
‘เยลโล่’บริษัท Tech Startup เกาหลี ที่มีมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (9)
“เยลโล่-Yello” เป็นบริษัท Startup ทางด้านเทคโนโลยี ที่ถูกจัดอันดับเป็น “ยูนิคอร์น”
“เยลโล่-Yello” เป็นบริษัท Startup ทางด้านเทคโนโลยี ที่ถูกจัดอันดับเป็น “ยูนิคอร์น” (ธุรกิจที่มีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) รายที่ 2 ของเกาหลี มูลค่าทางธุรกิจของ “เยลโล่” มีราคา ณ ปัจจุบันถึง 4,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.24 แสนล้านบาท) … ปัจจุบันนี้ Yello ให้บริการ Mobile Service และ Platform ของเว็บไซต์ต่างๆ ด้าน Shopping, Media, Advertisement, Travel, e-Commerce และ O2O (Offline to Online) ในเอเชีย
จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อ 7 ปีก่อน (2011) หลังจากที่หนุ่มเกาหลีนายหนึ่ง ชื่อว่า “อี ซัง ฮยอก” Lee Sang-Hyuk ได้ตกลงควบรวมกิจการเล็กๆ ของตนเองเข้ากับ “ดาอึม คอมมูนิเคชั่น-다음” ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการ Search Engine และอื่นๆ ทางอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของเกาหลี ด้วยหวังว่า “ร่มใหญ่” นั้นจะช่วยปกป้องบริษัทเล็กๆ ของเขาจากพายุฝนและแดดลมแรงได้ ทว่า ช่วงเวลาหลังจากนั้น กลายเป็นเวลาที่เขาสูญสิ้นความสุขและเสียความเป็นตัวเองไปมากที่สุด
กิจการของเขาถูกครอบงำด้วยนโยบายทางการบริหารและสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจของ “ดาอึม” จนมาถึงทางตัน รู้สึกว่าติดกับดักขยับตัวทำอะไรดังที่ต้องการไม่ได้ เพราะทีมงานและเทคโนโลยีของเขาถูกควบรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ “ดาอึม” เขารู้สึกว่ากำลังเดินถอยหลังเข้าไปเป็นพนักงานกลุ่มหนึ่งของบริษัทใหญ่ ไม่ใช่ชีวิตอิสระที่ควรจะเป็นของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในนิยามของคำว่า “Entrepreneur” ดังนั้น หลังจากเข้าไปอยู่กับ “ดาอึม” ได้เพียงปีเศษ เขาจึงตัดสินใจบินออกไปสู้กับพายุแดดลมด้วยตนเองอีกครั้ง
“Yello Mobile” จึงถือกำเนิดใหม่ ในปี 2012 คือ การบ่มเพาะกิจการของบริษัท Technology Startup เล็กๆ ของกลุ่มคนผู้ผลิตโมบายแอพ หรืออยู่ในสายเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตซึ่งมีจำนวนมากในเกาหลี และทำการควบรวมกิจการบริษัทนั้น (M&A-Mergers and Acquisitions)...แต่เป็น M&A ที่ไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง
“Yello Mobile” ใช้ประสบการณ์การสูญสิ้นอิสรภาพเมื่อเข้าไปควบรวมกับบริษัทใหญ่ มาเป็นแนวทางในการสร้างกิจการให้เติบโตยิ่งกว่าเดิม เขาเสนอให้อิสระในการบริหารงานและความเป็นตัวของตัวเองแก่เจ้าของกิจการเดิมที่เขาเข้าไปถือหุ้นด้วยอย่างเต็มที่ ไม่ให้ซ้ำรอยกับตอนที่เขาอยู่กับ “ดาอึม”...Yello Mobile เข้าไปร่วมหุ้นและสนับสนุนความรู้ด้านต่างๆ ทั้งด้านเทคนิคจนไปถึงการตลาด ช่วยบ่มเพาะกิจการของบริษัทเล็กๆ ที่เกิดใหม่เหล่านั้น ซึ่งเป็นทั้งนักศึกษาที่จบใหม่หรือคนที่แสวงหาโอกาสเติบโตจากโมบายแอพของตนเอง
อนึ่ง ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้บริษัท Startup ประสบความสำเร็จได้นั้น เบื้องต้นต้องมาจากแรงบันดาลใจของผู้ก่อตั้งและพลังที่จะพุ่งไปข้างหน้า ดังวิสัยทัศน์ของ “ศ.กุนเธอร์ ฟาลติน” เจ้าของมูลนิธิ STIFTUNG Entrepreneurship ที่ได้กล่าวว่า “ในกระบวนการสร้างผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จขึ้นมาสักคนหนึ่ง ควรต้องเปิดโอกาสให้เขาใช้ความคิดสร้างสรรค์ และมีมุมมองที่ไม่เหมือนใคร มีสายตาเหมือนศิลปินผู้โดดเด่นและหายาก คนเหล่านี้จะกลายเป็นส่วนสำคัญของโลกธุรกิจและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างสร้างสรรค์”... หากถูกจำกัดความคิดสร้างสรรค์ บริษัทเหล่านั้นก็จะฝ่อแห้งตายไป หรือไม่ก็พยายามหาทางรอดโดยออกไปจากร่มใหญ่ที่เข้าพักพิงเช่นเดียวกับที่ผู้ก่อตั้ง Yello Mobile เคยประสบมาแล้ว
ส่วนวิธีการเข้าถือหุ้นนั้น นับเป็นความชาญฉลาดอย่างยิ่ง คือ แทนที่จะใช้เงินเข้าไปซื้อ เขาใช้วิธีแลกหุ้นระหว่างกันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งวิธีนี้ทำให้เจ้าของกิจการที่เขารวบรวมมานั้นรู้สึกว่า “ได้เป็นเจ้าของและเป็นส่วนหนึ่งในอนาคต” ของ Yello Mobile ด้วย หาก Yello Mobile โตขึ้น เจ้าของผู้ก่อตั้งกิจการ Startup ที่มาเข้ารวมกลุ่มก็ได้ประโยชน์ร่วมด้วย แทนที่จะได้รับเพียงแค่เงินค่าเทคโนโลยีที่พวกเขาคิดค้นขึ้นมาเพียงครั้งเดียว...นอกจากนี้ กิจการ Startup เหล่านี้ก็จะมีแรงจูงใจและเพิ่มพลังแก่จิตวิญญาณ Entrepreneur ในตน ที่จะทำให้กิจการเติบโตขึ้น และก็เป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้บริษัท Startup เหล่านี้อยู่กับ Yello Mobile อย่างยั่งยืน
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ไม่ต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากในการซื้อหุ้นของบริษัทอื่น ก็ทำให้ Yello Mobile สามารถใช้เงินทุนในการพัฒนาเพื่อสร้างความเติบโตของบริษัทมากกว่าจ่ายเงินให้ผู้ก่อตั้ง Startup ที่มาเข้ารวมกลุ่ม...ผู้บริหารคนหนึ่งของ Yello Mobile เปรียบเทียบว่า “กลุ่มบริษัทของเราเปรียบเสมือนกับศาสนาที่มีความเชื่อและศรัทธา หากเรายิ่งเสียสละทุ่มเทเพื่อศาสนามากเท่าไร เราก็จะได้รับบุญหรือความสำเร็จและยั่งยืนมากเท่านั้น”... สุดยอดเลยค่ะ!
ในตอนเริ่มต้น Yello Mobile ได้จัดตั้งกลุ่มบริษัทพันธมิตร (Alliances) ขึ้นมาจาก 5 บริษัท และทดสอบสมมติฐานและหัวใจสำคัญของกิจการแต่ละบริษัทเพื่อทำให้การจัดกลุ่มมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยคำนึงถึงลักษณะและความเข้ากันได้ของบริษัทต่างๆ ด้วย ... Yello Mobile เน้นเรื่องการรักษาเป้าหมายและแรงบันดาลใจของผู้ก่อตั้งกิจการที่เข้ามาอยู่รวมในกลุ่มเดียวกันเป็นที่สุด เมื่อกลุ่มพันธมิตรไปกันได้ดีแล้ว ขั้นต่อไป คือ การบ่มเพาะ การระดมทุน และวางแผนเร่งให้เกิดการเจริญเติบโตของรายได้ของกลุ่มพันธมิตรแต่ละกลุ่ม
ด้วยวิธีนี้ ทำให้ Yello Mobile สามารถดึงดูดบริษัท Startup ที่มีศักยภาพจะเติบโตขึ้นแรง ทั้งในเกาหลีและเอเชียได้ถึง 35 บริษัทภายใน 3 ปีแรกเท่านั้น และปัจจุบันนี้ Yello Mobile มีสถานะเป็นร่มใหญ่ให้แก่บริษัท Tech Startup เล็กๆ ในเอเชียมากกว่า 100 บริษัท มีพนักงานราว 1,500 คน จึงทำให้กิจการในสาย Mobile Platform ของกลุ่มบริษัทเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ...“อี ซัง ฮยอก” กลายเป็นหนุ่มโสดที่ร่ำรวยเป็นอันดับที่ 40 ของเกาหลีด้วยทรัพย์สินส่วนตัว 1,080 พันล้านดอลลาร์ และกำลังจะสร้างอนาคตใหม่ให้แก่กลุ่มบริษัท ด้วยเทคโนโลยี Blockchain!
(อ่านต่อฉบับหน้า)







