
จตุจักรคึกผุดห้าง1.2พันล้าน
กลุ่มทุนสแกนฯโดดลุยค้าปลีก หั่นค่าเช่าต่ำกว่าประตูน้ำ30%
โพสต์ทูเดย์
— เจ.เจ.เซ็นเตอร์ ทุ่ม 1,200 ล้านบาท ผุดศูนย์ฯ อินสแควร์ ปั้นสู่ถนนแฟชั่น ชูค่าเช่าต่ำกว่าประตูน้ำ 30%นายวีระพล โชควิทยารัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.เจ. เซ็นเตอร์ ผู้บริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา มีทุนจดทะเบียนบริษัท 120 ล้านบาท และเป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัท สแกนดิเนเวียลีสซิ่ง ที่เข้ามารุกในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นครั้งแรกในโครงการค้าปลีก ภายใต้ชื่อ
“ศูนย์การค้าอินสแควร์จตุจักร” โดยใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้านบาท บนพื้นที่ 7.8 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) โดยเป็นโครงการขนาดใหญ่ 8 ชั้น คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2554สำหรับพื้นที่ดังกล่าวได้เช่าจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เป็นระยะเวลา 30 ปี โดยวางตำแหน่งโครงการเป็นศูนย์การค้าแห่งใหม่ในย่านจตุจักร ภายใต้แนวคิด
“ครบ มันส์ ไม่ธรรมดา” โดยคงความเป็นตลาดนัดจตุจักร พร้อมแบ่งโซนสินค้าเป็นหมวดหมู่ชัดเจนทั้งนี้ ศูนย์ดังกล่าวมีพื้นที่ให้บริการค้าปลีกราว 2 หมื่นตารางเมตร รองรับผู้เช่าร้านค้า หรือบูธได้กว่า 2,000 ร้าน คิดอัตราเช่าซื้อระยะยาว 25 ปี อยู่ที่ 2 แสนบาทต่อตารางเมตร หรือคิดค่าเช่าตามเงื่อนไขที่ระบุ อาทิ ร้านที่ด้านหน้าเปิดสองด้านคิดราคาเพิ่ม 20% คิดค่าเช่าในอัตรา 100 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ปรับเพิ่มขึ้นทุกปี ปีละ 10% ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เป็นต้น ซึ่งขณะนี้มีร้านค้าเข้าจับจอง พื้นที่แล้ว 50% และจะปิดยอดจองกลางปี 2554
“
ค่าเช่าพื้นที่ค้าปลีกอินสแควร์มีอัตราถูกกว่า 30% เทียบกับโครงการค้าปลีกค้าส่งเสื้อผ้าอื่นๆ ในใจกลางเมืองอย่างย่านประตูน้ำขณะที่ทำเลย่านจตุกจักรจะมีความชัดเจนด้านกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากกว่า และกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นและคนทำงานทั่วไปที่เข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าในจตุจักรช่วงเสาร์อาทิตย์ไม่ต่ำกว่า78 หมื่นคน” นายวีระพล กล่าวบริษัทยังวางตำแหน่งให้ศูนย์การค้าอินสแควร์เป็นแหล่งรวบรวมร้านเสื้อผ้าเพื่อการส่งออก สอดคล้องกับการดำเนินการภายใต้โครงการสตรีต แฟชั่น รันเวย์ ที่ผู้ประกอบการธุรกิจเสื้อผ้าร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในช่วงก่อนหน้าภายใต้แนวคิด 1 คอนเซปต์ 3 ทำเล คือ จตุจักร, ประตูน้ำ และโบ๊เบ๊ โดยในศูนย์ฯ จะให้บริการพื้นที่เอ็กซิบิชัน ฮอลล์ พื้นที่ 3,000 ตร.ม. สำหรับผู้ประกอบการส่งออกมาพบปะระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายทั้งค้าปลีกและค้าส่งจากต่างประเทศแบบครบวงจร รวมทั้งให้บริการที่ปรึกษาด้านการส่งออก หรือ เอ็กซปอร์ท คลินิค ด้วย
อย่างไรก็ตาม หลังจากเปิดให้บริการศูนย์ดังกล่าว คาดจะสร้างการจดจำได้ภายใน 12 ปี โดยเป็นกลุ่มลูกค้าเดียวกับตลาดนัดสวนจตุจักร คือ กลุ่มวัยรุ่น 30%40% กลุ่มคนทำงาน 30%40% กลุ่มผู้สูงอายุ 15%20% และกลุ่มชาวต่างชาตินักท่องเที่ยวราว 10% และมีการจับจ่ายซื้อสินค้าต่อคนต่อครั้งเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 1,200 บาท โดยบริษัทมีแผนพัฒนาโครงการตลาดสดไว้ในศูนย์การค้าอินแสควร์ด้วย นอกเหนือจากโครงการ ไอเท็น ครีเอทีฟ มอลล์ ตั้งอยู่บนชั้น4 ของศูนย์ฯ ซึ่งจะเป็นอีกหนี่งแม่เหล็กดึงดูดสำคัญของศูนย์ฯ
โครงการดังกล่าวบริษัทคาดรองรับการเติบโตธุรกิจค้าปลีกย่านจตุจักรในอนาคตหรือราว 45 ปีข้างหน้าที่จะมีมูลค่าการจับจ่ายซื้อสินค้าไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี จากปัจจุบันกรุงเทพมหานคร (กทม.) ประเมินมูลค่าอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาทต่อปี หรือราว 200 ล้านบาทต่อวัน โดยแต่ละแผงร้านค้ามีรายได้เฉลี่ย 3 หมื่น5 หมื่นบาทต่อวัน







