเช่นปี 2537 2540 และ 2545 ซึ่งระดับน้ำในเขื่อนขณะนี้สูงกว่าระดับน้ำใน 3 ปีที่มีการเปิดสปิลเวย์ดังกล่าว

ดังนั้น เพื่อบริหารจัดการน้ำในอ่างให้เหมาะสม เกิดผลกระทบในภาพรวมน้อยที่สุด อาจจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำมากขึ้นเพื่อทยอยพร่องน้ำออกไป เนื่องจากเขื่อนยังต้องรับน้ำที่จะมีมากตลอดฤดูกาลของฝนอีกกว่า 2 เดือน ดังนั้นเขื่อนวชิราลงกรณจะปรับแผนการระบายน้ำตามการประสานงานกับคณะกรรมการบริหารน้ำและชลประทาน และขอยืนยันว่าสภาพตัวเขื่อนมีความมั่นคงแข็งแรง มีความปลอดภัยสูง โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า