
ดร.ณัฐ เพชระบูรณิน หวังยกชั้นดิจิทัลไทย
การได้เข้าไปทำงานในบริษัทระดับโลกอย่างเฟซบุ๊ก
การได้เข้าไปทำงานในบริษัทระดับโลกอย่างเฟซบุ๊ก(Facebook) ดูเหมือนจะเป็นเป้าหมายที่ท้าทายสำหรับมนุษย์ไอทีทั้งหลายที่ต่างก็อยากจะหาโอกาสและประสบการณ์การทำงานในองค์กรขนาดใหญ่เช่นนี้
ดร.ณัฐ เพชระบูรณิน เป็นหนึ่งในคนไทยที่เคยเริ่มฝึกงานที่เฟซบุ๊ก และได้รับการทาบทามให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมเฟซบุ๊กในตำแหน่ง Research Scientist หรือนักวิจัย เป็นเวลาประมาณ 2 ปีกว่า ก่อนที่ ดร.ณัฐ จะตัดสินใจครั้งสำคัญกลับมาทำงานที่ประเทศไทย ด้วยเป้าหมายที่ใหญ่และท้าทายกว่า
ปัจจุบัน ดร.ณัฐ ทำงานอยู่ที่ บริษัท เอสซีบี อบาคัส ในตำแหน่ง Senior Data Scientist หรือนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลอาวุโส มีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนงานนำข้อมูลบิ๊กดาต้า (Big Data) มาวิเคราะห์ความต้องการและศึกษาส่วนไหนที่ยังเป็นอุปสรรค เพื่อคิดค้นหรือต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ รวมถึงบริการที่แปลกใหม่ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม
ดร.ณัฐ กล่าวว่า หลังจากจบชั้นมัธยมศึกษาในไทยแล้ว ก็มีโอกาสไปศึกษาที่ต่างประเทศ ในระดับปริญญาตรี จบจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สาขาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ส่วนระดับปริญญาโท ก็จบจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ภาควิชาสถิติศาสตร์ และระดับปริญญาเอก ก็จบมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ สาขาคณิตศาสตร์ด้านชีวสารสนเทศศาสตร์ ซึ่งระหว่างที่เรียนอยู่ก็มีโอกาสได้ฝึกงานที่บริษัท อเมซอน (Amazon.com Inc.) และพอจบปริญญาเอกมา ก็ทำงานเต็มตัวที่เฟซบุ๊กได้ระยะเวลาหนึ่ง ก่อนจะบินกลับมายังไทย
ดร.ณัฐ กล่าวว่า เขาอยากกลับมาทำงานที่ไทย เพราะมองว่ามีโอกาสมากกว่าที่จะช่วยประเทศไทย ให้สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คนไทยได้มากกว่า เหมือนกับในปัจจุบันที่เราใช้เทคโนโลยี ใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆ ก็มาจากต่างชาติพัฒนาขึ้นมาทั้งนั้น
“มีน้องในทีมงานพูดขึ้นว่า ลองเช็กมือถือของแต่ละคนดูซิ แอพพลิเคชั่นแทบจะไม่มีของคนไทยทำเลย ดังนั้นจึงเป็นตัวจุดประกายขึ้นมาให้เราพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราเอง ซึ่งต่างชาติอาจไม่มีความเข้าใจความต้องการของคนไทยเหมือนกับคนไทย และเราก็หวังว่า อบาคัสจะสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์บางอย่างที่ตอบโจทย์คนไทยและติดตลาดในระยะยาวได้” ดร.ณัฐ กล่าว
อย่างเทคโนโลยีหลายๆ อย่างในต่างประเทศเริ่มมีใช้มานานแล้ว แต่ในไทยยังไม่ค่อยมี ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะต่างชาติไม่อยากเจาะตลาด หรือยังมีความเข้าใจคนไทยไม่เพียงพอ จึงยังไม่ทำตลาด
เช่นตลาดที่มีบริษัททำ ดาต้า อินทิเกรเตอร์ ก็พยายามเข้าใจลูกค้าด้วยการเอาข้อมูลจากหลายๆ แหล่งเข้ามาร่วมกัน ซึ่งต่างประเทศมีมากแล้ว และเป็นพันธมิตรหลักของเฟซบุ๊กเลย ทำให้เฟซบุ๊กสามารถใช้ข้อมูลได้หลากหลาย สามารถรู้หมดว่าทุกย่างก้าวของคุณบนโลกดิจิทัล คุณหาข้อมูลอะไรบ้าง
จากประสบการณ์ทำงานในต่างประเทศ สิ่งที่เห็นชัดเจน คือ เขามีคนเก่งที่ทำงานต่างๆ มากมาย เพราะฉะนั้นเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยให้ทำงานได้สำเร็จ จึงมีอยู่มาก เช่น อะไรที่เป็นหน้าที่หลักของทีมนี้ ก็จะมีอีกทีมหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนทำงานให้ง่ายขึ้น
อย่างเช่นที่เฟซบุ๊กมีข้อมูลอยู่ ทำอย่างไรให้พนักงานแต่ละคนเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายที่สุด และนำมาพัฒนาได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเฟซบุ๊กจะมีเครื่องมือเหล่านั้น ทำให้แต่ละทีมทำงานออกมาได้สำเร็จ
หรือวิธีการเขียนโควตหรือเขียนโปรแกรม เพื่อเอาโควตเหล่านั้นไปใช้พัฒนาออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถให้บริการได้จริง ได้เห็นหลายๆ อย่างที่ระดับโลกเขาทำกันอย่างไร มีเครื่องมือทุกอย่าง ทั้งคน ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ ช่องทางอื่นๆ เพื่อออกมาให้ได้จริง เป็นการดึงเอาความถนัดของแต่ละคนออกมาให้ได้มากที่สุด ไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องที่ทำไม่ถนัด
อย่างสตาร์ทอัพทั่วไป ที่จะทำอะไรแล้วมักจะมีอุปสรรค ก็ต้องไปหาเทคโนโลยีที่เปิดกว้างให้พัฒนาได้มาใช้เอง เพื่อไม่ต้องเสียเงินซื้อ ก็ส่งผลให้ทำงานได้ช้าลง
ดังนั้น สิ่งที่ได้เรียนรู้มาก็จะนำมาพัฒนากับบริษัท เอสซีบี อบาคัส ได้ว่า ถ้าเราจะทำงานได้แบบเขา เราควรมีเทคโนโลยีประมาณนี้นะ เพื่อทำงานได้เร็วขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลาปูพื้นฐาน ซึ่งเป้าหมายระยะยาว ก็หวังอยากให้คนไทยเป็นฮับของเทคโนโลยีเหมือนกับเกาหลีใต้ที่เขาก็มีซัมซุง หรือจีนที่มีอาลีบาบา
ขณะที่ไทยเองยังไม่ค่อยมีอะไรที่ขึ้นชื่อเท่าไร ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะไทยยังขาดแคลนบุคลากรด้านนี้ ก็คงต้องใช้เวลาพัฒนา แต่ในช่วง 2-3 ปีมานี้ องค์กรขนาดใหญ่ของไทยก็มีการตื่นตัวเรื่องเทคโนโลยีและตั้งบริษัทแบบ เอสซีบี อบาคัส กันมากขึ้น
อาชีพนี้ถือได้ว่ามีความท้าทายสำหรับคนรุ่นใหม่ๆ และยังเป็นอาชีพที่มีความต้องการของตลาด ในช่วงหลังก็มีการจัดกิจกรรม มีการจัดสัมมนา จัดประชุม แลกเปลี่ยนความรู้กันมากขึ้น
นอกจากนี้ เทคโนโลยีทำให้เราสามารถเก็บข้อมูลของคนได้มากขึ้น จึงทำให้เทคโนโลยีอย่าง แมชีน เลิร์นนิ่งเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น เพราะทุกคนก็ใช้สมาร์ทโฟนแต่ละบริษัทจึงหาวิธีทำอย่างไรต้องพัฒนาธุรกิจให้ดีขึ้น นำเทคโนโลยีมาใช้ และเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น ก็ต้องอาศัยแมชีน เลิร์นนิ่ง เข้ามาช่วยพัฒนา ซึ่งก็ต้องอาศัยนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลมาตอบโจทย์ปัญหา มาตีโจทย์ปัญหาตามแต่ละธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม การทำงานในตำแหน่งปัจจุบันจึงมีความท้าทายและเป้าหมายชัดเจน สิ่งสำคัญ คือ ต้องมีทีมงานที่ดี ปัจจุบันทีมงานในเอสซีบี อบาคัส มีความตื่นเต้นกับงานที่ทำมาก ผลิตภัณฑ์ที่ทำออกมา ก็ตอบโจทย์ความสนใจของลูกค้าด้วย สภาพแวดล้อมในการทำงานก็ดี เป็นความเชื่อมั่นกับทีมนี้ว่า จะทำอะไรให้กับประเทศไทยได้ค่อนข้างเป็นรูปธรรมทีเดียว







