posttoday
ดึงต่างชาติลงทุน CLMVT เปรย ก.ย.นี้ให้คำตอบการเมือง

ดึงต่างชาติลงทุน CLMVT เปรย ก.ย.นี้ให้คำตอบการเมือง

23 มิถุนายน 2561

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษแก่สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ขณะเดินทางเยือนกรุงลอนดอน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษแก่สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ขณะเดินทางเยือนกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โดยเน้นย้ำความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนต่างชาติท่ามกลางความกังวลเรื่องความเสี่ยงทางการเมืองไทยที่อาจเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้ความสำคัญกับการค้าและการลงทุนจากอังกฤษและฝรั่งเศส ภูมิภาคเอเชียนั้นมีทั้งห่วงโซ่คุณค่าและห่วงโซ่อุปทานที่พร้อมรองรับการเชื่อมโยงประเทศอื่นกับไทย ไม่เพียงเฉพาะไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเชื่อมนักลงทุนกับกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวีที : CLMVT) ภายใต้กรอบความร่วมมือในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง(ACMECS) โครงการดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้กับบรรดานักลงทุนและเพิ่มศักยภาพให้กับประเทศในภูมิภาค

หากพิจารณาภูมิศาสตร์ของไทย จะพบว่า ไทยตั้งอยู่ใจกลางของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งได้เปรียบในการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงยุทธศาสตร์ “ไทยแลนด์ พลัส วัน : Thailand Plus One) ที่ใช้กรุงเทพฯ เป็นประตูสู่การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน ยกตัวอย่าง เช่น ไทยจะเป็นจุดเชื่อมโยงนักลงทุนไปยังประเทศลาว เมียนมา กัมพูชา และเวียดนาม โดยภูมิภาคเอเชียถูกจับตามองในฐานะภูมิภาคที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว อ้างอิงจากตัวเลขจีดีพีล่าสุดที่โตถึง 6.8%

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ มั่นใจว่า ยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะสอดคล้องกับนโยบายของ เทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ โดยไทยกับสหราชอาณาจักรมีความร่วมมือทวิภาคีด้านการค้าและการลงทุนควบคู่ไปกับความร่วมมือระดับพหุภาคีด้านเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและประเทศอื่นในภูมิภาค

ในแง่ของความเสี่ยงต่างๆ ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนนั้น พล.อ.ประยุทธ์ เน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับความเสี่ยงต่างๆ โดยเฉพาะความเสี่ยงทางการเมือง รัฐบาลจึงเร่งปฏิรูปการเมืองและการเลือกตั้งควบคู่ไปกับยุทธศาสตร์ 20 ปี (2561-2580) เป็นครั้งแรกที่ไทยประกาศใช้ยุทธศาสตร์พัฒนาชาติระยะยาว ซึ่งจะช่วยป้องกันวงจรอุบาทว์ทางการเมืองและลดความเสี่ยงทางการเมืองด้วย

นายกฯ ยังย้ำว่า รัฐบาลได้ทำสุดความสามารถเพื่อบรรลุข้อตกลงต่างๆ ระหว่างไทยและต่างชาติ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคนไทย เราจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน รับผิดชอบร่วมกัน ต้องทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจให้เอื้อต่อการลงทุน เพื่อให้แน่ใจว่าระบบเศรษฐกิจจะพัฒนาครอบคลุมทั่วประเทศและทุกภาคส่วนจะเข้าถึงผลประโยชน์

จุดแข็งของไทย คือ ภาคการท่องเที่ยว ไทยจำเป็นต้องโปรโมทการท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศ ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวอังกฤษกว่า 1 ล้านคน/ปี เดินทางมายังประเทศไทย และนักท่องเที่ยวไทยราว 1 แสนคน เดินทางไปยังอังกฤษ เราจำเป็นต้องทำงานร่วมกันและรักษาตัวเลขนักท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ

การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวไทยในอังกฤษนั้น รัฐบาลทั้งสองประเทศจำเป็นต้องร่วมมือกันเพิ่มการลงทุนในไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ ส่งผลให้คนไทยมีศักยภาพในการใช้จ่ายมากขึ้นในอังกฤษ

นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้ตอบคำถามเรื่องอนาคตทางการเมืองของตนเองว่ากำลังพิจารณาอยู่ว่าจะลงเล่นการเมืองเพื่อสานต่อนโยบายที่ได้ทำไว้ไปสู่รัฐบาลใหม่หรือไม่ โดยน่าจะให้คำตอบได้ในช่วงเดือน ก.ย.นี้

“เรื่องนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับประชาชนคนไทย ตอนที่ผมเดินทางไปเยือนหลายประเทศ มีคนไทยบางส่วนที่ได้พบปะกัน บอกว่าอยากเห็นความต่อเนื่องในนโยบายผมต่อ บางทีผมอาจจะให้คำตอบคุณได้ช่วงเดือน ก.ย. ตอนนั้นผมอาจจะมีความชัดเจนมากขึ้นแล้ว ตอนนี้ยังพอมีเวลาคิดอยู่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท