
หวั่นสงครามการค้า ฉุดเศรษฐกิจฟื้นตัว
แหล่งข่าวจากผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ เปิดเผยว่า ภายหลังการตั้งกำแพงภาษีระหว่างสหรัฐกับจีนนับหนึ่งไปแล้ว
แหล่งข่าวจากผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ เปิดเผยว่า ภายหลังการตั้งกำแพงภาษีระหว่างสหรัฐกับจีนนับหนึ่งไปแล้ว หนึ่งในสินค้าที่มีการกีดกัน คือ แผงโซลาร์เซลล์ เริ่มเห็นผลกระทบแล้วโดยขณะนี้แผงโซลาร์เซลล์ของจีนไหลเข้ามาขายในไทยเพิ่มมากขึ้น และผลจากการเข้ามาได้กดให้ราคาแผงลดลงเหลือ 10-11 บาท/วัตต์จากก่อนหน้าจะซื้อขายกันอยู่ที่ 12-13 บาท/วัตต์ โดย 1 แผง จะมีประมาณ 330 วัตต์
นอกจากนี้ จะต้องเกาะติดการสวมสิทธิสินค้าไทยเพื่อส่งออกไปสหรัฐของผู้ผลิตจีนที่ย้ายฐานการผลิตมาในประเทศไทยด้วย เพราะเริ่มเห็นว่าเกิดขึ้นแล้ว
ทั้งนี้ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) รายงานว่าภาษีสินค้านําเข้าที่สหรัฐเรียกเก็บในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อเศรษฐกิจโลก แต่ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอย่างมากอาจทําให้การฟื้นตัวของการค้าโลกหยุดชะงัก
โดยการโต้ตอบและสงครามการค้าที่ตึงเครียดอาจทําให้ราคาสินค้านําเข้าสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และกำลังการซื้อของภาคครัวเรือนลดลง ซึ่งส่งผลกระทบในทางลบต่อการบริโภค การลงทุน และการจ้างงาน เนื่องจากจีนและสหรัฐพยายามเจรจาต่อรองหาทางออกในสัปดาห์นี้เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามทางการค้า
สำหรับกรณีที่สหรัฐจะตั้งกำแพงภาษีในกลุ่มรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์นั้น รายงานระบุว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่าทั้ง 5 ชาติจะตอบโต้สหรัฐอย่างไร โดยก่อนหน้านี้ อียู แคนาดา และเม็กซิโก เคยตั้งกำแพงภาษีตอบโต้ที่สหรัฐขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมไปแล้ว ขณะที่การยื่นร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) ก็อาจเป็นอีกมาตรการหนึ่ง
ด้านกระทรวงเศรษฐกิจเม็กซิโก เปิดเผยว่า ฮวน การ์ลอส บาเกร์ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเศรษฐกิจ จะเดินทางไปเจนีวาเพื่อคุยกับ โรแบร์โต อาเซเวโด ผู้อำนวยการดับเบิ้ลยูทีโอ ซึ่งสอดคล้องกับการเปิดเผยในเว็บไซต์ของดับเบิ้ลยูทีโอที่จะมีการพบกันกับผู้แทนของเม็กซิโก แคนาดา และญี่ปุ่นด้วย
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลัง ฌอง-โคลด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป หารือกับทรัมป์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งสหรัฐตกลงจะยกเว้นการขึ้นภาษีรถยนต์ให้อียู เพื่อแลกกับที่อียูจะซื้อถั่วเหลืองและก๊าซแอลเอ็นจีสหรัฐมากขึ้น แต่ยังไม่แน่ชัดว่าสหรัฐจะตัดสินใจเรื่องการสอบสวนรถยนต์นำเข้าที่อ้างเหตุผลด้านความมั่นคงอย่างไร โดยคาดว่าผลการสอบสวนจะเสร็จเร็วๆ นี้
รอยเตอร์สรายงานว่า บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู จากเยอรมนี จะขึ้นราคารถยนต์เอสยูวีรุ่น เอ็กซ์ 5 และเอ็กซ์ 6 ซึ่งเป็นรถยนต์ 2 รุ่นที่มียอดขายดีในจีน 4% และ 7% ตามลำดับ เริ่มมีผลตั้งแต่วันนี้ เนื่องจากบริษัทเผชิญกับต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น หลังจากจีนได้ขึ้นภาษีรถยนต์จากสหรัฐเพิ่มอีก 25% เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้มาตรการกำแพงภาษีของสหรัฐ ทำให้รถยนต์ที่ผลิตในสหรัฐต้องเสียภาษีนำเข้าจีนถึง 40%
สะท้อนให้เห็นว่าสงครามการค้ายังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของเศรษฐกิจโลก และมีโอกาสส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในแต่ละประเทศอย่างแน่นอน







