posttoday
‘พระพุทธเจ้า สอนการลงทุน’

‘พระพุทธเจ้า สอนการลงทุน’

15 กรกฎาคม 2561

นักลงทุนบนโลกนี้ที่เก่งที่สุด...คือ ยิว แต่การลงทุนของยิวนี้เป็นการลงทุนเรื่องเกี่ยวกับการเงินล้วนๆ

โดย ราช รามัญ

นักลงทุนบนโลกนี้ที่เก่งที่สุด...คือ ยิว แต่การลงทุนของยิวนี้เป็นการลงทุนเรื่องเกี่ยวกับการเงินล้วนๆ คนยุคนี้ต้องบอกว่านิยมเรื่องของการลงทุนเป็นอย่างมาก เพราะมีความหวังเอาว่า ให้เงินทำงาน แทนตัวเองออกดอกออกผลมาให้

อาจจะมองไปได้ว่าเป็นความเกียจคร้านอย่างหนึ่ง ในสายตาผู้เฒ่าผู้แก่ คนยุคใหม่ไม่มีคตินิยมที่เรียนจบแล้วจะเข้าไปนั่งทำงานออฟฟิศ ตากแอร์เย็นๆ เหมือนคนราวเมื่อ 50 ปีก่อนแล้ว เพราะว่าที่บ้านก็มีแอร์

แต่เด็กรุ่นใหม่เน้นสร้างแบรนด์ของตัวเอง เพื่อขายสินค้าทางออนไลน์กัน หรือหาเงินมาลงทุนในหุ้น จะเล่นมากเล่นน้อยก็อยู่ที่เงินทุน ทุกคนมองว่าได้เงินเดือน 1.5 หมื่นบาท ลงทุนหุ้นได้มากกว่าเมื่อเฉลี่ยออกมาเป็นรายเดือน ดังนั้นอาชีพของคนรุ่นใหม่จึงทำงานอยู่ที่บ้าน อยู่กับหน้าคอมพิวเตอร์ มนุษย์ออฟฟิศเริ่มน้อยลงไปทุกทีตามลำดับ โลกเปลี่ยนไปขนาดนี้จริงๆ

วันก่อนได้มีโอกาสคุยกับนักลงทุนรุ่นใหม่ที่เพิ่งจบการศึกษา เขาบอกเลยว่า โลกวันนี้มันเปลี่ยนไปมากแล้ว อนาคตแรงงานจะต้องขาดหายแน่นอน สำหรับคนที่ไม่ชอบงานประจำจะมีมากขึ้น โดยหันมาทำงานออนไลน์ งานฟรีแลนซ์ และงานการลงทุน

โลกเสมือนจริง...คือ โลกทางโซเชียลมีเดีย เป็นโลกอีกใบที่เชื่อมโยงกัน ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนของมุมโลกนี้ก็สามารถติดต่อกันได้ ข่าวการบ้านการเมืองของประเทศไหนๆ ก็ส่งถึงไวเพียงปลายนิ้วสัมผัส แม้แต่เรื่องราวของรัฐบาลกระดองเต่าที่เน่าใน มีแต่ถอยหลังเข้าคลองแสนแสบ ยังดังไปไกลถึงต่างแดนได้ เห็นลงทุนซื้อกันจังทั้งเรือดำน้ำ อาวุธ และอีกสารพัดโครงการ แบบนี้เขาเรียกว่าใช้งบเพื่อการลงทุน หรือผลาญงบ ไปคิดกันเอาเอง พอเพียงไม่เป็นในการใช้ทำอะไรก็ไม่มีทางทางเจริญ...

เด็กรุ่นใหม่แม้รู้เรื่องลงทุนในลักษณะของการเอาเงินต่อเงิน แต่ในเรื่องของการลงทุนชีวิตก็ใช่ย่อย หลายคนอ่านพระไตรปิฎก หลายคนค้นหาจากเว็บไซต์ เพื่อเรียนรู้ว่า แท้จริงแล้วพระพุทธเจ้าสอนแต่ให้หลุดพ้น หรือมีการสอนในเรื่องของการใช้ชีวิตด้วย...

เด็กคนหนึ่งพูดให้ฟัง...บอกว่า พระพุทธเจ้าก็สอนเรื่องของการลงทุนด้วยเช่นกัน แต่เป็นการลงทุนในภาพรวมกับชีวิต และจากคำสอนนี้เองทำให้คนรุ่นใหม่สนใจในการดูแลชีวิตมากขึ้น

พระพุทธเจ้าสอนการลงทุนในชีวิตว่า...จงแบ่งรายได้ที่มีเป็น 4 ส่วน โดยให้นำเอาส่วนแรกไว้ใช้ดูแลครอบครัวบุตร ภรรยา สามี บิดา มารดา บริวาร ข้าวของเครื่องใช้ ทุกสิ่งอย่างรวมอยู่ในส่วนแรก

ส่วนที่สอง ให้นำเอาเงินนี้ไปเก็บไว้เพื่อดูแลรักษาสุขภาพร่างกายของเราในยามเจ็บป่วยไข้...สมัยใหม่คนจึงนิยมซื้อหาประกันชีวิตเอาไว้เพื่อความอุ่นใจในยามเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ

อีกสองส่วน พระพุทธเจ้าตรัสว่า ให้นำเอาไปลงทุน การลงทุนในคำนี้อาจหมายถึงการลงทุนด้านการค้าและการลงทุนทุกอย่าง ถ้ารายได้เราแบ่งเป็น 4 ส่วน เท่ากับว่าส่วนหนึ่งมี 25% การลงทุนที่บอกว่าสองส่วน ก็เท่ากับ 50%

ดังนั้น ใครที่ปรารถนาความสุขในทางโลกอย่างอิ่มเอิบเบิกบานในโภคทรัพย์สมบัตินั้น ต่างก็ต้องมีการลงทุนมากถึง 50% ในการใช้ชีวิต สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้อยู่ในโภควิภาค 4

เมื่อมีโอกาสพลิกอ่านประวัติเจ้าสัวในอดีตหลายๆ คน ก็ทำให้เราได้เข้าใจว่า หลายๆ เจ้าสัวนั้น ลงทุนมากกว่าการที่จะนำเอาเงินไปใช้ในแต่ละวันด้วยซ้ำ

ธรรมะทั้งปวงที่ปรากฏบนโลกใบนี้ ต่างล้วนเป็นเรื่องจริงที่ปฏิบัติได้จริง ที่สำคัญนั้นมีทั้งแบบเน้นไปในทางโลกียธรรมและโลกุตรธรรมให้เราได้ศึกษาเรียนรู้เพื่อหาความเป็นตรงกลางของชีวิตด้วย เพราะคนเราทุกคนต่างก็มีตรงกลางของชีวิตที่แตกต่างกันออกไปที่เราจะแสวงหาเพื่อการดำรงอยู่ในชีวิตของเรา

จะเน้นธรรมะเพื่อให้พ้นโลกเพียงอย่างเดียวก็ยังใช่ที่ เพราะเรามีบ้าน มีรถ มีครอบครัวที่ดูแล สุดท้ายตามคำสอนของพระพุทธองค์ทางสายกลางนั้นแหละที่ดีที่สุด แล้วชีวิตของเรานั้นจะเบาไปตลอดกาล

ข่าวล่าสุด

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ