posttoday
‘กุลิศ สมบัติศิริ’ ภารกิจปลดหนี้รถไฟแสนล้าน

‘กุลิศ สมบัติศิริ’ ภารกิจปลดหนี้รถไฟแสนล้าน

15 กรกฎาคม 2561

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หนึ่งในระบบขนส่งที่รับใช้คนไทยมามากกว่า 100 ปี

โดยทศพล หงษ์ทอง

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หนึ่งในระบบขนส่งที่รับใช้คนไทยมามากกว่า 100 ปี นับว่าเป็นองค์กรที่ยังรักษาความเก่าแก่ ทั้งตึกอาคารสำนักงาน สถานีกลางหัวลำโพงอันเป็นเอกลักษณ์ หรือแม้กระทั่งรถไฟที่ให้บริการยังคงมีรถรุ่นเก่าแก่วิ่งบริการอยู่ ประกอบกับภาระอันหนักอึ้งจากหนี้ก้อนโตกว่าแสนล้านบาท ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่น้อยคนนักอยากจะเข้ามาบริหารองค์กรแห่งนี้

แต่มีบุคคลผู้หนึ่งที่ได้อาสาเข้ามาขับเคลื่อน รฟท.ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อขององค์กรที่ต้องเข้าแผนฟื้นฟูพร้อมปรับไปสู่รูปแบบธุรกิจใหม่ที่ไม่ใช่แค่เรื่องรถไฟดีเซล ชายผู้นี้นามว่า กุลิศ สมบัติศิริ ประธานคณะกรรมการ รฟท.คนล่าสุด

กุลิศ แจ้งเกิดจากการแหวกโผขึ้นมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากรเมื่อปี 2558 เชื่อกันว่าเป็น 1 ใน 3 ทหารเสือของรองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ถูกวางหมากให้เข้ามากำกับดูแลรัฐวิสาหกิจภายใต้กระทรวงคมนาคมที่อยู่ระหว่างแผนฟื้นฟู เช่นเดียวกับ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศประธานบอร์ดป้ายแดงของการบินไทย และสุรงค์ บูลกุล ว่าที่ประธานบอร์ดการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) พร้อมตั้งเป้าภายในปี 2570 เมื่อโครงการทางคู่ระยะแรกและระยะที่สองแล้วเสร็จจะเพิ่มสัดส่วนรางรถไฟแบบเพิ่มทางคู่เป็น 67% หรือประมาณ 3,000 กิโลเมตร จากเดิมอยู่ที่ราว 400 กิโลเมตร หรือคิดเป็น 9% ของรางรถไฟทั่วประเทศมาพร้อมกับ Grand Station แห่งแรกของไทยที่มีมูลค่าการก่อสร้างหลายหมื่นล้านบาท

‘กุลิศ สมบัติศิริ’ ภารกิจปลดหนี้รถไฟแสนล้าน

กุลิศ กล่าวว่า ระบบรางเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจเหมือนกันทั่วโลก ภารกิจครั้งนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องเร่งยกเครื่องล้างหนี้และตั้งเป้าว่าจะทำให้รถไฟกลับมามีกำไรใน 10 ปี โดยจะใช้ประสบการณ์ความเป็น Financial Expert ที่สั่งสมมาหลายสิบปีจากหน้าที่ขุนคลังหลากหลายตำแหน่ง ทั้งยังเป็นมือขวาที่ดูแลเรื่องรถไฟในสมัย สรรเสริญ วงศ์ชะอุ่มเป็น รมช.คมนาคม ดังนั้น ตนจึงต้องการเข้ามาขับเคลื่อนภารกิจล้างหนี้ โดยเน้นที่ 3 ด้านหลัก คือ การลดรายจ่าย เพิ่มรายได้และจัดโครงสร้างบุคลากรควบคู่ไปกับการกดปุ่มเดินหน้าโครงการระบบรางมูลค่ามากกว่า 1 ล้านล้านบาท อาทิ โครงการรถไฟทางคู่เฟส 2 วงเงิน 4 แสนล้านบาท โครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ วงเงิน 4 แสนล้านบาท โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินอีอีซีวงเงิน 2.15 แสนล้านบาท และโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯ-หัวหิน วงเงิน 1 แสนล้านบาท

“ผมรักองค์กรนี้เช่นเดียวกับบอร์ดทุกคนที่ตระหนักถึงความสำคัญของรถไฟที่รับใช้ประชาชน หลายคนบอกว่ารถไฟเหมือนต้นไม้ใกล้ตาย แต่ผมกลับเห็นว่ามันเป็นต้นไม้ที่กำลังจะเจริญงอกงามมีแต่จะออกดอกผลมาเป็นรายได้มหาศาลในอนาคต ยืนยันว่า บอร์ดทุกคนไม่มีการเข้ามาหาผลประโยชน์ใส่ตัวหรือผลประโยชน์ให้เอกชนเพียงบางฝ่ายแต่อย่างใด” กุลิศ กล่าว

สำหรับแนวทางการล้างหนี้นั้น รฟท.จะตั้งบริษัทลูกขึ้นมา 2 แห่ง เพื่อความคล่องตัวในการตัดสินใจและสร้างรายได้อย่างอิสระ แต่ รฟท.จะยังคงถือหุ้น 100% ได้แก่ 1.บริษัทด้านบริหารทรัพย์สิน 2.บริษัทด้านการเดินรถ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในปีนี้ เพื่อทยอยนำที่ดินทำเลทองสามแปลงมูลค่ามากกว่า 4 แสนล้านบาท ออกมาพัฒนาเชิงพาณิชย์เพื่อหารายได้ให้กับองค์กร ได้แก่ ที่ดินมักกะสัน 500 ไร่ ที่ดินสถานีแม่น้ำ 277 ไร่ และที่ดินสถานีกลางบางซื่อมากกว่า 400 ไร่ ควบคู่ไปกับการตั้งศูนย์การผลิตบุคลากรรถไฟ เพื่อรองรับงานเดินรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิตในปี 2563

อย่างไรก็ตาม ยังต้องเร่งโครงการตามยุทธศาสตร์ชาติที่รัฐบาลแบ่งสัดส่วนลงทุนระบบรางสูงถึง 73% ของงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดเริ่มตั้งแต่รถไฟทางคู่เฟส 1 รวม 7 เส้นทาง ทางคู่เฟส 2 รวม 9 เส้นทาง เป็นต้น หากทำได้ตามแผนกิจการรถไฟจะกลับมามีกำไรอีกครั้งภายในเวลา 10 ปี หรือในปี 2570 และนี่คือภารกิจที่มีความหวังว่าจะต้องเป็นไปได้ ภายใต้ประธานบอร์ด รฟท. ที่ชื่อ กุลิศ สมบัติศิริ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท