
เป้าหุ้น1,200ปีหน้า
‘ไทยพาณิชย์แอสเซทพลัส’ฟันธง ปีนี้ปรับฐานเป็นช่วงแนวรับ920จุด
โพสต์ทูเดย์ — บลจ.ไทยพาณิชย์แอสเซท พลัส ให้เป้าดัชนีปีหน้า 1,200 จุด ส่วนปีนี้ลุ้นพันจุดและอาจพักฐานเป็นช่วงๆ
นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ในขณะนี้ว่า ถึงแม้ปัจจุบันดัชนีตลาดหลักทรัพย์จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเกือบ 1,000 จุด แต่เชื่อว่ากองทุน LTF ยังคงเติบโตไปจนถึงสิ้นปีและยังสามารถลงทุนได้ เนื่องจากเป็นการลงทุนระยะยาว
ขณะที่ตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มที่ปรับตัวขึ้นต่อไปได้อีก แม้ว่าอาจมีการปรับฐานเป็นระยะๆ เนื่องจากได้รับปัจจัยเชิงบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศเอง รวมทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจากการก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ต่างๆ ผนวกกับได้รับอานิสงส์จากการอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ ซึ่งส่งผลให้เม็ดเงินดังกล่าวไหลเข้ามาในประเทศไทยด้วย
“ในสิ้นปีนี้เราคาดว่าตลาดหุ้นน่าจะไปยืนเหนือ 1,050 จุดได้ และปีหน้าจะไปลุ้นที่ 1,200 จุด” นางโชติกา กล่าว
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ รองกรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.แอสเซท พลัส กล่าวว่า เม็ดเงินไหลเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงโดยเฉพาะตลาดหุ้นมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ตลาดปรับขึ้นค่อนข้างแรงและเร็ว แม้ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศที่พัฒนาแล้วอย่าง สหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น จะยังไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร จึงเป็นไปได้ว่าตลาดหุ้นอาจมีโอกาสปรับตัวลงในช่วงสั้น
นอกจากนี้ ช่วงนี้เป็นช่วงของการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งถ้าตัวเลขประกาศออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ อาจส่งผลให้ผู้ลงทุนเทขายหุ้นส่วนหนึ่งเพื่อทำกำไรได้
อย่างไรก็ดี ปลายปีนี้ดัชนีมีโอกาสทดสอบระดับ 1,000 จุดได้ จากปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจที่ดี โดยเฉพาะภาคส่งออกและภาคการบริโภคที่ผลักดันเศรษฐกิจไทย โดยในช่วงสั้นหากมีการปรับฐาน มองกรอบแนวรับที่เข้มแข็งอยู่ที่ระดับ 920950 จุด โดยมีปัจจัยหนุนจากเงินลงทุนในกองทุน LTF และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ในช่วงปลายปี และเงินลงทุนจากบริษัทประกันที่อาจเข้ามาลงทุนในหุ้นปัจจัยพื้นฐานดีเมื่อตลาดหุ้นปรับฐาน จึงคาดว่าหุ้นไม่น่าจะปรับตัวลงลึกมากนัก
ในระยะยาวหากเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นตามคาดการณ์ ก็มีความเป็นไปได้ว่าดัชนีอาจมีโอกาสซื้อขายที่ระดับ 1,1501,200 จุด ที่ระดับพีอีที่ 1314 เท่าในปีหน้า
อย่างไรก็ตาม ดัชนีหุ้นที่ปรับตัวขึ้น ทำให้บริษัทสามารถจ่ายคืนผลตอบแทนคืนผู้ถือหน่วยลงทุนได้อีกครั้ง โดยกองทุนเปิดแอสเซท พลัส สมาร์ท จ่ายคืนผลตอบแทนได้หน่วยละ 0.55 บาท และกองทุนเปิดแอสเซท พลัส สมาร์ท 2 จ่ายคืนผลตอบแทนได้หน่วยละ 0.60 บาท







