
เอเชียตกถ้วนหน้า-ตปท.ขายหุ้นไทย541ล้าน
ตลาดหุ้นร่วงลงทั่วเอเชีย ไต้หวัน ทรุดหนักที่สุด 1.76% ตามด้วยเกาหลีใต้และหุ้นไทยติดลบ 1.41% และ 1.32 %
ตลาดหุ้นร่วงลงทั่วเอเชีย ไต้หวัน ทรุดหนักที่สุด 1.76% ตามด้วยเกาหลีใต้และหุ้นไทยติดลบ 1.41% และ 1.32 %
ตลาดหุ้นร่วงลงทั่วเอเชีย โดยตลาดไต้หวัน ทรุดหนักที่สุด 1.76% ตามด้วยเกาหลีใต้และหุ้นไทยติดลบ 1.41% และ 1.32 %ตามลำดับ หลังจากค่าเงินเหรียญสหรัฐพลิกกลับมาแข็งค่า ส่งผลให้ค่าเงินในเอเชียบางแห่งอ่อนลงหรือทรงตัว รวมถึง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวลง ทั้งราคาน้ำมันล่วงหน้าและราคาทองคำในตลาดโลก
ส่วนสาเหตุที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลงแรง นอกจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างประเทศแล้ว ตลาดเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับมาตรการที่ทางการหรือธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)จะออกมาแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็ง โดยช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เสนอให้เก็บภาษีจากเงินลงทุนต่างประเทศที่ผ่านเข้าออกตลาดหุ้นไทย ทำให้ดัชนีปรับตัวลงตั้งแต่เปิดการซื้อขาย แม้ระหว่างวันสูงสุดอยู่ที่ 994.98 จุดแต่ก็มีแรงขายออกมาต่อเนื่อง ส่งผลให้ปรับตัวลงต่ำสุดที่ 980.58 จุด สุดท้ายปิดที่ 984.03 ลบ 13.12 จุด มูลค่าการซื้อขายปานกลาง 31,362 ล้านบาท
ด้านนักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาขายออก จำนวน 541 ล้านบาทและขายออกในตลาดตราสารหนี้ด้วย 395 ล้านบาท
ขณะที่สถาบันในประเทศทิ้งหุ้น 956 ล้านบาทและพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ขาย 416 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนรายย่อยเก็บ 1,915 ล้านบาท
มาร์เก็ตติง กล่าวว่า นักลงทุนขายหุ้นในกลุ่มปตท.(PTT) ส่งผลให้ราคาหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงและมีผลให้ดัชนีปรับตัวลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะราคาปรับตัวขึ้นมามาก จึงมีการขายทำกำไรออกมา รวมถึงการอ่อนตัวลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก แต่ก็มีแรงซื้อหุ้นที่มีข่าวสนับสนุน เช่น บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์(TASCO)ปิดที่ 70 บาท เพิ่มขึ้น3.50บาทหรือปรับตัวขึ้น 5% หลังคาดว่าผลประกอบการจะดีขึ้น หลังจากจากรัฐบาลจะต้องใช้ยางมะตอยมาซ่อมแซมถนน จากภัยน้ำท่วมในหลายจังหวัด และบริษัทยังสามาารถส่งออกไปขายยังต่างประเทศเพิ่มขึ้น
นักวิเคราะห์บล.กิมเอ็ง(ประเทศไทย)แนะ"ทยอยสะสม"ให้ราคาเหมาะสม 85 บาท โดยมีมุมมองเชิงบวกต่อความต้องการยางมะตอยในช่วงสั้นนี้ เพราะภาวะน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ของทางภาคอีสาน เชื่อว่าทางการจะต้องเร่งออกมางบประมาณช่วยเหลือฉุกเฉินในการซ่อมแซมถนนหลายสาย ซึ่งจะเป็นบวกต่อความต้องการใช้ยางมะตอยที่เพิ่มมากกว่าที่คาด
นอกจากนี้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 มีการสร้างถนนจำนวนมาก คือ กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท รวมกันเท่ากับ 68,213 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 45.7% นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังมีโครงการมอเตอร์เวย์ อีก 10 สาย รวมระยะทาง 778 กิโลเมตร คิดเป็นงบประมาณทั้งหมด 158,310 ล้านบาท ในระยะเวลา 6 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเป็นการร่วมทุนระหว่างรัฐบาลและเอกชน
"แนวโน้มในปี 2553–2555 จะเป็นวัฏจักรขาขึ้นของ TASCO รอบใหม่ ดังเช่นในยุครุ่งเรืองในการสร้างถนนปี 2534–2540 โดยวัฏจักรขาขึ้นในรอบนี้จะได้แรงหนุนจากการมีโรงกลั่นยางมะตอยเป็นของตัวเองโดยจะเน้นตลาดส่งออกเป็นสำคัญ ซึ่งจะทำให้กำไรของ TASCO พุ่งขึ้นเป็น 1,000-1,400 ล้านบาทหรือกำไรต่อหุ้น 6.55 – 9.18 บาทโดยครึ่งปีแรกทำได้จำนวน 660 ล้านบาท"นักวิเคราะห์บล.กิมเอ็งระบุ
ขณะเดียวกันนักลงทุนหันไปเก็งกำไรในหุ้นขนาดกลางและเล็กที่มีข่าวบวกสนับสนุน เช่น บริษัทเอ็มดีเอ็กซ์(MDX)ราคาพุ่งสูงสุด 30% ปิดที่ 1.93 บาทหรือ 0.44 บาท หลังมีข่าวว่าบริษัทจะลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้(พาร์) เพื่อแก้ปัญหาขาดทุนสะสมและแนวโน้มผลการดำเนินงานจะดีขึ้นมาก แต่ก็ไม่ได้รับการยืนยันจากบริษัทแต่อย่างใด







