posttoday
แก้ กม.สางขยะพิษ

แก้ กม.สางขยะพิษ

24 มิถุนายน 2561

กรณีการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดกฎหมาย ไม่ใช่ปัญหาที่มองข้ามได้ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ปูพรมตรวจสอบ ตรวจค้นโรงงานทั่วประเทศ

กรณีการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดกฎหมาย ไม่ใช่ปัญหาที่มองข้ามได้ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ปูพรมตรวจสอบ ตรวจค้นโรงงานทั่วประเทศ พบว่ามีถึง 19 บริษัท ซึ่งทั้งหมดมีโรงงานรวมแล้ว 33 แห่ง นำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ไม่ต่ำกว่า 5 แสนตัน

พบว่าส่วนใหญ่มีกลุ่มทุนต่างชาติหนุนหลัง จ้างคนไทยเป็นนอมินีนำเข้าขยะพิษ โดยใช้วิธียื่นขอนำเข้าขยะพิษแบบถูกกฎหมาย แต่กลับส่งไปให้โรงงานที่ไม่มีใบอนุญาตกำจัดแบบผิดกฎหมาย จากนั้นก็สำแดงเอกสารเป็นเท็จตบตาเจ้าหน้าที่ศุลกากร ก่อนจะตกแต่งบัญชีรายรับ-รายจ่ายเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือลักลอบนำเข้าขยะพิษหรือไม่

แน่นอนว่าเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งสืบสวนสอบสวนกระบวนการที่เปิดช่องให้นำเข้ามาในประเทศไทย ต้องหาตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบทั้งหมดมาพิจารณาความผิด หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงานรัฐ หรือหน่วยใดเอื้อประโยชน์กับเรื่องนี้ต้องถูกดำเนินคดี
ขั้นเด็ดขาด สิ่งที่เกิดขึ้นชี้ชัดว่าต้องมีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง

ปัญหานี้จึงน่าจะเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งระบบ ตั้งแต่เรื่องการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ และการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยตรง มีเพียงกฎหมายเกี่ยวข้องที่กระจายอยู่กับหลายหน่วยงาน อย่าง พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และ พ.ร.บ.ชลประทานหลวง พ.ศ. 2485

เป็นที่น่าสังเกตว่า ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญหาเรื่องขยะพิษต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์นั้นถือเป็นปัญหาใหญ่ของโลก เพราะมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งทิ้งขยะพิษของโลก เป็นผลสืบเนื่องจากประเทศจีนประกาศยกเลิกนำเข้าซากอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก เนื่องด้วยขยะเหล่านี้ใช้ต้นทุนสูงในการกำจัด เพราะจีนเคยเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และนำเข้า “ขยะพิษ” กว่า 70% ของทั่วโลก ขยะดังกล่าวถูกนำเข้าไปทิ้งในประเทศ โดยในจำนวนที่ว่ากว่า 90% ถูกนำไปแอบทิ้งยังโรงงานเล็กๆ ในเมืองต่างๆ

เมื่อปัญหานี้กระทบต่อสิ่งแวดล้อม สร้างปัญหามลพิษ จีนจึงประกาศยกเลิก โดยบังคับใช้กฎหมายควบคุมขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างรวดเร็ว และหาทางระบายออกไปยังแหล่งอื่นๆ

ขณะเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเปิดช่องโดยประกาศกฎกระทรวงออกมาให้ยกเว้นขยะอันตราย ขยะที่ปนเปื้อนสารเคมีหลากชนิดภายใต้การกำกับดูแล ส่งผลให้ผู้ผลิตขยะ ผู้นำเข้าเพื่อจัดจำหน่าย ครอบครอง จะได้รับการยกเว้นในบางมาตราของ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ซึ่งเป็นไปตามที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมต้องการส่งเสริมให้ธุรกิจคัดแยกขยะได้ใช้ประโยชน์

ข้องดเว้นดังกล่าวนั่นเอง ที่เอื้อให้นักลงทุนต่างชาติที่มีขยะของเสีย ทั้งเคมี อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ใช้เป็นช่องทางกระจายขยะที่แบกไว้ เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าได้ ธุรกิจนำเข้าขยะ จากประเทศต่างๆ อย่าง ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา อังกฤษ แคนาดา ออสเตรีย เยอรมนี เกาหลีใต้ เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น มาเลเซีย ไนจีเรีย อิหร่าน สเปน เวียดนาม ตุรกี ฝรั่งเศส ปากีสถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จึงเติบโตขึ้น โดยมีประเทศไทยกลายเป็นเป้าหมายปลายทางหนึ่งในการระบายขยะดังกล่าว

ในระยะยาวขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก จะทิ้งปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมให้รัฐบาลตามแก้อย่างประเมินความเสียหายไม่ได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกำกับดูแลเรื่องนี้ด้วยกฎหมายที่ครอบคลุมการจัดการปัญหาทั้งระบบ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท