
จุดอ่อนของนักธุรกิจไทย
บทความนี้เมื่อลงตีพิมพ์ไป ผมคิดว่าคงต้องมีคนด่าผมเยอะแน่ๆ เลย
โดย กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์
บทความนี้เมื่อลงตีพิมพ์ไป ผมคิดว่าคงต้องมีคนด่าผมเยอะแน่ๆ เลย แต่ก็ด้วยความหวังดีที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ถ้าเรามัวแต่เยินยอกันเองโดยที่ไม่รู้จุดอ่อนของตัวเรา ผมคิดว่าคงไม่มีทางที่จะพัฒนาตัวเราเองเพื่อไปแข่งขันกับใครในเวทีการค้าในตลาดโลกได้หรอกครับ ตามคำสอนของปรมาจารย์ทางยุทธศาสตร์ ท่านซุนวู กล่าวใว้ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง และคงต้องขอกราบประทานอภัยหากการวิเคราะห์นี้ไปกระทบกับใครบ้าง และต้องยอมรับว่าคนไทยเราชอบมองคนอื่นว่าเขาโง่กว่าเรา และผยองตัว ไม่ค่อยยอมรับข้อผิดพลาด นี่คือจุดอ่อนของเรา เราต้องปรับปรุงแก้ไขเรื่องนี้ก่อนเลย
การศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เพราะอย่าลืมว่าสมรภูมิการค้าที่เราต่อสู้นั้น ไม่ได้สู้กับเจ้าของพื้นที่คือชาวเมียนมาเท่านั้น เรายังมีประเทศอื่นๆ ที่จ้องจะเข้ามาสู่ตลาดยุทธภูมินี้ด้วย เช่น จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน เป็นต้น นี่ยังไม่รวมถึงประเทศยุโรปต่างๆ และสหรัฐอเมริกานะครับ ที่เขาก็จ้องที่อยากจะเข้ามาเช่นกัน ความได้เปรียบทางด้านต่างๆ ของเรามีเพียงเราที่มีชายแดนติดกับเมียนมาสองพันสี่ร้อยหนึ่งกิโลเมตร มีด่านชายแดนที่เป็นด่านถาวรถึงห้าหกด่าน และด่านชั่วคราวอีกหลายด่าน การไหลของสินค้าเราไปยังเขานั้นง่ายมาก เรามีพ่อค้าชายแดนที่สามารถพูดภาษาเมียนมาหรือภาษาท้องถิ่นของเขาได้ถึงห้าหกเมือง เช่น ที่ จ.ระนอง สิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ สังขะบุรี แม่สอด แม่สะเรียง เชียงดาว แม่สาย เป็นต้น
ชาวไทยเราแถบชายแดนที่ผมมักจะให้เกียรติเรียกขานว่า “คนสองน้ำ” ซึ่งกลุ่มพ่อค้าเหล่านี้จะสามารถพูดภาษาท้องถิ่นเมียนมาได้ดีทีเดียว เรายังมี “ลูกน้องเก่า” ผมหมายถึงพนักงานในโรงงานเราหรือบริษัทเราที่เป็นแรงงานชาวเมียนมา ที่สมัครใจกลับไปอยู่ที่บ้านเกิดเขา คนเหล่านี้หากเราสามารถติดต่อเขาได้ ก็จะเป็นประโยชน์สำหรับเราในการดำเนินกิจการได้อย่างดี เรายังมีสินค้าที่เขาคุ้นเคยมาแต่ไหนแต่ไรมา ซึ่งต้องยอมรับว่าประเทศที่ยังไม่พัฒนาจะมีความจงรักภักดีต่อยี่ห้อและตัวสินค้าที่สูงมาก เรายังมีวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกันกับเขามาก เราต่างนับถือศาสนาเดียวกัน คือ ศาสนาพุทธนิกายหินยานเหมือนกัน เห็นมั้ยครับว่าเรามีข้อได้เปรียบชาติอื่นๆ อีกเยอะมากทีเดียว
แต่ข้อเสียเปรียบที่ผมได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว นั่นเป็นเพียงอุปนิสัยของนักธุรกิจเราเท่านั้น ผมอยากจะชี้ข้อเสียเปรียบของเราอีกอย่าง คือ เราเสียเปรียบเรื่อง “เงินทุน” (ที่ผมชี้เป้ามาหลายต่อหลายครั้ง) อย่างมากทีเดียว ถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ รัฐบาลของประเทศอื่นเขาสนับสนุนประชาชนของเขา ในขณะที่ของเราหากจะขอกู้เงินเพื่อการทำธุรกิจที่ต่างประเทศ ถ้าไม่มีบริษัทอยู่ที่ไทยหรือไม่มีหลักทรัพย์เพียงพอในประเทศไทย เราจะเอาธุรกิจที่อยู่ต่างประเทศ เช่น ที่เมียนมา มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาเสียอีก หรือแม้ว่าเราจะเปิดขอใช้หนังสือค้ำประกันใดๆ ยังต้องให้ธนาคารท้องถิ่นที่ประเทศนั้นค้ำประกันก่อน แล้วจึงเอาหนังสือค้ำประกันดังกล่าวมาช่วยค้ำหนังสือค้ำประกันที่ไทยอีกที นี่คือความจริงที่ผมประสบพบเจอมาแล้ว ดังนั้นพวกนักธุรกิจที่เป็นนักรบแนวหน้า ที่เข้าไปฝังตัวอยู่ในต่างประเทศมานาน และเป็นผู้ที่รู้จริงรู้ลึกถึงแนวทางการทำธุรกิจ จึงเลือกที่จะไม่เสียเวลาขอความช่วยเหลือจากธนาคารไทยที่ต่างประเทศ เราจึงมักจะช่วยตัวเองด้วยการใช้เงินสดที่มีอยู่ในมือเสียจึงจะดีกว่าครับ
ความเสียเปรียบทางด้านการเงินต่อนักธุรกิจต่างชาตินั้น นอกจากจีน มาเลเซีย และสิงคโปร์ ที่รัฐบาลเขาช่วยเหลือเป็นอย่างดีแล้ว เขายังมีโครงการต่างๆ ที่สนับสนุนนักธุรกิจของชาติเขาเข้าไปหาเงินกลับประเทศอีกหลากหลายโครงการ นี่เอาแค่ประเทศคู่แข่งใกล้ๆ บ้านนะครับ ยังมีคู่แข่งที่น่ากลัวไกลบ้านเราอีก เช่น ไต้หวัน ที่นั่นเขาก็มีโครงการหนานเซี่ยง (南向) ซึ่งเขาสนับสนุนด้านการเงินให้กับธุรกิจเอสเอ็มอีของประเทศเขาให้เข้ามาที่ทางทิศใต้ (อาเซียน) ของเขา นักธุรกิจสามารถเขียนโปรเจกต์นำเสนอหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศของเขาได้เลยครับ ยังไม่จบ อาทิตย์หน้าขออนุญาตวิเคราะห์เพิ่มเติมนะครับ







