
‘7 วันแห่งการเดินทาง’
อาจารย์ของผม หลวงพ่อทองยอด (พระเทพโพธิวิเทศ) ท่านไปอยู่ประเทศอินเดียตั้งแต่ปี 2503 แล้วสิ้นปี 2553 รวม 50 ปี
โดย ราช รามัญ
อาจารย์ของผม หลวงพ่อทองยอด (พระเทพโพธิวิเทศ) ท่านไปอยู่ประเทศอินเดียตั้งแต่ปี 2503 แล้วสิ้นปี 2553 รวม 50 ปี ในการอยู่จำพรรษาที่ประเทศอินเดีย ท่านเดินทางไปทั่วทุกจุดที่พุทธะ ไปเพื่อศึกษาเรียนรู้หลังจากที่จบเปรียญธรรม 9 ประโยค แล้วไปต่อที่มคธ
จนได้ปริญญาเอก เล่าเรื่องที่มาของวันอาสาฬหบูชา
หลายเรื่องราวที่ท่านเล่า แตกต่างจากที่เราเคยเรียนรู้อยู่ที่เมืองไทย เพราะจากการได้เห็นสถานที่และบรรยากาศจริงๆ
สารนาถ คือ ชื่อสถานที่ในปัจจุบัน ที่พุทธะไปโปรดปัญจวัคคีย์และเป็นจุดเริ่มที่ทำให้เราเรียกกันว่า วันอาสาฬหบูชา หลวงพ่อท่านสอนว่า
หลังจากเสวยวิมุตติสุขแล้ว ท่านนึกถึงอาจารย์ของท่าน ด้วยหวังว่าจะไปโปรดเพื่อตอบแทนบุญคุณแต่ก็ไม่ทันแล้ว ทั้งสองสิ้นแล้ว จึงนึกถึงปัญจวัคคีย์ทั้ง 5
ระยะทางจากจุดที่พุทธะอยู่ไปถึงสารนาถ ระยะทางในปัจจุบัน 275 กม.ทางรถ แต่ถ้าเป็นทางเกวียนแบบสมัยนั้น น่าจะราวๆ 230 กม. พุทธะเดินจากพุทธคยาหรือเมืองกาย่าในปัจจุบัน ไปที่สารนาถใช้เวลาเดิน 7 วัน ไม่ได้นั่งเกวียน ไม่ได้อาศัยฤทธิ์ในการเดินทางเลย เพราะมิโปรดการใช้ฤทธิ์ใดๆ ทั้งสิ้น เดินไปด้วยความหวัง เดินไปด้วยใจปีติปราโมช
ระหว่างที่เดินไปนั้นได้พบกับอุปกชีวก เป็นนักบวชนิกายหนึ่งที่ถือการบำเพ็ญพรตด้วยการแลบลิ้น ไม่ตัดผม ไม่ตัดเล็บ เดินสวนทางมา อุปกชีวกถึงกับตะลึงเมื่อพบพุทธะ
“ท่านเป็นใคร ทำไมจึงมีรัศมีงดงามดุจพระจันทร์คืนเพ็ญ”
“ตถาคตเป็นพุทธะ ตรัสรู้ชอบได้ด้วยตนเอง”
อุปกชีวก...ส่ายหัวแล้วแลบลิ้น...พระสงฆ์ไทยตีความไปว่า อุปกชีวกไม่เชื่อในคำของพุทธะ แต่หลวงพ่อทองยอดเน้นย้ำและสอนผมว่า อุปกชีวกเชื่อหมดหัวใจว่า นี่คือ พุทธะ
แต่เหตุที่แลบลิ้นเป็นเพราะบำเพ็ญพรตและตบะอย่างนั้นอยู่ และที่ส่ายหัวนั้น คนอินเดียเวลาเชื่อหรือชอบและตอบตกลงหรือตอบว่าใช่ มักจะส่ายหัวไปมาแบบนั้น
ผมแย้งถามหลวงพ่อว่า...เอาพฤติกรรมคนอินเดียในปัจจุบันไปตัดสินหรือครับ ท่านให้ความรู้ว่า คนอินเดียรักษาวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตของตนเองอย่างมาก ทั้งเรื่องการกิน การอยู่ การแต่งกาย ดังนั้นพฤติกรรมจากอดีตหรือปัจจุบันไม่แตกต่างกันเลย
สรุปว่า อุปกชีวกท่านเชื่อ...และก่อนที่จะเดินจากพุทธะไป ได้มีการเดินวนรอบพุทธะสามรอบ จากขวาไปซ้าย การเดินเวียนทักษิณาของฮินดูจะเดินจากขวาไปซ้าย ไม่ได้เดินจากซ้ายไปขวาแบบของพุทธะ
นี่คือ สิ่งที่แสดงออกถึงการเคารพ
ครั้นอุปกชีวกเดินจากไปแล้ว...พระพุทธองค์ก็มุ่งตรงไปหาปัญจวัคคีย์ เมื่อไปถึง ทั้ง 5 ตนที่ตกลงกันตั้งแต่เห็นพุทธะเดินมาแล้วบอกว่า จะไม่ต้อนรับ ไม่ปูอาสนะให้นั่ง กลับปฏิบัติตนตรงกันข้าม
จากนั้นก็ทรงโปรดเรื่องธัมมจักกัปปวัตตนสูตร การเดินทางสายกลาง ด้วยมรรคมีองค์แปด ถามว่า ทำไมต้องเทศบทนี้เป็นปฐมเทศนา คติส่วนตัวของผมมองว่า ก็เพราะท่านรู้ว่าทั้ง 5 ตนนี้เคร่งครัดตึงไปในทางที่ผิด จึงต้องนำเอาบทนี้มาบอกมาสอน แล้วค่อยๆ ลากเข้าไปในเรื่องการละอัตตา
เพราะอีกหนึ่งเหตุผลของการโปรดด้วยธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เนื่องจากมีการพูดคุยสนทนากันก่อน ไม่ใช่มาถึงก็โปรดเลยเสียเมื่อไหร่ อาวุโสอย่างอัญญาโกณฑัญญะได้ถามพุทธะว่า ท่านกลับไปเป็นผู้มักมากในการใช้ชีวิต กลับไปกินอาหารแล้วจะรู้ธรรมได้อย่างไร...พุทธะจึงตรัสว่า เราเคยพูดแบบนี้กับพวกเธอหรือไม่ว่าเราตรัสรู้ธรรมแล้ว อัญญาโกณฑัญญะตอบว่าไม่เคย พุทธะจึงบอกว่าดังนั้นตั้งใจฟัง
นี่คือเหตุที่ต้องเทศนาสอนเรื่องมรรคมีองค์แปด ว่าด้วยทางสายกลาง จากนั้นไม่นานอัญญาโกณฑัญญะจึงได้ดวงตาเห็นธรรม พุทธะจึงตรัสขึ้นว่า “โกณฑัญญะรู้แล้วหนอ” จึงเป็นรัตตัญญู คือ ผู้รู้ธรรมคนแรก
ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ที่เมืองพาราณสี หรือสารนาถในปัจจุบัน นี่คือ ที่มาของวันอาสาฬหบูชา







