posttoday
5 บิ๊กชิงเค้กคอนโด เปิดศึกทุกเซ็กเมนต์กวาดแชร์

5 บิ๊กชิงเค้กคอนโด เปิดศึกทุกเซ็กเมนต์กวาดแชร์

19 ตุลาคม 2553

...สุกัญญา สินถิรศักดิ์

นับจากนี้อุณหภูมิการแข่งขันในตลาดคอนโดมิเนียมจะร้อนแรงยิ่งขึ้นเมื่อเก้าอี้เบอร์หนึ่งกำลังถูก “บิ๊กอสังหาริมทรัพย์” ร่วมวงแย่งชิงเป็นเจ้าของ พร้อมๆ กับการระดมเปิดโครงการใหม่ๆ ออกสู่ตลาดกันถี่ยิบ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมในตลาดระดับกลางล่าง ซึ่งถือเป็นสมรภูมิสำคัญสำหรับศึกแย่งชิงบัลลังก์ในครั้งนี้

ล่าสุด 2 บิ๊กอสังหาริมทรัพย์อย่าง บริษัท แสนสิริ และบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท ก็ได้ประกาศตัวอย่างมั่นใจเต็มร้อยว่ายอดขายสิ้นปีนี้จะแซงโค้งคู่แข่งทุกรายจนคว้าตำแหน่งแชมป์คอนโดมิเนียมในเชิงยอดขายมาครองได้สำเร็จ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ นัก เพราะในตลาดไม่ได้มีเฉพาะแสนสิริ หรือพฤกษา เรียลเอสเตทเท่านั้น แต่ยังมีผู้เล่นรายใหญ่ ทั้ง บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ บริษัท เอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ และบริษัท ศุภาลัย ที่มีฐานที่มั่นในตลาดคอนโดมิเนียมที่แข็งแกร่งไม่แพ้กัน

vแสนสิริจัดทัพใหม่ลุยคอนโดเต็มสูบ

ในส่วนของกลุ่มแสนสิริ ได้จัดทัพในธุรกิจคอนโดมิเนียมใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มเอ เจาะตลาดระดับบน ภายใต้แบรนด์พายน์ คลีน เวีย 49 และพราว ราคาตั้งแต่ 1.2 แสนบาทต่อตารางเมตรขึ้นไป สัดส่วนการพัฒนาอยู่ที่ 30% กลุ่มบี เจาะตลาดระดับกลางบน ภายใต้แบรนด์วายน์ ทีล และออนิกซ์ ราคา 8 หมื่น1.2 แสนบาทต่อตารางเมตร สัดส่วนการพัฒนาอยู่ที่ 30% และกลุ่มซี เจาะตลาดระดับกลางล่าง ภายใต้แบรนด์เดอะ เบส และดีคอนโด ราคา 3.55 หมื่นบาทต่อตารางเมตร สัดส่วนการพัฒนาอยู่ที่ 40%

นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ กล่าวว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้าเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดคอนโดมิเนียมด้วยยอดขาย 1.3 หมื่นล้านบาท เฉพาะไตรมาส 4 เพียงไตรมาสเดียวตั้งเป้าไว้ที่ 9,000 ล้านบาท โดยมั่นใจว่ากลยุทธ์การขยายให้ครอบคลุมทุกระดับราคามีส่วนสำคัญที่ผลักดันให้ยอดขายเติบโตได้ตามเป้าหมาย

โดยเฉพาะตลาดระดับกลางล่างที่แม้จะมีการแข่งขันสูงมากในกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ด้วยกัน แต่หากจะเติบโตได้ก็จำเป็นต้องเดินหน้าเข้าไปยังตลาดดังกล่าว และการที่แสนสิริเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งในคอนโดมิเนียมบน จะส่งผลดีต่อการทำตลาดระดับราคาอื่นๆ เพราะจะสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพโครงการได้ดี ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคอยู่ไม่น้อย

vพฤกษาปูพรมเจาะตลาดทุกเซ็กเมนต์

ขณะที่กลุ่มพฤกษา หลังจากที่ก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของตลาดอสังหาริมทรัพย์แล้ว ครองส่วนแบ่งในตลาดทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์มากถึง 77% แล้วก็วาดหวังจะขยับเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดคอนโดมิเนียมให้เบ็ดเสร็จด้วย จึงเร่งขยายพอร์ตคอนโดมิเนียม แบ่งทีมการทำตลาดออกเป็น 4 ทีม เพื่อแตกแบรนด์เจาะทุกเซ็กเมนต์ โดยเฉพาะระดับราคากลางล่าง

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า กลยุทธ์หลักในการทำตลาดอยู่ที่ระดับราคา ทำเล และการออกแบบที่แตกต่างเพื่อให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายในทำเลนั้นๆ คอนโดมิเนียมทุกแบรนด์ของพฤกษาจึงเป็นทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้าในแต่ละทำเล

วัดจากยอดขายคอนโดเลต ไลท์ คอนแวนต์ ย่านสีลมที่ปิดการขาย 550 ล้านบาทได้ภายใน 3 ชั่วโมง และเดอะ ซี้ด มิงเกิ้ล สาทรสวนพลู 8 ที่มียอดขายแล้ว 90% หลังจากเปิดขายได้ประมาณ 2 สัปดาห์ ทำให้มั่นใจว่าสิ้นปียอดขายกลุ่มคอนโดมิเนียมจะไม่ต่ำกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันมียอดขายแล้ว 1.2 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้พฤกษามีส่วนแบ่งในตลาดคอนโดมิเนียมเพิ่มเป็น 15% ก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของตลาดคอนโดมิเนียม หลังจากที่เข้ามาเปิดตลาดดังกล่าวได้เพียง 3 ปีเท่านั้น

vแอล.พี.เอ็น.ยึดฐานคอนโดกลางล่าง

ขณะที่บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ ที่ยืนหยัดอยู่ในตลาดคอนโดมิเนียมระดับกลางล่างเป็นหลัก คงไม่ยอมที่จะให้ใครแซงหน้าได้ง่ายๆ ล่าสุด ได้เปิดตัวโครงการใหม่ระดับบิ๊กไซส์เป็นโครงการส่งท้ายปีนี้ของบริษัท ได้แก่ ลุมพินี ริเวอร์ไซด์พระราม 3 จำนวน 2,400 หน่วย มูลค่า 5,500 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ยอดขายรวมของปีแตะอยู่ในระดับ 1.51.6 หมื่นล้านบาท

นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ายอดขายในปีนี้เอาไว้ 1.3 หมื่นล้านบาท โดยขณะนี้มียอดขายจากการเปิดโครงการใหม่ๆ ในช่วงที่ผ่านมาแล้ว 1.1 หมื่นล้านบาท คาดว่าถึงสิ้นปีบริษัทจะมียอดขายเกินเป้าอยู่ที่ 1.51.6 หมื่นล้านบาท

“การแข่งขันในตลาดคอนโดมิเนียมในระดับกลางล่างยังเปิดกว้าง เพราะเป็นตลาดที่ค่อนข้างกว้าง โดยที่บริษัทยังมั่นใจว่าจะยังสามารถแข่งขันในตลาดนี้ได้ เพราะจากยอดขายที่รอรับรู้รายได้ในปีหน้าที่มีอยู่ 1.1 หมื่นล้านบาท ทำให้บริษัทมีเวลาพอที่จะเลือกหาทำเลที่ดีที่สุดในการพัฒนาโครงการ ประกอบกับบริษัทมีพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และมีความสามารถในการคุมต้นทุนได้ดี มีสินค้าที่หลากหลายตั้งแต่คอนโดมิเนียมต่ำกว่า 1 ล้านบาท ไปจนถึง 1 ล้านบาทปลายๆ จึงไม่กังวลกับการแข่งขันที่เกิดขึ้นในขณะนี้” นายโอภาส กล่าว

ในขณะเดียวกัน บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ กำลังศึกษาการพัฒนาในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น เช่น การศึกษารูปแบบห้องชุดในขนาด 18 ตารางเมตร จากล่าสุดที่เพิ่งออกคอนโดมิเนียมขนาด 22 ตารางเมตรไปไม่นานนี้ รวมถึงการพัฒนาสินค้ารองรับลูกค้าเฉพาะกลุ่มแต่ต้องมีตลาดที่ใหญ่พอสมควร เช่น คอนโดมิเนียมสำหรับผู้สูงวัย หรือคอนโดมิเนียมสำหรับคนที่เลี้ยงสัตว์ เป็นต้น

vศุภาลัยเอพีขยายทำเลโครงการใหม่

ขณะที่ศุภาลัยยังคงเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดโครงการ “ศุภาลัย ปาร์ค ราชพฤกษ์เพชรเกษม” ที่เพิ่งเปิดให้จองสามารถทำยอดขายได้สูงถึง 94% หรือ 784 ยูนิต มูลค่า 1,570 ล้านบาท จากมูลค่าทั้งโครงการ 1,670 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัจจัยด้านราคาขายเริ่มต้นที่ 1 ล้านบาทเศษ ในทำเลจุดตัดของรถไฟฟ้า โดยยอดขายช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท เป็นส่วนของคอนโดมิเนียม 55% และเตรียมที่จะเปิดคอนโดมิเนียมในเมืองบริเวณราชเทวีเพิ่มอีก 1 โครงการในเร็วๆ นี้

ด้านบริษัท เอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือเอพี ที่เริ่มขยับลงสู่ตลาดกลางล่าง เพื่อสร้างรายได้เพิ่ม ด้วยการแตกแบรนด์ใหม่ Aspire จับตลาดคอนโดมิเนียม 1 ล้านบาทต้นๆ ประเดิม 2 ทำเล พระราม 4 และงามวงศ์วาน ด้วยราคาขายเริ่มต้น 1.36 ล้านบาท รวมทั้งหมด 2,890 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ารวม 4,797 ล้านบาท โดยปัจจุบันเอพีมียอดขายคอนโดมิเนียมรวมแล้ว 8,575 ล้านบาท

สถานการณ์ร้อนในตลาดคอนโดมิเนียมจะยิ่งเพิ่มดีกรีขึ้นไปอีก เพราะนี่เป็นเพียงแค่ฉากเริ่มต้นของศึกคอนโดมิเนียมรอบใหม่ที่วันนี้มีแต่บรรดาบิ๊กๆ ในตลาดที่มีสายป่านยาวเท่านั้นที่ทำได้ หน้าใหม่อย่าได้หลงเข้าไปเป็นอันขาด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท