posttoday
สารพัดความเสี่ยงรุมเร้าศก.

สารพัดความเสี่ยงรุมเร้าศก.

21 กรกฎาคม 2561

สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด จับตาเศรษฐกิจครึ่งปีเจอความเสี่ยง รอผลสรุปวันเลือกตั้ง หากไม่ออกฉุดความเชื่อมั่น

สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด จับตาเศรษฐกิจครึ่งปีเจอความเสี่ยง รอผลสรุปวันเลือกตั้ง หากไม่ออกฉุดความเชื่อมั่น

นายทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ประจำธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนหลัง เดือน ก.ย.เป็นช่วงที่น่าจับตามากที่สุด เพราะมีเหตุการณ์สำคัญจะเกิดขึ้นในเดือนนี้ หากผลออกมาไม่ดีอาจจะกลายเป็นจุดเสี่ยง แต่ถ้าดีจะเป็นผลบวกหนุนให้เศรษฐกิจเติบโตตามเป้าหมาย โดยธนาคารคาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะโต 4.3% และปีหน้าที่ 4.5% คาดค่าเงินบาทแข็งค่าสุดอยู่ที่ 32.5 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และอ่อนค่าสุดที่ 34 บาท/ดอลลาร์

ทั้งนี้ เดือน ก.ย.คาดว่าจะมีการกำหนดวันเลือกตั้งออกมา เพราะก่อนหน้ารัฐบาลส่งสัญญาณว่าจะให้มีการเลือกตั้งช่วงต้นปีหน้า ที่ผ่านมามีการประชุมรับฟังความเห็นพรรคการเมืองไปแล้วหนึ่งครั้ง และบอกว่าอาจจะมีการประชุมพรรคการเมืองครั้งที่ 2 ในเดือน ก.ย.นี้ ถ้าไม่ออกในเดือนนี้การเตรียมตัวของพรรคการเมืองจะช้าไป

“ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติและคนทั่วไปยังไม่คาดหวังผลทางการเมืองเท่าไหร่นัก แต่ถ้ากำหนดวันเลือกตั้งออกมา จะทำให้ตลาดเห็นความชัดเจน ความเชื่อมั่นจะกลับมาอย่างแรงทำให้เศรษฐกิจไปต่อได้ แต่ถ้าไม่ออกความเชื่อมั่นอาจจะลดลง และเลื่อนการกลับเข้ามาลงทุนในไทย” นายทิม กล่าว

นายทิม กล่าวเพิ่มเติมว่า เดือน ก.ย.จะมีการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ขณะเดียวกันคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ก็จะมีการประชุมในเดือนนี้เช่นกัน คาดว่า กนง.จะมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพราะค่าเงินบาทอ่อนแล้ว หากขึ้นอัตราดอกเบี้ยช่วงนี้จะไม่กระทบต่อค่าเงิน

“หากไทยไม่ปรับขึ้นครั้งนี้ การปรับในปีหน้าจะต้องขึ้นแรง เพื่อไม่ให้ห่างกับอัตราดอกเบี้ยโลกมากนัก และจะส่งผลกระทบมากต่อสถาบันการเงินและผู้กู้เงิน ซึ่งการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ดีควรจะค่อยๆ ขยับให้ภาคธุรกิจและผู้กู้มีเวลาปรับตัว” นายทิม กล่าว

นายทิม ระบุว่า เดือน ก.ย.นี้รัฐบาลจะต้องได้มาตรการที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาเรือล่มที่ภาคใต้ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวจีนก่อนวันชาติจีน 1-7 ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวจีนจะออกเดินทางท่องเที่ยวอีกครัั้ง เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนในภูมิภาคเอเชียสูงเกินคาด และมีผลทำให้นักท่องเที่ยวจีนลดลง โดยตัวเลขไม่เป็นทางการถึงวันที่ 18 ก.ค.เติบโตเพียง 5% จากปกติจะเติบโตเดือนละ 15%

นอกจากนี้ เดือน ก.ย.จะเป็นช่วงที่สะท้อนผลของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน หากผลการเจรจาหาทางออกในช่วงเดือน ส.ค.ออกมาดี จะทำให้บรรยากาศการค้าและการลงทุนกลับมาดี แต่ถ้าผลไม่เป็นไปตามที่คาดผลจะเป็นไปในทางตรงข้าม

ขณะที่มุมมองของนักลงทุนต่างประเทศที่เป็นลูกค้าของธนาคาร ยังรอคอยปัจจัยใหม่ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเดินหน้า โดยเฉพาะการเดินหน้าสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานเพื่อเอื้อต่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ให้ได้ภายในปีนี้ เพื่อนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามาในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

“ช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. ยังเป็นช่วงน้ำหลาก มีมรสุม ปริมาณน้ำในเขื่อนสำคัญๆ ของประเทศมีระดับสูงกว่าช่วงน้ำท่วมใหญ่ หากบริหารจัดการน้ำไม่ดี อาจกระทบกับผลผลิตของเกษตรกร” นายทิม กล่าว

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน