posttoday
หลุดกรอบ

หลุดกรอบ

29 กรกฎาคม 2561

มีคนกล่าวเอาไว้ว่า เด็กไทยรุ่นใหม่แห่งยุคสมัยนี้เขามีอิสระทางความคิดและการตัดสินใจด้วยตัวเองอยู่มากทีเดียว

โดย กันติพิชญ์ ใจบุญ

มีคนกล่าวเอาไว้ว่า เด็กไทยรุ่นใหม่แห่งยุคสมัยนี้เขามีอิสระทางความคิดและการตัดสินใจด้วยตัวเองอยู่มากทีเดียว กล่าวคือ เขาพร้อมจะเผชิญสิ่งใหม่เพื่อตอบโจทย์ให้กับชีวิต ความท้าทายใหม่ๆ เพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้กับตัวเอง

หรือเขากล้าที่จะหลุดออกจากกรอบ

ผมมองเด็กรุ่นใหม่ด้วยความคิดบนฐานของโลกปัจจุบัน เฉกเช่นกับการทำงาน เด็กหลายคนที่เคยร่วมงานด้วยกันพบว่ามีความคิดมีไอเดียที่ดีอยู่มาก และกล้าที่จะตัดสินใจเพราะเชื่อมั่นในความคิดตัวเอง บ้างก็รับฟังความเห็นคนอื่นเข้าด้วย แต่บ้างก็ไม่น้อยที่ไม่ฟังใคร เพราะเชื่อมั่นเต็มเปี่ยม

ผมเห็นเด็กๆ วัยรุ่นเรียนจบใหม่เปลี่ยนงานกันอยู่บ่อยครั้งและเนืองๆ สังคมรอบตัวผม คนในวัยเดียวกันให้ภาพการเปลี่ยนแปลงการงานของเด็กวัยรุ่นในทำนองว่า เป็นพวกไม่พร้อม หนักไม่เอาเบาก็ไม่สู้ เปลี่ยนงานบ่อยๆ อย่างนี้จะได้เรื่องกันหรือ

มันก็อาจจะจริงในความคิดของคนอีกเจนหนึ่ง แต่เมื่อมองความต้องการของเด็กกลุ่มนี้จริงๆ ผมดันรู้สึกอิจฉา อิจฉาอย่างรุนแรง

อาจเพราะเขามีอิสระทางความคิด และเขากล้าที่จะผิดพลาด กล้าที่จะแสวงหาความต้องการของตัวเองเพื่อเติมพลังกาย เติมอาหารให้จิตใจ บางคนได้ออกท่องเที่ยวแล้วสร้างเม็ดเงิน เป็นคนเก่งคนดังบนโลกออนไลน์มีเงิน 6 หลักเข้ามาทุกเดือนให้เชยชมและจับจ่ายในสิ่งที่ต้องการ บางคนมองว่าการงานที่ทำอยู่มันไม่ใช่ ก็พร้อมจะเดินหนีเพื่อให้โอกาสกับชีวิตตัวเองได้ทำสิ่งใหม่ๆ เรียนรู้สิ่งใหม่ที่จะเข้ามา

เด็กยุคนี้จึงนับได้ว่าน่าอิจฉาอย่างมากสำหรับผม เพราะตัวผมเองอยู่ในยุคก่อนเด็กรุ่นใหม่จะรุ่งเรือง ผู้หลักผู้ใหญ่ปูความคิดว่าต้องหางานที่มั่นคงทำ สร้างครอบครัวด้วยงานที่มี และอยู่ไปนานๆ เปลี่ยนงานบ่อยก็เกิดความเสี่ยง

แต่เชื่อได้ว่าเด็กรุ่นใหม่คงไม่คิดเช่นนั้น เพราะพวกเขารักความเสี่ยง และรักชีวิตตัวเองในการได้เป็นอิสระ ได้มีโอกาสเดินทางคว้าความฝันที่ต้องการเพื่อมาเติมเต็มความขาดหายไปของชีวิต

ไม่ได้ถูกยึดติดจากภาวะใดๆ ทั้งครอบครัว ทรัพย์สิน และความคิด

ผมกลับไปเยี่ยมบ้านต่างจังหวัดเป็นครั้งคราว และได้เห็นเพื่อนๆ ของน้องชายต่างหาแนวทางของตัวเอง ต้องการเป็นนายของตัวเอง บ้างเล่นหุ้นจนร่ำรวยมีเงินนับสิบล้าน เอาไปต่อยอดทำอสังหาริมทรัพย์ ตั้งตนเป็นเสี่ยขับรถยุโรปหรูหราในวัยแค่ 26 ปี เมื่อผมไปเยี่ยมหาก็เห็นความสุขที่ชัดเจน แม้ตัวเองจะร่ำเรียนจบมาทางด้านนิเทศศาสตร์ แต่เขาเลือกชีวิตได้เองตามที่ชอบ

คุยกันออกรสก็เปิดเบียร์กินกันในออฟฟิศของน้องผู้นี้ เล่าถึงความหลังได้เตะบอลขับมอเตอร์ไซค์ออกเที่ยวไปตามร้านเหล้าในตัวเมือง กำลังเพลินๆ ประตูออฟฟิศก็เปิดออกมา ผมหันหน้าไปพบกับเพื่อนร่วมหมู่บ้านด้วยกัน และได้คำตอบการมาเยือนของเขาว่า “มาทำงาน เป็นเซลส์ขายบ้าน” ผมนี่ก็อึ้งไปหน่อย

ไม่ใช่ว่ามันไม่น่าใช่อาชีพของชายผู้นี้ หรือเป็นอาชีพที่ไม่ดี แต่ที่มีความรู้สึกเช่นนั้น เป็นเพราะเจ้านายของมันคือน้องชายผู้นี้ ที่ครั้งหนึ่งเมื่อสักกว่าสิบปีก่อน ก็ยังวิ่งเล่นตบหัวมันอยู่ที่สนามฟุตบอลกันอยู่เลย ชีวิตนี่มันครื้นเครงดีจริงๆ

ความไม่ยับยั้งทำให้ผมชวนเพื่อนผู้นี้มานั่งกินเบียร์ด้วยกัน พร้อมบอกไปว่าพักร้อนมาเยี่ยมบ้าน มันตอบมาว่าตอนเย็นดีกว่า เลิกงาน อ๋อ! ผมมองนาฬิกาก็พบกว่าแค่บ่ายสองโมงแก่ๆ เท่านั้นเอง แล้วเพื่อนผมผู้นี้ก็ปลีกตัวไปนั่งทำงานกับเพื่อนร่วมงาน

ทุกอาชีพมีความสุขนั่นแลครับ อย่างผมเองก็มีความสุขกับงานปัจจุบัน แต่ส่วนใหญ่หัวใจก็เรียกร้องให้มีความเปลี่ยนแปลง อยากหาจุดเปลี่ยนของชีวิต อยากให้ชีวิตมีความท้าทาย และเพิ่มความหมายให้กับมันบ้าง เพื่อนผมคนนี้ก็คงคิดเป็นอย่างดี ถึงมาเป็นลูกน้องของเด็กที่เคยวิ่งเล่นด้วยกันในวัยเยาว์ เพราะอาชีพที่ทำมันเลี้ยงตัวเองได้ เลี้ยงครอบครัวได้ อาจจะชอบในงานที่ทำเสียด้วย

กรอบที่เคยตีไว้ มันก็ไม่ได้หนีไปไหน เพียงแต่เรายังไม่หลุดไปจากมัน ก็ขยายกรอบให้มันใหญ่ขึ้นได้ จริงหรือไม่ครับ และมันก็น่าจะดีกว่าเดิมด้วย

แต่ถ้าใครหลุดไปได้ ผมนี่ล่ะคนหนึ่งจะไม่เหยียดหยาม หากแต่จะชื่นชมที่ออกไปหากรอบใหม่ที่รูปทรงใหม่ได้ เพราะมันคงจะตื่นเต้นหน้าดู

แต่ตอนนี้ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะขยายกรอบ หรือหลุดออกไปหากรอบใหม่ดี เพราะบ้างก็หวั่นเกรงด้วยอยู่ในพื้นที่ที่คิดว่ามันปลอดภัย แต่อีกใจส่วนใหญ่มันก็เรียกร้องความหนุ่มสาวความท้าทาย

อืม!... ต้องคิดกับมันเสียแล้ว

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล