
คิงออฟโครแอต
ชัยชนะเหนืออาร์เจนตินา 3-0 แสดงให้เห็นแล้วว่า โครเอเชียปีนี้ไม่ได้มาเป็นหมูในอวย แต่พร้อมที่จะกำราบทุกทีม
โดย ชมณัฐ
ชัยชนะเหนืออาร์เจนตินา 3-0 แสดงให้เห็นแล้วว่า โครเอเชียปีนี้ไม่ได้มาเป็นหมูในอวย แต่พร้อมที่จะกำราบทุกทีม และนักเตะที่ได้รับเสียงชื่นชมมากที่สุดคงหนีไม่พ้นกัปตันทีมของพวกเขาอย่าง ลูกา โมดริช ที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของทีม
ดาวเตะวัย 32 ปี คว้าตำแหน่ง “แมน ออฟ เดอะแมตช์” เป็นเกมที่ 2 ติดต่อกันจากฟอร์มอันยอดเยี่ยมยิงนัดละประตูช่วยทีมชนะ ไนจีเรีย 2-0 และถล่ม “ฟ้าขาว” 3-0 พร้อมพาทัพ “โครแอต” คว้าตั๋วสู่รอบน็อกเอาต์ได้สำเร็จ
ด้วยอายุที่มากขึ้น โมดริช ถูกถอยต่ำลงมาเล่นมิดฟิลด์ตัวรับอยู่หน้าแผงหลัง คอยโฮลด์บอลบงการเกมและเป็นกระดูกสันหลังของทีม คล้ายกับสไตล์ของ อันเดรีย ปิร์โล เรจิสตาทีมชาติอิตาลี ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ขัดข้องใจ
ประสบการณ์ที่ล้นกระเป๋าบวกกับทักษะฝึกบอลอันยอดเยี่ยมและมันสมองที่ชาญฉลาดส่งให้สตาร์จาก เรอัล มาดริด เจิดจรัสมากขึ้นในตำแหน่งนี้ โดยเฉพาะเกมรุกที่ตัวเองถนัด ซึ่งสถิติในเกมถล่มฟ้าขาว บ่งบอกถึงความเป็นอัจฉริยะได้อย่างดี เลี้ยงผ่านคู่ต่อสู้ 100% สัมผัสบอล 62 ครั้ง ผ่านบอล 42 ครั้ง สร้างโอกาส 2 ครั้ง โอกาสยิง 2 ครั้ง (เข้ากรอบ 2 ครั้ง) ทำได้ 1 ประตู จากลูกยิงไกลนอกกรอบอันเป็นเอกลักษณ์
ขณะที่เกมรับก็รับผิดชอบได้อย่างไร้ที่ติด เข้าปะทะสำเร็จ 100% ชนะลูกดวลกลางอากาศ 100% แม้จะมีส่วนสูงเพียง 172 ซม. และตัดบอลได้ถึง 3 ครั้ง
เมื่อผสมด้วยเพื่อนร่วมทีมฝีเท้าเก่งกาจอย่าง มาริโอ มานด์ซูคิช อิวาน ราคิติช อิวาน เปริซิช ทำให้ “โครแอต” ชุดนี้ถูกนำไปเปรียบเทียบกับชุดคว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 1998 ที่มีสตาร์ดังอย่าง ดาวอร์ ซูเคอร์ และซโวนิเมียร์ โบบัน ซึ่งหลายคนมองว่าอาจจะดีและไปไกลกว่าด้วยซ้ำ







