posttoday
โกลว์ปันผลไตรมาสแรก1.608บ.

โกลว์ปันผลไตรมาสแรก1.608บ.

23 มิถุนายน 2561

GLOW ประกาศจ่ายปันผลงวดไตรมาสแรกที่ 1.608 บาท ทริสจัดอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้แนวโน้มไม่ชัดเจนรอผู้ถือหุ้นใหม่

GLOW ประกาศจ่ายปันผลงวดไตรมาสแรกที่ 1.608 บาท ทริสจัดอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้แนวโน้มไม่ชัดเจนรอผู้ถือหุ้นใหม่

นายปจงวิช พงษ์ศิวาภัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการเงิน บริษัท โกลว์ พลังงาน (GLOW) อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทไตรมาส 1/2561 ในอัตราหุ้นละ 1.608 บาท/หุ้น ให้กับหุ้นของบริษัทที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด 1,462,865,035 หุ้น โดยจะกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 9 ก.ค. 2561 และจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่ 20 ก.ค. 2561

ขณะที่ทริส เรทติ้ง ประกาศเครดิตพินิจ อันดับเครดิตองค์กร และหุ้นกู้ค้ำประกัน GLOW แนวโน้มยังไม่ชัดเจน สำหรับอันดับเครดิตองค์กรและตราสารหนี้ของ GLOW ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ AA- เนื่องจากเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา บริษัทได้ประกาศว่า บริษัท เอ็นจี้ ผู้ถือหุ้นใหญ่ได้ทำสัญญาซื้อขายหุ้นกับบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) เพื่อที่จะขายหุ้นที่เอ็นจี้ถืออยู่ในบริษัททั้งหมด หรือคิดเป็นสัดส่วน 69.11% ให้แก่ GPSC มูลค่า 9.7 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ธุรกรรมดังกล่าวคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 4 ปีนี้ นอกจากนี้ GPSC จะต้องทำคำเสนอซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมด (เทนเดอร์ ออฟเฟอร์) ของบริษัท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 30.89% มูลค่าประมาณ 4.4 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หลังจากธุรกรรมเสร็จสิ้น GPSC จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ GLOW ทั้งนี้ตามเกณฑ์การจัดอันดับเครดิต Group Rating Methodology ของทริส เรทติ้งนั้น อันดับเครดิตของ GLOW จะถูกจำกัดด้วยอันดับเครดิตของ GPSC

สำหรับการประกาศเครดิตพินิจของบริษัท โกลว์ พลังงาน แนวโน้มเป็นไม่ชัดเจน สะท้อนความไม่แน่นอนของสถานะทางเครดิต เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นอาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ทางธุรกิจและนโยบายการเงินของบริษัท

นอกจากนี้ ทริส เรทติ้ง จะต้องประเมินอันดับเครดิตตามเกณฑ์การจัดอันดับเครดิต Group Rating Methodology โดยทริส เรทติ้ง จะพิจารณาทบทวนเครดิตพินิจอีกครั้ง เมื่อมีข้อมูลครบถ้วน

อย่างไรก็ดี GLOW มีกำไรสุทธิ 2,614 ล้านบาท ในไตรมาสแรกปี 2561 เพิ่มขึ้น 38% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 35% จากไตรมาสแรก หากไม่รวมกำไรค่าเงิน 388 ล้านบาท กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 2,226 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 28% จากไตรมาสแรก จากรายได้ค่าไฟฟ้าลดลง 1% จากไตรมาสแรก แต่เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) มองแนวโน้มไตรมาส 2 ปี 2561 ยังดีกำไรปกติปรับขึ้นจากไตรมาสแรก เพราะเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูร้อนที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ตามปัจจัยฤดูกาลของโรงไฟฟ้าอิสระคาดว่ากำไรปี 2561-2562 จะชะลอตัว เพราะรายได้ค่าไฟฟ้ามีแนวโน้มลดลง เป็นไปตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ลดลงและไม่มีกำลังการผลิตใหม่เพิ่มเติมดังนั้นจึงประเมินกำไรปี 2561-2562 ไว้ที่ 8,141-7,892 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 5.56-5.39 บาท ตามลำดับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท