
ยกเว้นภาษีน้ำมันพื้นที่พัฒนาไทย-มาเลย์
โพสต์ทูเดย์
— ครม.เห็นชอบยกเว้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลสำหรับเรือที่เดินทางไปกลับในเขตพื้นที่พัฒนาร่วมไทยมาเลเซียนายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบในหลักการให้ยกเว้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล สำหรับเรือที่เดินทางไปกลับในเขตพื้นที่พัฒนาร่วมไทยมาเลเซีย จากที่คิดในอัตรา 34% เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศไทยมีฐานสนับสนุนการผลิตและสำรวจปิโตรเลียมในฝั่งไทย
นอกจากนี้ การเว้นภาษีจะส่งผลให้เกิดธุรกิจที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก เช่น ธุรกิจการซ่อมบำรุงเรือ ธุรกิจการบริหารเรือ และเพิ่มทางเลือกในการประกอบอาชีพให้กับคนในท้องถิ่น
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังรายงานว่า ผลจากการยกเว้นการจัดเก็บภาษีดังกล่าวจะทำให้รายได้ของรัฐบาลสูญเสียไปประมาณปีละ 109 ล้านบาท แต่ถือว่าเกิดความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับผลประโยชน์ทางธุรกิจและการจ้างงานที่คาดว่าจะได้รับในอนาคต
สำหรับพื้นที่พัฒนาร่วมไทย
–มาเลเซีย (Joint Development Area : JDA) เป็นพื้นที่ที่รัฐบาลไทยและมาเลเซียได้จัดตั้งองค์กรร่วมระหว่างรัฐบาลไทยและมาเลเซีย เพื่อสำรวจและแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติปิโตรเลียมร่วมกัน โดยมีหลักการในการแบ่งปันผลประโยชน์ที่ได้รับอย่างเท่าเทียมกัน (50 : 50) ทั้งนี้ องค์กรร่วมฯ มีอำนาจทำสัญญาให้สิทธิสำรวจและพัฒนาปิโตรเลียมแก่บริษัทผู้ประกอบการได้ ภายใต้เงื่อนไขของระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต แต่เนื่องจากพื้นที่พัฒนาร่วมเป็นพื้นที่อยู่ในทะเล ดังนั้น การสำรวจปิโตรเลียมในพื้นที่ดังกล่าวจึงต้องอาศัยฐานปฏิบัติการสนับสนุนการประกอบกิจการปิโตรเลียมที่อยู่บนฝั่งเพื่อขนส่งวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ ในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมไปยังพื้นที่พัฒนาร่วมฯโดยใช้เรือสนับสนุนการปฏิบัติการ ซึ่งใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงขนส่งของดังกล่าว โดยเรือดังกล่าวเป็นเรือขนาดใหญ่ที่มีขนาดเกินห้าร้อยตันกรอสส์ ซึ่งมาตรา 102 (4) แห่งพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ได้ให้สิทธิรับคืนหรือยกเว้นภาษีเรือที่มีขนาดเกินกว่าห้าร้อยตันกรอสส์ แต่เนื่องจากพื้นที่ JDA เป็นพื้นที่ร่วมระหว่างไทยและมาเลเซีย การใช้มาตรา 102 (4) จึงไม่เหมาะสม เนื่องจากหากในอนาคตประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย มีกรณีพิพาทในเรื่องพื้นที่พัฒนาร่วมกันเกิดขึ้น อาจทำให้ประเทศไทยอยู่ในฐานะที่เสียเปรียบมาเลเซีย และปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลในเขตพื้นที่พัฒนาร่วมไทยมาเลเซีย เฉพาะที่ใช้เติมเรือเดินทางไปยังเขต JDA ประมาณ 20.51 ล้านลิตรต่อปีดังนั้นจึงเห็นควรให้เว้นภาษีดังกล่าว แต่ได้กำหนดให้มีการตรวจสอบปริมาณน้ำมันที่ขอยกเว้นภาษีสรรพสามิตเทียบระยะทางไปกลับจากชายฝั่งถึงแปลงสำรวจต่าง ๆ ในเขตพื้นที่พัฒนาร่วมไทยมาเลเซีย โดยหากมีปริมาณการใช้น้ำมันเกินกว่าปริมาณที่คำนวณได้ ตามระยะทางในอัตราที่กำหนด ให้ยกเว้นภาษีเฉพาะตามปริมาณที่ใช้จริงแต่ไม่เกินปริมาณที่คำนวณได้
สำหรับกรณีน้ำมันดีเซลที่ขอยกเว้นภาษีเกิดการสูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ได้ระบุไว้ในคำขอเกินกว่า 0.5 ๅ% ที่กำหนด ให้ผู้ประกอบกิจการต้องเสียภาษีสำหรับจำนวนน้ำมันที่สูญหายหรือขาดจำนวนไป พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มในอัตราที่ใช้บังคับ รวมทั้งให้ผู้ประกอบกิจการต้องทำบัญชีรับจ่ายน้ำมันที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงที่ขอยกเว้นภาษีในเรือเดินทางงไปกลับในเขตพื้นที่พัฒนาร่วมไทยมาเลเซียและระยะทางไปกลับ จากชายฝั่งถึงแปลงสำรวจต่าง ๆ ในเขตพื้นที่พัฒนาร่วมไทยมาเลเซีย







