posttoday
‘เยลโล่’บริษัท Tech Startup เกาหลี ที่มีมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (9)

‘เยลโล่’บริษัท Tech Startup เกาหลี ที่มีมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (9)

22 กรกฎาคม 2561

“เยลโล่-Yello” เป็นบริษัท Startup ทางด้านเทคโนโลยี ที่ถูกจัดอันดับเป็น “ยูนิคอร์น”

“เยลโล่-Yello” เป็นบริษัท Startup ทางด้านเทคโนโลยี ที่ถูกจัดอันดับเป็น “ยูนิคอร์น” (ธุรกิจที่มีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) รายที่ 2 ของเกาหลี มูลค่าทางธุรกิจของ “เยลโล่” มีราคา ณ ปัจจุบันถึง 4,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.24 แสนล้านบาท) … ปัจจุบันนี้ Yello ให้บริการ Mobile Service และ Platform ของเว็บไซต์ต่างๆ ด้าน Shopping, Media, Advertisement, Travel, e-Commerce และ O2O (Offline to Online) ในเอเชีย

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อ 7 ปีก่อน (2011) หลังจากที่หนุ่มเกาหลีนายหนึ่ง ชื่อว่า “อี ซัง ฮยอก” Lee Sang-Hyuk ได้ตกลงควบรวมกิจการเล็กๆ ของตนเองเข้ากับ “ดาอึม คอมมูนิเคชั่น-다음” ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการ Search Engine และอื่นๆ ทางอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของเกาหลี ด้วยหวังว่า “ร่มใหญ่” นั้นจะช่วยปกป้องบริษัทเล็กๆ ของเขาจากพายุฝนและแดดลมแรงได้ ทว่า ช่วงเวลาหลังจากนั้น กลายเป็นเวลาที่เขาสูญสิ้นความสุขและเสียความเป็นตัวเองไปมากที่สุด

กิจการของเขาถูกครอบงำด้วยนโยบายทางการบริหารและสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจของ “ดาอึม” จนมาถึงทางตัน รู้สึกว่าติดกับดักขยับตัวทำอะไรดังที่ต้องการไม่ได้ เพราะทีมงานและเทคโนโลยีของเขาถูกควบรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ “ดาอึม” เขารู้สึกว่ากำลังเดินถอยหลังเข้าไปเป็นพนักงานกลุ่มหนึ่งของบริษัทใหญ่ ไม่ใช่ชีวิตอิสระที่ควรจะเป็นของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในนิยามของคำว่า “Entrepreneur” ดังนั้น หลังจากเข้าไปอยู่กับ “ดาอึม” ได้เพียงปีเศษ เขาจึงตัดสินใจบินออกไปสู้กับพายุแดดลมด้วยตนเองอีกครั้ง

‘เยลโล่’บริษัท Tech Startup เกาหลี ที่มีมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (9)

“Yello Mobile” จึงถือกำเนิดใหม่ ในปี 2012 คือ การบ่มเพาะกิจการของบริษัท Technology Startup เล็กๆ ของกลุ่มคนผู้ผลิตโมบายแอพ หรืออยู่ในสายเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตซึ่งมีจำนวนมากในเกาหลี และทำการควบรวมกิจการบริษัทนั้น (M&A-Mergers and Acquisitions)...แต่เป็น M&A ที่ไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง

“Yello Mobile” ใช้ประสบการณ์การสูญสิ้นอิสรภาพเมื่อเข้าไปควบรวมกับบริษัทใหญ่ มาเป็นแนวทางในการสร้างกิจการให้เติบโตยิ่งกว่าเดิม เขาเสนอให้อิสระในการบริหารงานและความเป็นตัวของตัวเองแก่เจ้าของกิจการเดิมที่เขาเข้าไปถือหุ้นด้วยอย่างเต็มที่ ไม่ให้ซ้ำรอยกับตอนที่เขาอยู่กับ “ดาอึม”...Yello Mobile เข้าไปร่วมหุ้นและสนับสนุนความรู้ด้านต่างๆ ทั้งด้านเทคนิคจนไปถึงการตลาด ช่วยบ่มเพาะกิจการของบริษัทเล็กๆ ที่เกิดใหม่เหล่านั้น ซึ่งเป็นทั้งนักศึกษาที่จบใหม่หรือคนที่แสวงหาโอกาสเติบโตจากโมบายแอพของตนเอง

อนึ่ง ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้บริษัท Startup ประสบความสำเร็จได้นั้น เบื้องต้นต้องมาจากแรงบันดาลใจของผู้ก่อตั้งและพลังที่จะพุ่งไปข้างหน้า ดังวิสัยทัศน์ของ “ศ.กุนเธอร์ ฟาลติน” เจ้าของมูลนิธิ STIFTUNG Entrepreneurship ที่ได้กล่าวว่า “ในกระบวนการสร้างผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จขึ้นมาสักคนหนึ่ง ควรต้องเปิดโอกาสให้เขาใช้ความคิดสร้างสรรค์ และมีมุมมองที่ไม่เหมือนใคร มีสายตาเหมือนศิลปินผู้โดดเด่นและหายาก คนเหล่านี้จะกลายเป็นส่วนสำคัญของโลกธุรกิจและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างสร้างสรรค์”... หากถูกจำกัดความคิดสร้างสรรค์ บริษัทเหล่านั้นก็จะฝ่อแห้งตายไป หรือไม่ก็พยายามหาทางรอดโดยออกไปจากร่มใหญ่ที่เข้าพักพิงเช่นเดียวกับที่ผู้ก่อตั้ง Yello Mobile เคยประสบมาแล้ว

‘เยลโล่’บริษัท Tech Startup เกาหลี ที่มีมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (9)

ส่วนวิธีการเข้าถือหุ้นนั้น นับเป็นความชาญฉลาดอย่างยิ่ง คือ แทนที่จะใช้เงินเข้าไปซื้อ เขาใช้วิธีแลกหุ้นระหว่างกันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งวิธีนี้ทำให้เจ้าของกิจการที่เขารวบรวมมานั้นรู้สึกว่า “ได้เป็นเจ้าของและเป็นส่วนหนึ่งในอนาคต” ของ Yello Mobile ด้วย หาก Yello Mobile โตขึ้น เจ้าของผู้ก่อตั้งกิจการ Startup ที่มาเข้ารวมกลุ่มก็ได้ประโยชน์ร่วมด้วย แทนที่จะได้รับเพียงแค่เงินค่าเทคโนโลยีที่พวกเขาคิดค้นขึ้นมาเพียงครั้งเดียว...นอกจากนี้ กิจการ Startup เหล่านี้ก็จะมีแรงจูงใจและเพิ่มพลังแก่จิตวิญญาณ Entrepreneur ในตน ที่จะทำให้กิจการเติบโตขึ้น และก็เป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้บริษัท Startup เหล่านี้อยู่กับ Yello Mobile อย่างยั่งยืน

ยิ่งไปกว่านั้น การที่ไม่ต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากในการซื้อหุ้นของบริษัทอื่น ก็ทำให้ Yello Mobile สามารถใช้เงินทุนในการพัฒนาเพื่อสร้างความเติบโตของบริษัทมากกว่าจ่ายเงินให้ผู้ก่อตั้ง Startup ที่มาเข้ารวมกลุ่ม...ผู้บริหารคนหนึ่งของ Yello Mobile เปรียบเทียบว่า “กลุ่มบริษัทของเราเปรียบเสมือนกับศาสนาที่มีความเชื่อและศรัทธา หากเรายิ่งเสียสละทุ่มเทเพื่อศาสนามากเท่าไร เราก็จะได้รับบุญหรือความสำเร็จและยั่งยืนมากเท่านั้น”... สุดยอดเลยค่ะ!

ในตอนเริ่มต้น Yello Mobile ได้จัดตั้งกลุ่มบริษัทพันธมิตร (Alliances) ขึ้นมาจาก 5 บริษัท และทดสอบสมมติฐานและหัวใจสำคัญของกิจการแต่ละบริษัทเพื่อทำให้การจัดกลุ่มมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยคำนึงถึงลักษณะและความเข้ากันได้ของบริษัทต่างๆ ด้วย ... Yello Mobile เน้นเรื่องการรักษาเป้าหมายและแรงบันดาลใจของผู้ก่อตั้งกิจการที่เข้ามาอยู่รวมในกลุ่มเดียวกันเป็นที่สุด เมื่อกลุ่มพันธมิตรไปกันได้ดีแล้ว ขั้นต่อไป คือ การบ่มเพาะ การระดมทุน และวางแผนเร่งให้เกิดการเจริญเติบโตของรายได้ของกลุ่มพันธมิตรแต่ละกลุ่ม

‘เยลโล่’บริษัท Tech Startup เกาหลี ที่มีมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (9)

ด้วยวิธีนี้ ทำให้ Yello Mobile สามารถดึงดูดบริษัท Startup ที่มีศักยภาพจะเติบโตขึ้นแรง ทั้งในเกาหลีและเอเชียได้ถึง 35 บริษัทภายใน 3 ปีแรกเท่านั้น และปัจจุบันนี้ Yello Mobile มีสถานะเป็นร่มใหญ่ให้แก่บริษัท Tech Startup เล็กๆ ในเอเชียมากกว่า 100 บริษัท มีพนักงานราว 1,500 คน จึงทำให้กิจการในสาย Mobile Platform ของกลุ่มบริษัทเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ...“อี ซัง ฮยอก” กลายเป็นหนุ่มโสดที่ร่ำรวยเป็นอันดับที่ 40 ของเกาหลีด้วยทรัพย์สินส่วนตัว 1,080 พันล้านดอลลาร์ และกำลังจะสร้างอนาคตใหม่ให้แก่กลุ่มบริษัท ด้วยเทคโนโลยี Blockchain!

(อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

พลังแห่งความหลากหลาย! ทรู เปิดตัวแคมเปญ “Beyond Your Best” ถ่ายทอด 4 เรื่องจริงของพนักงาน ทลายทุกข้อจำกัด สู่ผู้สร้างคุณค่าและแรงบันดาลใจให้สังคม

พลังแห่งความหลากหลาย! ทรู เปิดตัวแคมเปญ “Beyond Your Best” ถ่ายทอด 4 เรื่องจริงของพนักงาน ทลายทุกข้อจำกัด สู่ผู้สร้างคุณค่าและแรงบันดาลใจให้สังคม