
ผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนต่อเศรษฐกิจไทย
อัตราแลกเปลี่ยนมีผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบต่อเศรษฐกิจไทย
โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย
อัตราแลกเปลี่ยนมีผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบต่อเศรษฐกิจไทย อัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วหรือมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ประเทศสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านราคา หรือทำให้รายได้จากการส่งออกที่แปลงมูลค่าเป็นเงินบาท
ลดลง และส่งผลไปยังค่าจ้างของแรงงานในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกและกำลังซื้อของผู้บริโภคผ่านรายได้ จนอาจทำให้เศรษฐกิจขยายตัวชะลอลง
ในขณะเดียวกันอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้นยังมีส่วนช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าของผู้ผลิต รวมถึงมีส่วนช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของค่าครองชีพของผู้บริโภคอีกด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับขึ้นเร็ว
ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ศึกษาพบว่า ผลกระทบของการแข็งค่าของอัตราแลกเปลี่ยนนั้นมีผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวมค่อนข้างจำกัด แต่จะมีผลแตกต่างกันไปในแต่ละภาคเศรษฐกิจ ดังนี้
1.ผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนต่อเศรษฐกิจไทย : ผลกระทบต่อภาคธุรกิจ
ด้านความสัมพันธ์ระหว่างอัตราแลกเปลี่ยนกับการส่งออกพบว่า เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 1% เทียบกับดอลลาร์สหรัฐจะส่งผลให้ราคาสินค้าส่งออกในรูปดอลลาร์ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียง 0.3% รายรับจากการส่งออกในรูปเงินบาทต่อหน่วยสินค้าจะปรับลดลง 0.7% โดยภาพรวมผู้ส่งออกจะได้รับผลกระทบด้านลบจากการแปลงรายรับในรูปเงินบาทของผู้ส่งออกมากกว่าการสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน
ด้านความสัมพันธ์ระหว่างอัตราแลกเปลี่ยนกับการนำเข้าสินค้าของไทยส่วนใหญ่กว่า 80% เป็นสินค้าทุน วัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง ซึ่งไทยไม่สามารถผลิตได้เอง เช่น เครื่องจักรอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งมีความซับซ้อนด้านเทคโนโลยี น้ำมันดิบ เหล็กและโลหะ รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้พบว่าเงินบาทที่แข็งค่าละ 1% เทียบกับดอลลาร์ จะส่งผลให้ราคานำเข้าที่กำหนดในรูปดอลลาร์ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.2% จากการปรับเพิ่มราคาขายของคู่ค้าในต่างประเทศเพื่อคงรายรับในรูปเงินสกุลท้องถิ่น
ของคู่ค้า ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อเงินดอลลาร์อ่อนค่า และหมายถึงต้นทุนการนำเข้าในรูปเงินบาทต่อหน่วยสินค้าที่ผู้นำเข้าไทยเผชิญจะปรับลดลง 0.8% ส่วนด้านความสัมพันธ์ระหว่างอัตราแลกเปลี่ยนกับกำไรของภาคธุรกิจแตกต่างกันไปตามลักษณะและประเภทของธุรกิจ
2.ผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนต่อภาคครัวเรือน ค่าจ้าง เงินเดือน และรายได้ของครัวเรือน ซึ่งจะมีความสัมพันธ์กันก็ต่อเมื่อครัวเรือนมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนผ่านช่องทางการนำเข้าหรือส่งออกของธุรกิจ ทั้งในฐานะเจ้าของธุรกิจหรือเป็นลูกจ้างพนักงานของธุรกิจ ซึ่งสรุปได้ว่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ส่งผ่านมายังรายได้ของครัวเรือนอย่างมีนัย
หากเงินบาทแข็งค่าขึ้น 1% เทียบกับดอลลาร์ จะทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับลดลง 0.03% ทั้งนี้ แม้อัตราแลกเปลี่ยนจะส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อไม่มาก แต่เงินบาทที่แข็งค่าค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมามีส่วนช่วยชะลอการเร่งขึ้นของค่าครองชีพโดยรวมสำหรับ
ครัวเรือนได้บ้าง โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา (ไตรมาสแรกปี 2560 เทียบกับ ไตรมาสแรกปี 2561) เงินบาทแข็งค่าขึ้น 11% เทียบกับดอลลาร์ และส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยปรับลดลง 0.3%
3.ผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งพบว่าอัตราแลกเปลี่ยนไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวมมากนัก
อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนต่อเศรษฐกิจไทย นำไปสู่เชิงนโยบายดังนี้ 1.การ สนับสนุนหรือดำเนินนโยบายการเงินให้อัตราแลกเปลี่ยนอ่อนค่าลง ไม่ได้ช่วยกระตุ้นปริมาณการส่งออกในภาพรวม โดยผลบวกจะจำกัดอยู่เพียงธุรกิจส่งออกในบางสินค้าเท่านั้น นอกจากนี้ การใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อกระตุ้นการส่งออกโดยหวังประสิทธิผลด้านการจ้างงาน ค่าจ้างแรงงาน และการบริโภคอาจได้ผลน้อยกว่าในอดีต เนื่องจากการส่งผ่านผลดีของการส่งออกไปยังตัวแปรข้างต้นมีจำกัด ส่วนหนึ่งเนื่องจากอิทธิพลจากปัจจัยเชิงโครงสร้างมีบทบาทมากกว่า
2.การดำเนินโยบายเพื่อชะลอการแข็งค่าของอัตราแลกเปลี่ยนเป็นนโยบายที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจในวงกว้างและสร้างผลข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็นการแทรกแซงด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศโดยธนาคารกลาง หรือการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำ จึงย่อมมีทั้งผู้ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์อีกทั้งควรคำนึงถึงผลกระทบเชิงนโยบาย อาทิ การสะสมความเปราะบางทางเสถียรภาพการเงินจากการใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานาน ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นและประสิทธิผลในการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางได้
3.การบรรเทาผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทควรใช้นโยบายที่ตรงจุด (Targeted Policy) มุ่งเป้าไปที่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง เพราะจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนมากกว่าการใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนอ่อนค่า ซึ่งเป็นนโยบายที่ช่วยแก้ปัญหาได้ในระยะสั้นเท่านั้น







