
สำรวจโลกใต้ทะเลที่ ‘Monterey Bay Aquarium’
หากพูดถึงพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลก เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงแท็งก์น้ำตู้กระจกขนาดใหญ่ที่มีปลาทะเลสารพัดชนิดแหวกว่ายไปมา
โดย วีณา ยศวังใจ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
หากพูดถึงพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลก เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงแท็งก์น้ำตู้กระจกขนาดใหญ่ที่มีปลาทะเลสารพัดชนิดแหวกว่ายไปมา และมีปลาเจ้าสมุทรอย่าง “ฉลามวาฬ” เป็นดาวเด่นคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน แต่ไม่ใช่ที่ “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมอนเทอร์เรย์เบย์”
เมื่อเดือน พ.ค. 2561 ที่ผ่านมา สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้นำผู้ชนะการประกวดสิ่งประดิษฐ์ในโครงการ Enjoy Science : Young Makers Contest ปี 2 เดินทางไปร่วมงาน Maker Faire Bay Area ที่เมืองซานฟรานซิสโก และทัศนศึกษายังแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญๆ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ภายใต้การสนับสนุนโดยบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต โดยหนึ่งในสถานที่สำคัญที่ สวทช.และคณะไปเยือนคือ “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมอนเทอร์เรย์เบย์” (Monterey Bay Aquarium) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก และมีความโดดเด่นที่ไม่ซ้ำใคร
จากโรงงานปลากระป๋องสู่ศูนย์อนุรักษ์ทะเล
ที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมอนเทอร์เรย์เบย์ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตปลาซาร์ดีนกระป๋องบนถนนแคนเนอรีโรว์ (Cannery Row) เลียบชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ในเขตเมืองมอนเทอร์เรย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ในสมัยก่อนบริเวณอ่าวมอนเทอร์เรย์มีความอุดมสมบูรณ์และเต็มไปด้วยสัตว์ทะเลมากมาย โดยเฉพาะปลาซาร์ดีน จึงมีการทำอุตสาหกรรมประมงและโรงงานผลิตปลาซาร์ดีนกระป๋องกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ส่งผลให้ปลาซาร์ดีนในทะเลลดจำนวนลงอย่างมากจนแทบจะสูญพันธุ์ภายในช่วงเวลาไม่กี่สิบปี และเป็นเหตุให้อุตสาหกรรมปลากระป๋องในบริเวณดังกล่าวต้องทยอยปิดตัวลง
ต่อมา เดวิด แพคการ์ด (David Packard) หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (Hewlett-Packard Company) หรือ HP ได้สนับสนุนเงินสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์หลังแรกขึ้น และเปิดทำการเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2527 ด้วยความมุ่งหวังให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสถานที่สร้างแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์ท้องทะเลให้แก่ทุกคน กระทั่งปัจจุบันพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมอนเทอร์เรย์เบย์กลายเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของรัฐแคลิฟอร์เนีย และยังกลายเป็นต้นแบบของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอีกหลายแห่งทั่วโลก โดยในแต่ละปีมีผู้มาเยือนไม่ต่ำกว่า 1.8 ล้านคน
เพาะเลี้ยง “Giant Kelp” เพียงแห่งเดียวในโลก
ภายในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมอนเทอร์เรย์มีการจัดแสดงสิ่งมีชีวิตประมาณ 3.5 หมื่นตัวอย่าง โดยมีการหมุนเวียนน้ำทะเลจากอ่าวมอนเทอร์เรย์เข้ามาหล่อเลี้ยงชีวิตในพิพิธภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในช่วงเวลากลางวันจะมีการกรองน้ำทะเลให้ใสขึ้นสำหรับตู้จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ ส่วนในเวลากลางคืนจะหมุนเวียนเอาน้ำทะเลดิบที่ไม่ผ่านการกรองเข้ามาแทน ทำให้สัตว์น้ำต่างๆ ได้รับแพลงก์ตอนจากทะเลเป็นอาหาร
ด้วยระบบการจัดการหมุนเวียนน้ำทะเลในพิพิธภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพนี้เอง ประกอบกับการใช้เครื่องกำเนิดคลื่น (Wave Machine) ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ทำให้ที่นี่สามารถเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเล “Giant Kelp” หรือ “เคลป์ยักษ์” ได้เป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในโลก
“เคลป์ยักษ์” เป็นสาหร่ายสีน้ำตาลขนาดยักษ์ที่พบในทะเลที่ไม่ลึกและไม่ไกลจากชายฝั่งมากนัก จัดเป็นสาหร่ายที่โตไวมาก โดยอาจสูงขึ้นได้คราว 1/2 เมตร/วัน และโตได้มากถึง 30-80 เมตร เคลป์ยักษ์ในธรรมชาติจะเติบโตรวมกันเป็น ป่าเคลป์ หรือ Kelp Forest ส่วนในพิพิธภัณฑ์มอนเทอร์เรย์มีตู้จัดแสดง Kelp Forest ขนาดสูง 10 เมตร หรือประมาณตึก 3 ชั้น โดยภายในตู้ Kelp Forest ได้จำลองสภาพแวดล้อมของป่าเคลป์ในมหาสมุทรแถบชายฝั่งแคลิฟอร์เนียให้นักท่องเที่ยวได้ชมและศึกษา ซึ่งนอกจากสาหร่ายสีน้ำตาลยักษ์แล้วยังมีปลาฉลามเสือดาว ปลาไหลหมาป่า ปลาหิน ปลาซาร์ดีน หมึกยักษ์ แมงกะพรุน และสัตว์ทะเลอีกหลายชนิดอยู่ร่วมกันเป็นระบบนิเวศที่ซับซ้อน
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ไม่ได้มีแค่สัตว์น้ำ
ไม่เพียงแค่สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลที่จัดแสดงในตู้ต่างๆ แล้ว ที่นี่ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมาก เช่น ฝูงเพนกวินแอฟริกา ซึ่งจะมีการแสดงให้อาหารนกเพนกวินตามรอบเวลา และอีกโซนที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือโซน “นกทะเล” ที่สามารถจำลองสภาพแวดล้อมริมชายทะเล
ไว้ในอาคารเพื่อให้นกทะเลอยู่อาศัย และนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมนกทะเลเหล่านี้ได้อย่างใกล้ชิดโดยที่นกไม่รู้สึกตื่นกลัว
นอกจากนกทะเลที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์แล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถส่องกล้องดูนกทะเลที่โบยบินอยู่ด้านนอก หรือฝูงนากทะเลที่เล่นน้ำอยู่ในทะเลได้อีกด้วย เพราะที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ริมทะเล และตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ที่ถูกออกแบบให้ผู้มาเยือนได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากที่สุด
อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมอนเทอร์เรย์แตกต่างจากพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทั่วไปคือ ผู้เข้าชม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ได้มีโอกาสสัมผัสตัวอย่างสิ่งมีชีวิตหลายชนิด เช่น สาหร่าย ฟองน้ำ ปะการัง ดาวทะเล ได้เรียนรู้ธรรมชาติของท้องทะเลอย่างใกล้ชิดในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองของเจ้าหน้าที่ผู้คอยให้ความรู้ในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัครผู้สูงวัยที่ยินดีและเต็มใจตอบข้อสงสัยของผู้มาเยือนทุกคน
อีกทั้งยังมีพื้นที่พักผ่อนสำหรับครอบครัว พื้นที่เล่นสนุกสำหรับเด็กเล็ก ไม่ว่าจะเป็นถ้ำขนาดเล็กที่ให้เด็กลอดผ่านเข้าออกได้ หรือสวนสนุกขนาดย่อม พร้อมชุดปลาทะเลให้เด็กสวมใส่เล่นสนุกกัน เพิ่มรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ที่ช่วยเติมเต็ม “ความมีชีวิตชีวา” ให้แก่พิพิธภัณฑ์ กระตุ้นจินตนาการและการเรียนรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนที่กำลังเติบโตได้อย่างดีเยี่ยม







