posttoday
คาดการณ์ผลประกอบการ 3Q10

คาดการณ์ผลประกอบการ 3Q10

19 ตุลาคม 2553

....จิตรา อมรธรรม

ระยะนี้ใกล้จะเริ่มเทศกาลคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียนในบ้านเรา ขณะที่กลุ่มแบงก์กำลังจะประกาศผลประกอบการในวันพุธ–พฤหัสบดีนี้แล้ว ปกติไตรมาส 3 ซึ่งตรงกับหน้าฝนจึงเป็น Low Season ของหลายธุรกิจ เช่น กลุ่มก่อสร้าง วัสดุ อสังหาริมทรัพย์ แต่ก็มีหลายบริษัทที่ผลประกอบการเริ่มฟื้นตัวและมีแนวโน้มดีต่อเนื่องถึงปีหน้า ลองมาดูกันนะคะว่า หุ้นในกลุ่มใดน่าสนใจทยอยซื้อในช่วงที่ตลาดพักฐานบ้าง

กลุ่มแบงก์ บล.ฟินันเซียไซรัส ได้คาดว่ากำไรใน 3Q10 จะเพิ่มขึ้น 15.7% YY และ 3.4% QQ และทำให้งวด 9 เดือนแรกโตถึง 20.3% YY กำไรที่เติบโตดีจะมาจาก 1) NIM เพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยที่เริ่มขยับขึ้น 2) บางแบงก์มีรายได้เงินปันผลวายุภักษ์ขณะที่ไตรมาสก่อนไม่มี เช่น SCB, KTB, SCIB, BAY 3) รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตสูงทั้ง QQ และ YY 4) ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญลดลงจากภาวะเศรษฐกิจที่ดีต่อเนื่อง โดย SCB จะมีกำไรเด่นสุดทั้ง QQ และ YY ส่วนหนึ่งเพราะมีกำไรจากการขาย บริษัท กรุงเทพซินเธติกส์ ประมาณ 1,000 ล้านบาท รองลงมาได้แก่ TCAP, KBANK และ KTB

กลุ่มหลักทรัพย์ ไตรมาสนี้จะเป็นกำไรที่ดีของกลุ่มเนื่องจาก 1) ปริมาณการขายซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่เพิ่มขึ้นถึง 54% QQ และ 66% YY เป็น 3.6 หมื่นล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ชดเชยค่า Commission ที่ลดลงเหลือ 0.17% จาก 2Q10 ที่ 0.18% 2) บริษัทจะมีกำไรจากพอร์ตเนื่องจากราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมามาก จึงคาดว่ากลุ่มหลักทรัพย์จะมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 38% QQ และ 13% YY โดย PHATRA จะมีกำไรเติบโตโดดเด่นสุดรายได้จากการขายหุ้นเพิ่มทุนและค่าที่ปรึกษาการเงินให้กับ THAI ระยะยาวหุ้นกลุ่มนี้ไม่น่าสนใจเพราะการแข่งขันสูง แต่ระยะสั้น PHATRA, KGI, BLS ดูดีกว่าตัวอื่น

กลุ่มปิโตรเคมี กำไรมีแนวโน้มฟื้นตัวจาก 2Q10 แม้ว่า Product Spread ของปิโตรเคมีจะชะลอลงจากไตรมาสก่อน แต่จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนมาชดเชย ยกเว้น PTTCH ที่กำไรใน 3Q10 จะต่ำสุดจากการหยุดโรงงานต้นน้ำเพื่อซ่อมบำรุงกว่า 40 วัน ส่งผลให้โรงงานปลายน้ำดำเนินการผลิตไม่เต็มที่ไปด้วย แต่ PTTCH จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้กำไรไม่ลดลงมากอย่างที่ควรจะเป็น อย่างไรก็ตาม 4Q10 เป็นต้นไปจะกลับมาเติบโตสูงเพราะโรงงานอีเทนแคร็กเกอร์ที่จะทำให้กำลังการผลิตขยายเท่าตัวเมื่อโรงแยกก๊าซหน่วยที่ 6 ของ PTT เปิดดำเนินการผลิตได้ในเดือน พ.ย.ธ.ค.นี้ PTTCH จึงเป็นหุ้นที่ลงทุนได้ในปีหน้า ส่วนโรงกลั่นที่ไม่มีปิโตรเคมีจะมีกำไรฟื้นตัว QQ ได้ดีกว่ากลุ่มปิโตรเคมีเพราะค่าการกลั่นปรับสูงขึ้น โรงกลั่นขนาดใหญ่อย่าง TOP จะมีกำไรดีกว่า BCP และ ESSO ส่วน IRPC จะมีกำไรดีกว่า PTTAR และ PTTCH เพราะมีกำไรจากธุรกิจโรงกลั่นมาช่วย ขณะที่ก็มีกำไรน้อยกว่าโรงงานที่มีโรงกลั่นอย่างเดียว

กลุ่มพลังงาน PTTEP และ BANPU จะโดดเด่น นอกจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นแล้ว PTTEP ยังมีรายได้จากเงินประกันเข้ามา 44 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วน BANPU มีกำไรจากการขายหุ้น ITMG

กลุ่มรับเหมา หลายบริษัทเริ่มฟื้นตัวในไตรมาสนี้ เช่น SEAFCO น่าจะเริ่มกลับมามีกำไรได้เล็กน้อยหลังจากขาดทุนติดต่อกันหลายไตรมาส ขณะที่ STEC กำไรน่าจะเพิ่มต่อเนื่อง ส่วน ITD คาดว่าผลการดำเนินงานจะยังขาดทุนจนถึงปี 2011 แต่จะมีกำไรจากการขายหุ้นน้ำเทิน 2 และเตรียมขาย TTCL ส่วนที่เหลืออีก 10.8% ซึ่งจะทำให้ปี 2010 สามารถเห็นเป็นกำไรสุทธิได้ สำหรับ TPOLY และ TTCL มีกำไรอยู่แล้วและคาดว่าจะดีขึ้นเล็กน้อย QQ แต่จะดีขึ้นมาก 4Q10 เป็นต้นไป

กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ไตรมาสนี้จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีนี้ ยกเว้น KCE ที่ประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบไฟเบอร์กลาส และทองแดงมีราคาแพง ทำให้ไม่สามารถส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้ทันตามความต้องการได้ เชื่อว่าปัญหาดังกล่าวจะมีไปอีกระยะหนึ่ง จึงปรับราคาเป้าหมายลงจาก 15 บาทเป็น 12.50 บาท แต่ราคาหุ้นที่ปรับลงไปแล้ว ทำให้ KCE ยังเป็นหุ้นที่ถือลงทุนได้ เพียงแต่ขาดปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นในระยะสั้น

แม้ว่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างมากจะส่งผลกระทบต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์น้อยกว่ากลุ่มอาหารและเกษตรส่งออก หรือบริษัทอื่นที่มีต้นทุนเป็นบาทแต่มีรายรับเป็นดอลลาร์ แต่กระแสการลงทุนเป็นลบโดยตรงกับกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเชื่อว่าจะมีต่อเนื่องถึงปีหน้าตลอดทั้งปีตราบเท่าที่เงินบาทยังแข็งค่า

จึงน่าจะใช้จังหวะที่ผลประกอบการ 3Q10 ที่จะออกมาดีในการทยอยในการลดพอร์ตแล้วค่อยกลับเข้ามาใหม่เมื่อกระแสค่าเงินบาทแข็งค่าซาไป หรือราคาหุ้นปรับลงจากปัจจุบันอีกประมาณ 10%

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท