
บีโอไอหนุนเอสเอ็มอีลงทุน
บีโอไอมั่นใจยอดขอรับส่งเสริมปี 2561 แตะ 7.2 แสนล้าน
บีโอไอมั่นใจยอดขอรับส่งเสริมปี 2561 แตะ 7.2 แสนล้าน กลุ่มเอสเอ็มอีขอเพิ่มกว่า 2,000 ล้าน เร่งหนุน
นายโชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยในงานสัมมนา พลังขับเคลื่อน SMART SMEs : Your Success Story Begins ว่า บีโอไอมีความมั่นใจว่ายอดขอรับส่งเสริมการลงทุนในปี 2561 จะอยู่ที่ 7.20 แสนล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้ จึงประเมินช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้จะมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง และเป็นการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ส่วนดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับขึ้นช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะไม่กระทบต่อภาคเอกชนที่จะตัดสินใจลงทุนจากหลายปัจจัย
สำหรับโครงการที่ขอรับส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มีมูลค่ารวมประมาณ 1.65 แสนล้านบาทแล้ว โดยมีทั้งเป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมอากาศยาน เครื่องมือทางการแพทย์ สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ และที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ออฟธิงส์ หรือไอโอที ส่วนช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ ยอดการขอรับส่งเสริมการลงทุนอยู่ที่ 2.05 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 100% หรือเกือบสองเท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ บีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการส่งเสริมเอสเอ็มอีแล้ว 10 โครงการ เงินลงทุนรวม 473 ล้านบาท มีทั้งการลงทุนกิจการผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง กิจการกลุ่มเกษตรกรรมและผลผลิตจากการเกษตร และมีผู้ประกอบการขอรับส่งเสริมการลงทุนในอีอีซี ทั้งอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ชิ้นส่วนยานยนต์ ทำให้มั่นใจว่าในปี 2561 ยอดการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจะเพิ่มมากขึ้น จากปีก่อนที่มีจำนวน 110 โครงการ มูลค่ารวม 2,352 ล้านบาท
ทั้งนี้ บีโอไอพร้อมที่จะส่งเสริมแก่ภาคธุรกิจเอสเอ็มอีในการลงทุนอย่างครบวงจร ทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีนำเข้าวัตถุดิบและเครื่องจักร รวมถึงการส่งเสริมด้านการตลาดและจับคู่ทางธุรกิจแบบครบวงจร รวมถึงการให้สิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมกว่า 200 ประเภทกิจการ และมีเงื่อนไขผ่อนปรน ทั้งเงินลงทุนขั้นต่ำ 5 แสนบาท และผ่อนปรนให้ใช้เครื่องจักรในโรงงานเก่าได้
นายโชคดี กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีปัญหาการลักลอบขยะเข้ามาในประเทศไทยว่ายังไม่มีโครงการของบริษัทที่ได้รับสิทธิจากบีโอไอที่มีปัญหาดังกล่าว โดยโครงการที่ได้รับสิทธิจากบีโอไอเป็นโรงงานรีไซเคิลพลาสติก ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการและได้รับสิทธิตั้งแต่เดือน เม.ย. 2561 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ บีโอไอจะให้ความเข้มงวดในการตรวจสอบบริษัทที่ได้รับสิทธิ ทั้งรีไซเคิล พลาสติก และรีไซเคิลขยะทั่วไป
ที่ผ่านมามีภาคเอกชนเข้ามาขอรับสิทธิส่งเสริมการลงทุน ทั้งบริษัท รีไซเคิลพลาสติกรวมแล้ว 35 โครงการ และรีไซเคิลขยะทั่วไปรวมแล้ว 39 โครงการ ซึ่งเฉลี่ยแล้วปีละประมาณ 1-2 บริษัท ขณะเดียวกันการจะได้รับสิทธิดังกล่าวจะต้องเป็นขยะจากในประเทศ และเป็นขยะที่อยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมภายในพื้นที่ของบริษัทเท่านั้น หากพบการมีปัญหาก็จะถูกเพิกถอนสิทธิประโยชน์จากบีโอไอทันที
นอกจากนี้ บีโอไอยังมีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบในบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตเป็นประจำในระยะ 6 เดือน หรือ 1 ปี อีกทั้งการลงทุนในพื้นที่อีอีซีจะเป็นอุตสาหกรรมสะอาดและใช้เทคโนโลยีสูง จึงจะไม่เกิดปัญหาด้านขยะตามมาอย่างแน่นอน ส่วนขยะที่นำมาจากต่างประเทศ หากต้องการนำเข้าประเทศไทยจะต้องขอใบอนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรม







