
ทรัมป์จวกดีลเบร็กซิตห่วย
“ทรัมป์” ชี้แผนเบร็กซิตอ่อนกระทบการค้าทวิภาคี กดดัน “เมย์” เปลี่ยนใจขู่ล้มดีล
“ทรัมป์” ชี้แผนเบร็กซิตอ่อนกระทบการค้าทวิภาคี กดดัน “เมย์” เปลี่ยนใจขู่ล้มดีล
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ตำหนิแผน “ซอฟต์เบร็กซิต” ของนายกรัฐมนตรี เทเรซา เมย์ ของอังกฤษ ว่า อ่อนข้อให้กับสหภาพยุโรป (อียู) มากเกินไป และอาจส่งผลกระทบต่อข้อตกลงด้านการค้าระหว่างสหรัฐและอังกฤษในอนาคต พร้อมขู่จะดำเนินการค้ากับอียูโดยตรง
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์เดอะซัน ว่า เมย์กำลังละเลยผลประโยชน์ของประเทศตัวเองที่จะได้จากการแยกตัวออกจากสมาชิกอียู อีกทั้งข้อตกลงเบร็กซิตของเมย์ก็แตกต่างจากข้อตกลงที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศโหวตประชามติเมื่อปี 2016 อย่างสิ้นเชิง โดยทรัมป์เคยเสนอข้อแนะนำให้กับเมย์ต่อกรณีดังกล่าว แต่เมย์ปฏิเสธคำแนะนำ
ยิ่งไปกว่านั้น ทรัมป์ยังเชื่อมั่นว่า บอริสจอห์นสัน อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษที่ยื่นลาออกก่อนหน้านี้ เหตุไม่พอใจนโยบายของเมย์ที่อ่อนข้อให้กับอียูมากเกินไป จะสามารถเป็นนายกรัฐมนตรีที่เก่งกว่าเมย์
ทั้งนี้ การเยือนอังกฤษของทรัมป์ยังก่อให้เกิดกระแสต่อต้านจากชาวอังกฤษที่ไม่พอใจต่อนโยบายผู้อพยพของผู้นำสหรัฐ โดยทรัมป์ระบุว่า รู้สึกไม่ได้รับการต้อนรับจากชาวอังกฤษ พร้อมกล่าวโทษ ซาดิก ข่าน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน กรณีการอนุญาตให้ประท้วงปล่อยบอลลูน “เบบี้ ทรัมป์” ได้ในกรุงลอนดอน และโทษว่าข่านเป็นต้นเหตุของการก่อการร้ายในกรุงลอนดอน เนื่องจากข่านเป็นมุสลิม
อย่างไรก็ดี ประเด็นข้อตกลงเบร็กซิตไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก แต่ยังรวมถึงสถานการณ์สงครามการค้าโลกที่สหรัฐและจีนตอบโต้กันไปมาด้วยการตั้งกำแพงภาษีสินค้า ล่าสุดรอยเตอร์สรายงานว่า สหรัฐเริ่มส่งสัญญาณอ่อนข้อให้กับจีนต่อกรณีสงครามการค้า
สตีเฟน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวต่อฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐว่า สหรัฐยินดีที่จะเจรจากับทางการจีนเสมอเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด หากจีนเปลี่ยนแปลงท่าทีอย่างมีนัยสำคัญ โดยสหรัฐจะประเมินผลกระทบจากการขึ้นภาษีอย่างใกล้ชิด อีกทั้งการฟื้นความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟต้า) ระหว่างสหรัฐ เม็กซิโก และแคนาดา จัดเป็นภารกิจสำคัญสำหรับรัฐบาลสหรัฐ
ด้าน หวังซูเหวิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์จีน ระบุว่า มาตรการทางภาษีของทรัมป์ทำให้จีนแทบตั้งตัวไม่ติด โดยช่วงหลายเดือนที่ผ่านมามีการหารือทวิภาคีระดับสูงระหว่างสองประเทศ และสหรัฐกล่าวว่าจะระงับการก่อสงครามการค้าไว้ชั่วคราว แต่กลับกลายเป็นว่าสหรัฐได้ตั้งภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่ามหาศาล
แม้สงครามการค้าดังกล่าวจะกระทบต่อการค้าระหว่างสองประเทศ ทว่าล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ของจีนเปิดเผยว่า การค้าระหว่างจีนกับสหรัฐในเดือน มิ.ย. เกินดุลสูงสุดทำสถิติที่ 2,897 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.65 หมื่นล้านบาท) ขณะที่ยอดส่งออกของจีนไปยังสหรัฐพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์แตะ 4,262 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.42 แสนล้านบาท) ส่งผลให้ดุลการค้าจีนครึ่งปีแรกเกินดุลที่ 1.33 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 4.43 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นกว่า 13.8% จากปีก่อน







