posttoday

"วันหนึ่งเมสซี่อาจใส่เสื้อคนไทย เพราะไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้" ฮิม-วิศัลย์ ผู้ปฏิวัติเสื้อทีมช้างศึก

29 กรกฎาคม 2561

เผยชีวิตและแนวคิดการทำธุรกิจของ "วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล" เจ้าของเสื้อกีฬาวอริกซ์ จากเด็กในครอบครัวที่ธุรกิจล้ม ต่อสู้จนทำให้เขายืนในจุดเดิมที่พ่อเขาเคยสร้างได้ด้วยฝีมือตัวเอง

เผยชีวิตและแนวคิดการทำธุรกิจของ "วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล" เจ้าของเสื้อกีฬาวอริกซ์ จากเด็กในครอบครัวที่ธุรกิจล้ม ต่อสู้จนทำให้เขายืนในจุดเดิมที่พ่อเขาเคยสร้างได้ด้วยฝีมือตัวเอง

-------------------------------------------

โดย...วิรวินท์ ศรีโหมด

หากใครติดตามทีมฟุตบอลทีมชาติไทย จะสังเกตว่าช่วง 2 ปีนี้ รูปแบบชุดนักแข่งและแฟนบอลเปลี่ยนแปลงไปมากดูสวยงามขึ้น ภายหลังบริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด เข้ามาถือลิขสิทธิ์รับหน้าที่ดูแลภาพลักษณ์ ซึ่งบุคคลที่ปฏิวัติรูปแบบเสื้อทีมช้างศึก คือ ฮิม-วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล กรรมการผู้จัดการวอริกซ์

หลายคนตั้งคำถาม..? ว่า นักธุรกิจคนนี้เห็นอะไรถึงทุ่มเงิน 400 ล้านบาท เข้ามารับหน้าที่ดูแลภาพลักษณ์ทีมช้างศึกเป็นเวลา 4 ปี ในยุควงการกีฬาไทยไม่ค่อยได้รับความนิยมและสภาพเศรษฐกิจของประเทศเป็นเช่นนี้

ผู้ปฏิวัติเสื้อบอลทีมชาติไทยคนนี้ จะมาเล่าถึงมุมมองทางโอกาสที่เลือกมาลุย รวมถึงเส้นทางชีวิตจากเด็กหนุ่มครอบครัวเคยล้มเพราะพิษเศรษฐกิจ วันนี้กลับมายืนได้ในจุดที่พ่อเขาเคยสร้าง ด้วยฝีมือตนเอง

ชีวิตต้องสู้! ของอดีตลูกคุณหนู

วิศัลย์ เป็นลูกชายคนโตในตระกูลชาวจีน มีน้องสาว 2 คน เมื่อ 30 ปีก่อนธุรกิจหลักของบ้านคือการขายไม้ ตอนนั้นถือเป็นยุคเฟื่องฟู ชีวิตเขาในวัยเด็กเป็นคุณหนูบ้านรวยน่าอิจฉาคนหนึ่ง อยากเที่ยวประเทศไหนก็ได้ไป ช่วงปิดเทอมบินไปเรียนพิเศษที่อังกฤษ ทุกวันมีรถเบนซ์-บีเอ็มดับเบิลยู-วอลโว่ เลือกนั่งไปเรียนที่กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย “ชีวิตผมตอนเด็กๆ ตั้งแต่จำความได้ ใช้ชีวิตแบบคุณหนูมาตลอด” 

แต่ทว่ามีจุดสูงสุดก็ต้องมีต่ำสุด เมื่อเขาอายุ 14 ปี ครอบครับประสบปัญหาทางธุรกิจ สิ่งที่พ่อเคยสร้างไว้ก็มลายหายไปในช่วงระยะเวลาไม่นาน แม้แต่บ้านยังไม่มีอยู่ เขาและครอบครัวต้องไปขออาศัยบ้านคุณย่าแถวสี่พระยา เพื่อหวังเป็นที่พึ่งสุดท้าย

และแม้แต่ค่าเทอมยังไม่มีจ่าย แต่ด้วยความที่เรียนเก่งสอบวิชาคณิตศาสตร์ได้อันดับ 1 ของประเทศ ทำให้ได้ทุนเรียนฟรี หลังจากนั้นเขาเริ่มออกทำงานช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้าน ด้วยการรับสอนพิเศษรุ่นน้องชั้นประถมได้ค่าจ้างชั่วโมงละ 50 บาท และนำกล้องที่พ่อเคยซื้อให้ไปรับงานถ่ายภาพเริ่มจากงานศพ งานรับปริญญาและงานแต่ง

“วันที่ครอบครัวล้ม ตอนนั้นผมมีปัญหาทางความคิดมาก มันเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่ตอนนั้นที่ผมไม่เดินทางผิด เพราะสัญญากับตัวเองไว้ว่าอายุ 30 ต้องยืนในจุดสูงสุดที่พ่อเคยทำให้ได้ เพราะถ้าพ่อทำได้ ผมก็ต้องทำได้ แต่จะไม่ยุ่งกับอบายมุข เพราะหากชีวิตพังน้องอีก 2 คนจะไม่มีที่พึ่ง” ฮิม เผยความคิดที่ทำให้ไม่ยอมแพ้ในวันที่ครอบครัวเจอมรสุม  

ตั้งแต่นั้นเขามุ่งมั่นตั้งใจเรียนจนสอบติด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะคิดว่าเป็นหนทางเดียวที่จะเป็นเจ้าของกิจการตามความฝันได้ ภายหลังเรียนจบเขาทำงานบริษัทในเครือซิเมนต์ไทย อยู่ 3 ปีครึ่ง จากนั้นเปลี่ยนไปเป็นเซลขายผ้ายืด ซึ่งใช้ชีวิตพนักงานเงินเดือนทั้งหมด 8 ปี

สุดท้ายเมื่อ 11 ปีก่อนทำตามฝันได้สำเร็จ หลังลาออกจากชีวิตพนักงานประจำ มาเปิดโรงงานรับทำเสื้อนักเรียน เสื้อเชิ้ต เสื้อโปโล รวมถึงจีวรพระซึ่งธุรกิจไปได้สวย และเริ่มธุรกิจเสื้อกีฬาภายใต้แบรนด์วอริกซ์ เมื่อปี 2556

"วันหนึ่งเมสซี่อาจใส่เสื้อคนไทย เพราะไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้" ฮิม-วิศัลย์ ผู้ปฏิวัติเสื้อทีมช้างศึก ฮิม-วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล

ภารกิจสร้างภาพลักษณ์ให้ช้างศึก 4 ปีในหน้าที่เกียรติยศ

นักธุรกิจไฟแรงคนนี้ เปิดใจว่า สาเหตุที่เลือกทำเสื้อผ้ากีฬา เพราะมองว่าที่ผ่านมาไทยส่งออกผ้าเป็นอันดับต้นๆของโลก ซึ่งตลาดส่วนใหญ่ผลิตปริมาณมากและใช้เวลานาน แต่ในตลาดยังมีลูกค้าที่ต้องการสินค้าจำนวนน้อยๆ ที่มีคุณภาพและใช้เวลาไม่นาน จึงเห็นโอกาสเข้ามาลุยธุรกิจนี้

“ที่ผ่านมาคนไทยเป็นทาสทางเศรษฐกิจ คือเป็นผู้รับจ้างแบรนด์เมืองนอก เพราะคิดว่าในประเทศต้องขายของถูกเท่านั้น ราคาแพงขายไม่ได้ แต่คนไทยสามารถซื้อสินค้าแบรนด์ดังจากนอกได้ ทั้งที่สินค้าเหล่านั้นผลิตในไทย ราคาหน้าโรงงานไม่แพง ตรงนี้ทำให้คนไทยตกเป็นทาสประเทศเจ้าของแบรนด์ดัง ผมคิดว่า เราต้องเรียนรู้จากสิ่งนี้ จึงมาสร้างแบรนด์ เพราะคิดว่าเรื่องเหล่านี้คนไทยก็ทำได้”

ส่วนการตลาดใช้กลยุทธ์จากอุตสาหกรรมหนังและเพลงยุคเฟื่องฟูที่ต้องมีลิขสิทธิ์ ผสมผสานกับยุทธวิธีป่าล้อมเมือง โดยเริ่มเปิดตลาดตามภูมิภาคก่อนขยับเข้ามาในเมือง ช่วงแรกสนับสนุนทีมฟุตบอล นครราชสีมาเอฟซี เชียงใหม่เอฟซี บุรีรัมย์ยูไนเต็ด ปัจจุบันสนับสนุนทีมในไทยลีกกว่า 20 จังหวัด และยังมีทีมในลาว-มาเลเซียอย่างละทีม

เจ้าของแบรนด์วอริกซ์ บอกว่า สาเหตุที่ตัดสินใจประมูลลิขสิทธิ์เสื้อทีมชาติไทยกว่า 400 ล้านบาท ในช่วงเวลา 4 ปีแม้เป็นเรื่องยากทางธุรกิจ แต่คิดว่าหากสามารถยกภาพลักษณ์ทีมชาติไทยให้ดีขึ้นได้ก็จะส่งผลดีต่อบริษัท

“หน้าที่ผมไม่ใช่แค่ทำเสื้อบอล แต่ทำการตลาดและภาพลักษณ์ให้ทีมชาติด้วย ซึ่งผมรู้สึกว่า เป็นภารกิจและเกียรติยศที่ได้ทำหน้าที่แทนคนไทยช่วง 4 ปีนี้”

สำหรับยอดขายเสื้อกีฬาวอริกซ์ ปี 2556 แม้เปิดตัวไม่เต็มปีสร้างยอดขาย 65 ล้านบาท ,ปี 2557 มียอดขาย 130 กว่าล้านบาท ,ปี 2559 ยอดขาย 181 ล้านบาท หลังได้ลิขสิทธิ์ทำชุดทีมฟุตบอลช้างศึกปี 2560 สามารถสร้างยอดขายได้ 564 ล้านบาท และเพียงครึ่งปี 2561 ตอนนี้วอริกซ์ทำยอดขายได้แล้วกว่า 300 ล้านบาท

"วันหนึ่งเมสซี่อาจใส่เสื้อคนไทย เพราะไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้" ฮิม-วิศัลย์ ผู้ปฏิวัติเสื้อทีมช้างศึก

“สู้-กล้าทำสิ่งใหม่” จุดแข็งและการเติบโตของวอริกซ์

วิศัลย์ มองว่า สิ่งที่ทำให้สินค้าวอริกซ์มีความแตกต่าง เพราะตั้งใจทำให้เสื้อกีฬาไม่ใช่ใส่ได้เฉพาะในสนาม แต่ต้องอยู่ในชีวิตประจำวันด้วย เพราะเสื้อถือเป็นปัจจัย 4 ของมนุษย์ จึงนำแนวคิดศิลปะผสมผสานกับแฟชั่นและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ประกอบกับมีราคาไม่แพง จึงทำให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกกลุ่ม  

นักธุรกิจไฟแรงคนนี้ เผยว่า เป้าหมายหลังได้การตอบรับจากคนไทย ต่อไปอยากทำให้เป็นที่รู้จักของประเทศในแถบเอเชีย จากนั้นค่อยก้าวสู่แบรนด์ระดับโลก

เจ้าของแบนด์วอริกซ์ มองว่า สิ่งที่ทำให้เดินมาถึงจุดนี้ได้เพราะตนเองมีความเชื่อมั่น ว่ามนุษย์ทุกคนมีความสามารถและโอกาสทำสิ่งใหม่เท่ากัน อยู่ที่ว่าแต่ละคนกล้าให้โอกาสตัวเองหรือไม่ เพราะคนที่ประสบความสำเร็จไม่จำเป็นต้องเก่ง แต่ต้องพร้อมลุกขึ้นใหม่เสมอเมื่อล้มลง

“ผมคิดว่าวันหนึ่ง ลิโอเนลเมสซี่ อาจใส่เสื้อแบรนด์คนไทยก็ได้ เพราะบนโลกใบนี้ ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ เหมือนผมเมื่อเห็นโอกาสทางธุรกิจ ผมจะทำอย่างแน่นอน เพราะเชื่อว่า เราไม่ควรย่ำอยู่ในรูปแบบเดิมๆ ที่ทุกคนแย่งเค้กชิ้นเดียวกัน ซึ่งผมพยายามมองหาเค้กชิ้นใหม่อยู่ตลอดเวลา”

"วันหนึ่งเมสซี่อาจใส่เสื้อคนไทย เพราะไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้" ฮิม-วิศัลย์ ผู้ปฏิวัติเสื้อทีมช้างศึก

"วันหนึ่งเมสซี่อาจใส่เสื้อคนไทย เพราะไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้" ฮิม-วิศัลย์ ผู้ปฏิวัติเสื้อทีมช้างศึก

 

ข่าวล่าสุด

ขับรถไกลต้องสังเกตตามหลัก B.E.F.A.S.T.! ระวัง “สโตรก” แบบเฉียบพลัน