
ชงคลังเว้นภาษีทรัสต์
สมาคมธนาคารแนะกระทรวงการคลังยกเว้นการเก็บภาษีการโอนสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ หวังแก้ปัญหาเงินไหลออก
สมาคมธนาคารแนะกระทรวงการคลังยกเว้นการเก็บภาษีการโอนสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ หวังแก้ปัญหาเงินไหลออก
แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ทรัสต์เพื่อการจัดการทรัพย์สินส่วนบุคคล พ.ศ. ...ที่ผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา นับเป็นกฎหมายที่เป็นประโยชน์จะช่วยให้เศรษฐีชาวไทยจำนวนมากที่มีทรัพย์สินเป็นหลักพันล้าน หรือหมื่นล้านบาท ที่ได้ออกไปตั้งกองทรัสต์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในฮ่องกงและสิงคโปร์ กลับมาใช้บริการในประเทศแทน
ทั้งนี้ หากจะให้ธุรกรรมนี้เกิดขึ้นในประเทศ กระทรวงการคลังจะต้องพิจารณายกเว้นการเก็บภาษีการโอนสินทรัพย์เข้าไปในกองทรัสต์ เพราะไม่ได้มีการซื้อขายแต่เป็นการโอนสินทรัพย์ไปให้บริหาร เพื่อจูงใจให้มีการจัดตั้งกองทรัสต์ในประเทศมากขึ้น คาดว่าจะมีเศรษฐีชาวไทยที่มีอยู่ประมาณ 2 แสนราย ซึ่งมีสินทรัพย์รวม 80% ของประเทศ จะเข้าข่ายมาใช้บริการตามช่องทางกฎหมายฉบับดังกล่าว
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ปัจจุบันคนกลุ่มนี้ไปใช้บริการตั้งกองทรัสต์ขึ้นและให้ทรัสตี้ในต่างประเทศบริหารให้ ทั้งที่คนกลุ่มนี้กำทรัพยากรส่วนใหญ่ของประเทศไว้ แต่นำสินทรัพย์ออกต่างประเทศเพราะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่มีข้อจำกัดคือธุรกิจที่ห้ามต่างชาติถือครอง เช่น ที่ดิน หรือหุ้นที่มีการจำกัดการถือครองของต่างชาติก็ไม่สามารถนำมาฝากในกองทรัสต์ได้ การที่มีกองทรัสต์นี้จะช่วยให้ทรัพย์สินที่อยู่ใต้โต๊ะถูกนำขึ้นมาอยู่บนโต๊ะ มีช่องทางให้สินทรัพย์อยู่ในประเทศย่อมดีกว่าให้เงินไหลออกไป
“นอกจากนี้ ยังเพิ่มโอกาสในการทำธุรกรรมกับประเทศเพื่อนบ้าน ให้เศรษฐีในประเทศเพื่อนบ้านมาตั้งกองทรัสต์ในไทยได้อีกด้วย และในที่สุดแล้วรัฐจะได้ประโยชน์ในรูปภาษี” แหล่งข่าวเปิดเผย
นายจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการ และ Private Business Group Head ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การตั้งกองทรัสต์จะมีผลดีต่อธุรกิจครอบครัวที่จะช่วยลดความขัดแย้งในเรื่องผลประโยชน์ การแบ่งมรดก การจัดการกงสี หากไม่ต้องการที่จะทำธุรกิจต่อจากตระกูลก็โอนทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์และให้มืออาชีพบริหาร และนำส่วนผลประโยชน์มาจัดสรรแบ่งตามส่วน ซึ่งมีเศรษฐีต้องการใช้บริการมืออาชีพบริหารให้มากโดยเฉพาะผู้ที่มีทรัพย์สินมากเกินจนถึงจุดที่ไม่สามารถดูแลเองได้
“ในกฎหมายทรัสต์นี้คือจะมีการระบุประเภท Blind Trust ขึ้น เพราะกองทุนนี้จะนำมาใช้ประโยชน์ในทางการเมือง แก้ไขเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน คือ หากนักการเมืองที่มีสินทรัพย์หรือถือหุ้นในกิจการใดจะต้องรับตำแหน่งทางการเมือง สามารถที่จะตั้งกองทรัสต์นำทรัพย์สินฝากให้กองทุนบริหาร โดยไม่มีส่วนรู้เห็นกับการบริหารจัดการใดๆ เป็นช่องทางแก้ไขปัญหาทุจริตเชิงนโยบายได้ จากเดิมมีช่องทางให้ฝากหุ้นส่วนที่ถือเกิน 5% ได้เท่านั้น” นายจิรวัฒน์ กล่าว
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ร่างกฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.แล้ว จะต้องนำส่งสำนักงานกฤษฎีกา ก่อนจะนำเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาให้ความเห็นชอบ ซึ่งประเด็นเรื่องภาษีทางกระทรวงการคลังกำลังพิจารณาอยู่







