
หนุ่มวิศวะสู่นักธุรกิจ ต่อยอดพัฒนาอาหารหมี่อบลำไย
ถ้าพ่ออยู่ผมคงไม่ได้ทำสิ่งที่ผมชอบ เป็นถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยถึงพ่อด้วยความคิดถึงของ กษิดิศ เกษตรการุณย์
โดย อักษรา ปิ่นนราสกุล
ถ้าพ่ออยู่ผมคงไม่ได้ทำสิ่งที่ผมชอบ เป็นถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยถึงพ่อด้วยความคิดถึงของ กษิดิศ เกษตรการุณย์ หรือ “โอห์ม” หนุ่มนักธุรกิจเจ้าของผลิตภัณฑ์แบรนด์ “อ้ายเก๊า” ซึ่งหมายถึงพี่ชายคนโตของครอบครัว เพราะโอห์มเป็นลูกชายคนโตของบ้าน จึงเป็นที่มาของแบรนด์อ้ายเก๊า ประกอบด้วย หมี่กรอบลำไยและไส้อั่วสมุนไพร เป็นของฝากและของดีที่ขึ้นชื่อของ อ.เชียงคำ และ จ.พะเยา ตั้งอยู่ที่บ้านดอนไชย หมู่ 8 ต.หย่วน อ.เชียงคำ จ.พะเยา
โอห์มสำเร็จการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี แต่พ่อซึ่งเป็นนักวิชาการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอเชียงคำ ได้เสียชีวิตลงเมื่อปี 2554 เป็นเหตุให้เขาต้องกลับบ้านมาทำงานประกอบอาชีพ เพื่อหารายได้ส่งน้องสาวเรียนต่อพยาบาลจนสำเร็จการศึกษา โดยไม่สนใจอาชีพวิศวกร ไม่ทำงานออฟฟิศ หันมาผลิตหมี่กรอบลำไยจำหน่ายและสร้างรายได้มาตั้งแต่ปี 2560 ผ่านมาหนึ่งปีมีรายได้จากการทำหมี่กรอบลำไยเป็นกอบเป็นกำ โดยเฉลี่ยรายได้จากการขายหมี่กรอบนั้นมากพอกับเงินเดือนของวิศวกร ทำให้มีรายได้เลี้ยงดูแม่และครอบครัว เป็นหัวหน้าครอบครัวแทนพ่อได้อย่างสบายๆ
โอห์มเป็นนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ที่มีความคิดเป็นของตนเองบนพื้นฐาน “ความกตัญญู” เป็นที่ตั้ง การเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์ “หมี่กรอบลำไย” เจ้าแรกและเจ้าเดียวของ จ.พะเยา กล่าวว่า “เมื่อปี 2554 หลังจากผมเรียนจบระดับปริญญาตรีแล้ว ขณะที่กำลังสอบปลายภาคของระดับปริญญาโทภาคเรียนแรก ได้รับข่าวจากทางบ้านว่าพ่อเสียชีวิต ครั้งนั้นคือจุดเปลี่ยนของชีวิต แม่ขาดคู่ชีวิต น้องสาวกำลังจะเรียนต่อพยาบาลต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย
ขณะเดียวกันเป้าหมายชีวิตของโอห์มไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องเป็นนักวิศวกรอย่างที่ได้เรียนมา เนื่องจากหลังเรียนจบได้เคยไปฝึกงานและทำงานอยู่ระยะสั้นๆ รู้สึกว่าไม่ใช่ตัวตนของตนเอง เมื่อเสียพ่อไปแล้ว จึงตัดสินใจกลับบ้าน ยุติการเรียนต่อระดับปริญญาโท ทั้งๆ ที่ได้ลงทะเบียนเรียนไปแล้ว เมื่อกลับมาบ้านก็ยังไม่ได้ทำงาน เป็นคนว่างงานอยู่ประมาณ 1 ปี ต่อมาคิดอยากทำหมี่กรอบลำไย เพราะลำไยเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของ อ.เชียงคำ ซึ่งหมี่กรอบตนชอบรับประทานประจำ ดังนั้นจึงลองทำและขายครั้งแรกในงานไทลื้อ ปี 2560 ครั้งนั้นขายได้จำนวน 67 กล่อง
โอห์ม กล่าวต่อว่า “ครั้งแรกที่ผมทำหมี่กรอบลำไย ความกรอบอยู่ได้ไม่นาน ต่อมาจึงได้ทดลองศึกษาและพัฒนาสูตรอย่างต่อเนื่อง น้ำยำหมี่กรอบก็ศึกษาจากที่ต่างๆ ทั้งจากโซเชียล จากผู้รู้ จนปรับปรุงและประยุกต์มาเป็นสูตรน้ำยำหมี่กรอบของตนเอง และสร้างอัตลักษณ์ด้วยการใส่เนื้อลำไยอบแห้งลงไปในเนื้อหมี่กรอบ ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นหมี่กรอบเจ้าแรกของโลกที่มีเนื้อลำไยแทรกอยู่ในหมี่กรอบ รสหอมอ่อนๆ ของลำไย ความกรอบของหมี่ รสเปรี้ยวธรรมชาติจากมะนาวสดๆ ส่วนผสมทุกตัวล้วนมาจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ โดยเฉพาะลำไยที่เป็นของดีเมืองเชียงคำ ไม่เพียงการขายหมี่กรอบลำไยเท่านั้น แต่คือการขายวัฒนธรรม ภูมิปัญญาของคนเชียงคำ ที่ปลูกและแปรรูปผลผลิตลำไยสร้างมูลค่าด้านเศรษฐกิจตลอดมา
โอห์ม กล่าวอีกว่า “จากครั้งแรกเมื่อเดือน มี.ค. 2560 ขายได้ 67 กล่อง เมื่อพัฒนาเป็นหมี่กรอบลำไยที่กรอบได้นานประมาณ 2 สัปดาห์ ยังเป็นหมี่กรอบที่มีเนื้อลำไยอบแห้งคุณภาพของเมืองเชียงคำ ปัจจุบันสามารถสร้างรายได้จากการผลิตหมี่กรอบลำไยส่งขายทั้งเอเยนต์ตามร้านค้าในพื้นที่ จ.พะเยา และเชียงราย ขายทางออนไลน์ สั่งซื้อได้ทางเฟซบุ๊กเพจ “อ้ายเก๊า หมี่กรอบลำไย ของฝากจากเชียงคำ” โดยลูกค้าสามารถสั่งซื้อได้โดยตรง หรือติดต่อเบอร์โทรศัพท์ของผม 09-3169-4645 สำหรับผู้ที่ประสงค์อยากเรียนรู้สูตรการทำหมี่กรอบตนยินดีสอนให้ฟรี”
ปัจจุบันโอห์มกำลังสร้างผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ขึ้นมา แต่ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ด้านอาหาร คือ ไส้อั่วโบราณสูตรดั้งเดิมของยายที่สืบทอดสูตรมานานกว่า 50 ปี
“ตอนนี้ผมกำลังทำไส้อั่วโบราณ ใช้วัตถุดิบสมุนไพรพื้นบ้าน เนื้อหมูสด ใหม่ ไม่มีสารปรุงรส อายุของไส้อั่วสามารถแช่แข็งอยู่ได้นาน 1 เดือน ช่วงนี้เปิดวางขายเฉพาะที่หน้าร้าน ยังไม่รับออร์เดอร์ส่งทางไกลครับ ราคากิโลกรัมละ 350 บาท แพ็กอย่างดี ซีลด้วยระบบสุญญากาศ”
แรงบันดาลใจที่ทำให้โอห์มกลายเป็นนักธุรกิจตั้งแต่วัย 30 คือ ความสุขของครอบครัว อยากทำงานอยู่กับบ้าน ได้ช่วยเหลือแม่ทำงาน รับประทานข้าวกับแม่กับน้อง และทุกคนในบ้าน คือความสุขที่แท้จริง เพราะทั้งหมี่กรอบ ไส้อั่วโบราณ ล้วนเริ่มต้นมาจากความรักความผูกพันของคนในครอบครัวทั้งนั้น เมื่อทำแล้วมีความสุข ความสำเร็จจึงตามมาดังที่เห็น
ผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นไม่ได้คิดใหม่ เพียงแต่ทำมาจากหัวใจ เพราะคนรอบข้างที่ผมรักเป็นคนเริ่มต้น การสานต่อสิ่งที่คนที่ผมรักด้วยความชอบและความรักของผม ทุกอย่างจึงทุ่มเททั้งหัวใจครับ
ทุกวันนี้สิ่งที่ได้รับและมีความสุขจากการทำหมี่กรอบลำไยที่นอกเหนือจากรายได้ที่เป็นตัวเงิน คือความสุขของครอบครัว ตนอยู่กับแม่และน้องสาว มีอิสระทางความคิดที่เป็นตัวตนของตนเอง โดยเฉพาะได้นำความรู้จากการเรียนวิศวกรรมศาสตร์มาวางแผนการผลิตหมี่กรอบ ตั้งแต่การทำก้อน ระยะเวลาของความกรอบ การชั่ง ตวง วัด ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญของวิศวกร ตนจึงภูมิใจที่แม้นว่าจะไม่ได้ทำงานเป็นวิศวกรตามที่พ่อแม่ต้องการ แต่ตนก็ได้นำความรู้มาใช้ในการประกอบอาชีพ สร้างชื่อเสียงให้เมืองเชียงคำ ตอบแทนคุณแผ่นดินเกิดได้อย่างภาคภูมิใจ” โอห์ม กล่าวย้ำ
เพราะหัวใจที่มีความกตัญญูเป็นที่ตั้ง ผลลัพธ์ที่ได้จึงตอบแทนหนุ่มโอห์มอย่างที่ต้องการ ความสุขทางใจ ความสุขทางกาย สุขที่พอใจและพอดีกับชีวิต ด้วยวัยเพียง 30 ปี ที่หันมาเอาดีด้านการผลิตอาหารประเภทขนม ของขบเคี้ยว เป็นของดีที่สามารถนำเป็นของฝากได้อย่างดี
โอห์มคือต้นแบบอย่างของคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตายิ่งนัก







