
ดาวอังคารอาจมีทะเลสาบใต้ดิน
ช่วงนี้เป็นเวลาที่เราเห็นดาวอังคารสุกสว่างเนื่องจากอยู่ใกล้โลกที่สุดในรอบ 15 ปี
โดย วรเชษฐ์ บุญปลอด
ช่วงนี้เป็นเวลาที่เราเห็นดาวอังคารสุกสว่างเนื่องจากอยู่ใกล้โลกที่สุดในรอบ 15 ปี มีรายงานข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวกับดาวอังคารเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าผลการสำรวจด้วยยานอวกาศขององค์การอวกาศยุโรปหรืออีซา แสดงหลักฐานว่าอาจมีแหล่งน้ำซึ่งอยู่ในสถานะของเหลวซุกซ่อนอยู่ใต้ผิวของดาวอังคาร
ปีนี้เป็นปีพิเศษของการสังเกตดาวอังคาร เรามักเห็นดาวอังคารเป็นดาวสว่างน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับดาวเคราะห์ที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าทั้งห้า อันประกอบด้วยดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ (ดาวยูเรนัสก็สว่างพอจะเห็นได้จางๆ ด้วยตาเปล่า แต่แยกแยะ
จากดาวฤกษ์ดวงอื่นได้ยาก เพราะมีดาวฤกษ์ที่สว่างกว่าและสว่างใกล้เคียงกับดาวยูเรนัสอีกเป็นจำนวนมาก)
ขณะนี้ดาวอังคารกำลังสุกสว่างเป็นอันดับ 2 รองจากดาวศุกร์ สาเหตุเป็นเพราะดาวอังคารผ่านตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์เมื่อวันที่ 27 ก.ค. และกำลังจะใกล้โลกที่สุดในวันที่ 31 ก.ค. 2561 ด้วยระยะห่าง 57.6 ล้านกิโลเมตร ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้ในช่วงที่ดาวอังคารโคจรอยู่บริเวณจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดบนวงโคจรของตนเองทำให้ดาวอังคารมีความสว่างมากเป็นพิเศษ และปรากฏขนาดใหญ่ ขณะใกล้โลกที่สุดในวันที่ 31 ก.ค. ดาวอังคารมีขนาดเชิงมุม 24.3 พิลิปดา หรือเล็กกว่าขนาดดวงจันทร์ที่เราเห็นบนท้องฟ้าประมาณ 100 เท่า สามารถมองเห็นพื้นผิวและขั้วน้ำแข็งได้ชัดเจนเมื่อมองผ่านกล้องโทรทรรศน์กำลังขยายสูง
ดาวอังคารผ่านตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์เฉลี่ยทุกๆ ประมาณ 2 ปี 2 เดือน แต่จะใกล้โลกเป็นพิเศษทุกๆ ประมาณ 15 ปี ก่อนหน้านี้ดาวอังคารเคยอยู่ใกล้โลกเป็นพิเศษเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2546 ด้วยระยะห่าง 55.8 ล้านกิโลเมตร ใกล้กว่าปีนี้และมีขนาดเชิงมุมใหญ่กว่าเล็กน้อยที่ 25.1 พิลิปดา
สิ่งที่นักดาราศาสตร์สนใจเป็นพิเศษอย่างหนึ่งเกี่ยวกับดาวอังคารคือเป็นไปได้หรือไม่ที่บนดาวอังคารจะเคยมีหรือมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิตแบบที่เรารู้จัก ซึ่งต้องมีน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญ ปัจจุบันพื้นผิวดาวอังคารหนาวเย็นและแห้งผาก น้ำไม่สามารถคงสถานะเป็นของเหลวอยู่บนพื้นผิวได้ การสำรวจที่ผ่านมาบ่งบอกว่าเมื่อหลายล้านปีก่อน ครั้งที่บรรยากาศของดาวอังคารหนาแน่นและอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าปัจจุบัน ดาวอังคารอาจเคยมีน้ำท่วมบนพื้นผิว
องค์การอวกาศยุโรปมียานอวกาศสำรวจดาวอังคารซึ่งมีชื่อว่า มาร์สเอ็กซ์เพรส เป็นยานอวกาศที่กำลังอยู่ในวงโคจรรอบดาวอังคารวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา อีซาแถลงการค้นพบใหม่จากผลสำรวจด้วยเรดาร์ความถี่ต่ำ ซึ่งติดตั้งบนยานมาร์สเอ็กซ์เพรส ทำการเก็บข้อมูลตลอดช่วงเดือนพ.ค. 2545-ธ.ค. 2548 ซึ่งทำได้เมื่อยานโคจรมาอยู่เหนือขั้วใต้ของดาวอังคาร แสดงว่าใต้พื้นผิวลึกลงไปราว 1.5 กิโลเมตร บริเวณซึ่งมีพื้นที่ขนาดกว้างราว 20 กิโลเมตร สะท้อนสัญญาณเรดาร์ได้ดี สอดคล้องกับการสะท้อนคลื่นเรดาร์ของน้ำ นับเป็นหลักฐานใหม่ที่แสดงว่าอาจมีน้ำอยู่ใต้พื้นผิวดาวอังคาร
แม้ว่าข่าวนี้จะเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นในแวดวงดาราศาสตร์และการสำรวจอวกาศ แต่นักวิทยาศาสตร์ก็เตือนว่าสิ่งนี้อาจไม่ใช่น้ำในสถานะของเหลวแบบที่หลายคนคาดหมายหรืออยากให้เป็น การสำรวจบริเวณเดียวกันด้วยเรดาห์บนยานมาร์สรีคอนเนสเซนซ์ออร์บิเตอร์ขององค์การนาซาไม่สามารถยืนยันการค้นพบนี้ได้ ซึ่งอาจเป็นเพราะสำรวจด้วยความยาวคลื่นของสัญญาณที่ต่างกัน มีข้อสันนิษฐานว่าสิ่งที่ยานมาร์สเอ็กซ์เพรสค้นพบอาจไม่ใช่น้ำเท่านั้น แต่เป็นดินโคลนที่มีน้ำเป็นส่วนผสม สามารถคงสภาวะเหลวได้เนื่องจากมีส่วนผสมของเปอร์คลอเรตซึ่งทำให้จุดเยือกแข็งต่ำลงมาก
หลังจากปีนี้ดาวอังคารจะผ่านตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์อีกครั้งในวันที่ 14 ต.ค. 2563 โดยเข้าใกล้โลกที่สุดในวันที่ 6 ต.ค. 2563 ด้วยระยะห่าง 62.1 ล้านกิโลเมตร ซึ่งจะสังเกตได้ว่าอยู่ไกลกว่าปีนี้ และจะยิ่งไกลออกไปอีกหลังจากนั้น เราคาดหมายได้ว่าจะเห็นดาวอังคารเข้าใกล้โลกมากเป็นพิเศษอีกครั้งในอีก 17 ปีข้างหน้า โดยเกิดขึ้นในวันที่ 11 ก.ย. 2578 ด้วยระยะห่าง 56.9 ล้านกิโลเมตร
ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (29 ก.ค.-5 ส.ค.)
ดาวพุธเคลื่อนกลับเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ท้องฟ้าเวลาหัวค่ำจึงเหลือดาวศุกร์ ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ และดาวอังคาร ปรากฏบนท้องฟ้าให้เห็นได้ในเวลาเดียวกัน โดยเรียงจากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออก ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ที่สว่างที่สุด ขณะนี้อยู่ในกลุ่มดาวสิงโต สังเกตดาวศุกร์ได้จนกระทั่งใกล้ตกลับขอบฟ้าเกือบ 3 ทุ่มครึ่ง
ดาวพฤหัสบดีอยู่ในกลุ่มดาวคันชั่ง มองเห็นอยู่สูงบนท้องฟ้าด้านทิศใต้ เยื้องไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ สัปดาห์นี้ดาวพฤหัสบดีตกลับขอบฟ้าราวเที่ยงคืน ดาวเสาร์อยู่ทางซ้ายมือถัดไปในกลุ่มดาวคนยิงธนู ช่วงแรกอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จากนั้นผ่านจุดสูงสุดบนท้องฟ้าด้านทิศใต้ในเวลา 4 ทุ่ม ตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเวลาตี 3 ครึ่ง
ดาวอังคารซึ่งกำลังอยู่ในช่วงที่สว่างที่สุดนับตั้งแต่ปี 2546 ปรากฏอยู่ในกลุ่มดาวแพะทะเล มองเห็นเป็นสีส้ม อาจผสมด้วยสีชมพู ดาวอังคารอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์เมื่อวันที่ 27 ก.ค. จึงสังเกตได้เกือบตลอดทั้งคืน เริ่มเห็นอยู่เหนือขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงใต้ในเวลาหัวค่ำ ผ่านจุดสูงสุดบนท้องฟ้าด้านทิศใต้ในเวลาเที่ยงคืน และตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเวลาตี 5 ครึ่ง วันที่ 31 ก.ค. 2561 ดาวอังคารอยู่ที่ตำแหน่งใกล้โลกที่สุดด้วยระยะห่าง 0.3850 หน่วยดาราศาสตร์ หรือประมาณ 57.6 ล้านกิโลเมตร
ดวงจันทร์สว่างเต็มดวงเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว สัปดาห์นี้จึงเข้าสู่ข้างแรม มองเห็นดวงจันทร์อยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดของทุกวัน ช่วงแรกสว่างเกือบเต็มดวง พื้นที่ด้านสว่างลดลงทุกวันจนเหลือครึ่งดวงในวันที่ 5 ส.ค.







