
ค่าเงินทั่วเอเชียพาเหรดร่วง
หยวนอ่อนค่าฉุดค่าเงินเอเชียปรับลงวานนี้ กูรูเตือนจับตาสถานการณ์ค่าเงิน ท่ามกลางความขัดแย้งการค้าสหรัฐ-จีนเดือดหนัก
หยวนอ่อนค่าฉุดค่าเงินเอเชียปรับลงวานนี้ กูรูเตือนจับตาสถานการณ์ค่าเงิน ท่ามกลางความขัดแย้งการค้าสหรัฐ-จีนเดือดหนัก
รอยเตอร์สรายงานว่า ค่าเงินเอเชียส่วนใหญ่อ่อนค่าลงระหว่างการซื้อขายวานนี้ เนื่องจากปรับตัวลงตามค่าเงินหยวนที่ร่วงต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค. 2017 หลังธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ปรับลดค่ากลางเงินหยวนลง 0.9% มาอยู่ที่ 6.7671 หยวน/ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการปรับลดค่ากลางเงินหยวนมากที่สุดในรอบ 1 วัน นับตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย. 2016
รายงานระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินเอเชียสกุลอื่นๆ เช่น ค่าเงินรูปีของอินเดียร่วงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ไปอยู่ที่ 69.13 รูปี/ดอลลาร์ เช่นเดียวกับค่าเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียซึ่งปรับลงไปอยู่ที่ 14,530.0 รูเปียห์/ดอลลาร์ แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2015
ทั้งนี้ รอยเตอร์สรายงานว่า ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงไปราว 4.4% เมื่อเทียบค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้ โดยการอ่อนค่าของเงินหยวนทำให้ล่าสุด ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกมาโจมตีค่าเงินหยวนของจีนร่วงลงเหมือนก้อนหิน พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าทำให้สหรัฐเสียเปรียบประเทศอื่นๆ ทางการค้า ไม่ว่าจะเป็น จีน สหภาพยุโรป (อียู) และญี่ปุ่น
ขณะเดียวกัน คำพูดของทรัมป์ทำให้นักวิเคราะห์ต่างหันกลับมาจับตาสถานการณ์ค่าเงิน ท่ามกลางความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น
“ค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าลงยิ่งขึ้นจะบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของบรรดาประเทศเอเชีย นอกจากนี้ยังปลุกความกังวลเรื่องเงินไหลออกจากจีน ซึ่งจะส่งผลกระทบทางอ้อมต่อเอเชีย โดยเมื่อไม่นานนี้ ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงยิ่งขึ้น จากความวิตกเรื่องสงครามการค้า” ชูซูเกะ ยามาดะ นักกลยุทธ์ด้านค่าเงินและตลาดหุ้นจากธนาคาร แบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ กล่าว
ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับธนาคารไอเอ็นจี แบงก์ ที่ระบุว่า ค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าลงยิ่งขึ้นเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาดูอย่างระมัดระวัง หลังการอ่อนค่าของเงินหยวนเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา สร้างความปั่นป่วนอย่างหนักให้กับตลาดการเงินทั่วโลก
ด้านบลูมเบิร์กระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินหยวนของจีนอ่อนค่าลงต่อเนื่องจากปัจจัยหลายอย่าง ที่รวมถึงถ้อยแถลงของ เจอโรม พาวเวลล์ ผู้ว่าการเฟดที่ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังปรับตัวแข็งแกร่ง ทำให้เฟดมีแนวโน้มเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อในปีนี้ รวมถึงการเปิดเผยตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลงในไตรมาส 2 อยู่ที่ 6.7% เมื่อเทียบกับ 6.8% เมื่อไตรมาสแรก
รายงานระบุว่า จากข้อมูลดังกล่าวทำให้นักวิเคราะห์จากธนาคารมิซูโฮะและโนมูระ อินเตอร์เนชั่นแนล คาดการณ์ว่า ค่าเงินหยวนมีแนวโน้มอ่อนค่าไปแตะ 7 หยวน/ดอลลาร์ในปีนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์จากธนาคารบีเอ็นพี พาริบาส์ มองว่า จีนอาจดำเนินมาตรการเพื่อสกัดไม่ให้เงินหยวนอ่อนค่าลงอีก







