
เร่งเจาะอุตเป้าหมายญี่ปุ่น
“สมคิด” เดินสายเจาะญี่ปุ่นรายเมือง ดึงนักลงทุนอีอีซี ตั้งเป้าเพิ่มธุรกิจใหม่เป็น 1 หมื่นราย
“สมคิด” เดินสายเจาะญี่ปุ่นรายเมือง ดึงนักลงทุนอีอีซี ตั้งเป้าเพิ่มธุรกิจใหม่เป็น 1 หมื่นราย
เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2561 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานและกล่าวในงานสัมมนา “Thailand Taking off to New Heights” ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จัดขึ้นในโอกาสที่รองนายกรัฐมนตรีเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17-20 ก.ค. 2561 ที่เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ โดยมีผู้ประกอบการญี่ปุ่นรับฟังข้อมูลกว่า 800 คน
สำหรับการเดินทางเยือนญี่ปุ่นครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งอของแผนการเจาะนักลงทุนในเมืองอุตสาหกรรมหลักของญี่ปุ่นเพื่อเชิญชวนเข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)
นายสมคิด กล่าวว่า ศักยภาพของประเทศไทยที่ประกอบไปด้วยทรัพยากรด้านต่างๆ ขณะที่เหตุการณ์บ้านเมืองสงบ การปฏิรูปประเทศที่ดำเนินไปตามแผน ทำให้มั่นใจว่าจีดีพีของไทยในปี 2561 จะขยายตัวได้ 4-5% จึงอยากเชิญชวนนักลงทุนญี่ปุ่นไปขยายการลงทุนในไทยโดยเฉพาะในอีอีซี ที่ขณะนี้มีนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติขอรับการส่งเสริมลงทุนแล้ว 6 แสนล้านบาท และใน 2 ไตรมาสแรกของปีนี้ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการเดินทางเยือนจังหวัดไอจิ ได้พบกับ นายฮิเดะอะกิ โอมุระ ผู้ว่าราชการจังหวัดไอจิ ได้ย้ำนโยบายของรัฐบาลไทย ที่จะกระชับความสัมพันธ์กับระดับท้องถิ่นของญี่ปุ่น ซึ่งทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากท้องถิ่นของญี่ปุ่นมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีเอกลักษณ์และจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย
“จังหวัดไอจิมีผู้ประกอบการอุตสาห กรรมในสาขาที่มีศักยภาพและสอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย เช่น ยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนอากาศยานและอวกาศ เหมาะจะลงทุนในอีอีซี จากที่ปัจจุบันมีบริษัทของจังหวัดไอจิที่ลงทุนในไทยกว่า 300 บริษัท 440 สาขา และมีมูลค่าการลงทุนเป็น 1 ใน 3 ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมดของญี่ปุ่นในไทย รวมทั้งให้พิจารณาจัดตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในประเทศไทย ซึ่งสามารถใช้เป็นฐานส่งออกจากไทยไปยังประเทศในเอเชียหรือตะวันออกกลาง” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ผู้ประกอบการญี่ปุ่นมีการลงทุนในไทยประมาณ 7,000 บริษัท ซึ่งไทยมีเป้าหมายที่จะให้การลงทุนเพิ่มเป็น 1 หมื่นบริษัท โดยเฉพาะเข้าไปลงทุนในอีอีซี ซึ่งเป็นพื้นที่โครงการสำคัญของรัฐบาลไทย เป็นพื้นที่หลักของการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศมา 35 ปี อยู่ในพื้นที่เดิมของอีสเทิร์นซีบอร์ดที่บริษัทญี่ปุ่นมีบทบาทสูง ปัจจุบันมีบริษัทญี่ปุ่นในอีอีซีอยู่แล้ว 1,016 บริษัท โดยอีอีซีจะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษขนาดใหญ่ที่ครบวงจรที่สุด เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีบทบาทสำคัญและมีการเติบโตมากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย คาดว่าการลงทุนในพื้นที่อีอีซี จะสูงถึง 1.5 ล้านล้านบาท ภายใน 5 ปี
ทั้งนี้ เครื่องมือสำคัญที่รัฐบาลใช้ในการปฏิรูปเศรษฐกิจ คือ ความร่วมมือแบบหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐ-ภาคเอกชน PPP (Public-Private-Partnership) ซึ่งเอกชนจะเป็นผู้นำในการต่อยอดและยกระดับเทคโนโลยีการวิจัยและพัฒนาอย่างครบวงจร รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยรัฐบาลให้การสนับสนุนใกล้ชิดตามยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งจะอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกันที่ยั่งยืน







