
มองตราบนกล่องเครื่องดื่ม สร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ป่าปลูกอย่างรับผิดชอบ
ผู้นำด้านกระบวนการผลิตและบรรจุอาหารระดับโลก ร่วมกับองค์การจัดการด้านป่าไม้
โดย วราภรณ์
ผู้นำด้านกระบวนการผลิตและบรรจุอาหารระดับโลก ร่วมกับองค์การจัดการด้านป่าไม้ (Forest Stewardship Council) หรือ FSC และ WWF ประเทศไทย ชักชวนคนไทย มองตรา ร่วมค้นหาป่า FSC ณ จ.ราชบุรี
เน้นสร้างความเข้าใจถึงความสำคัญต่อการจัดการป่าไม้อย่างรับผิดชอบ พร้อมพูดคุยกับเกษตรกรไทยสมัยใหม่ถึงประโยชน์ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับคำมั่นสัญญาในการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่ว่า “ปกป้องทุกคุณค่า” หรือ (PROTECTS WHAT’S GOOD) เพียงแค่มองหาตรา “เต็ดตรา แพ้ค” (Tetra Pak) และฉลาก FSC บนกล่องเครื่องดื่มผู้บริโภคก็สามารถมั่นใจได้ว่าได้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดต่อตนเองคนที่รักและสิ่งแวดล้อม
พนมศักดิ์ พรสุขสว่าง เกษตรกรชาวจังหวัดราชบุรี เจ้าของป่าปลูกเชิงพาณิชย์ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน FSC บอกว่า เริ่มปลูกต้นยูคาลิปตัสมาตั้งแต่ปี 2535 เพราะประสบปัญหาเรื่องแรงงาน คนส่วนมากเดินเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมเป็นหลัก บวกกับวิกฤตการณ์ภัยแล้ง พอทราบว่า ยูคาลิปตัสทนแล้ง ปลูกง่าย ขายได้ จึงใช้ที่ดินประมาณ 190 ไร่ ปลูกยูคาลิปตัสเกือบทั้งหมด ผสมผสานกับการปลูกอ้อย ทำให้เมื่อมีผลผลิตก็ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น
“เรื่องแรกเมื่อเรามีการวางแผนการจัดเวลาได้ เวลาส่วนที่เหลือก็ไปทำอย่างอื่นได้ พักผ่อนได้ อีกเรื่องที่สำคัญในอดีตผมใช้รถไถเล็กตัดหญ้า ส่วนตรงโคนต้นยูคาลิปตัสที่ตัดไม่ได้ ผมจะใช้ยาฆ่าหญ้าฉีด หลังจากมีความรู้เรื่องหลักการ FSC ผมจึงเปลี่ยนจากการใช้สารเคมีมา
เป็นใช้แรงงานคนแทน สุขภาพเราก็ดีขึ้นเพราะไม่ได้ใช้สารเคมี สมัยก่อนไร่ผมไม่มีผึ้ง ไม่มีแมลงเลย สัตว์ใหญ่ก็ไม่มี หลังๆ ก็มีแล้ว ดีต่อทั้งผมทั้งลูกน้องและสิ่งแวดล้อมใกล้ๆ ตัว”
เจฟ ฟิลโคว รองประธานบริหารฝ่ายสิ่งแวดล้อม บริษัท เต็ดตรา แพ้ค เอเชีย กล่าวว่า เล็งเห็นถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม จึงร่วมมือกับลูกค้าในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม หน่วยงาน องค์กร ภาครัฐ ชุมชนริเริ่มโครงการรณรงค์ต่างๆ ทั้งการสร้างความตระหนักถึงเรื่องการใช้วัตถุดิบในการทำกล่องเครื่องดื่มที่มาจากป่าที่ผ่านการจัดการอย่างรับผิดชอบ
ไปจนถึงโครงการรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มที่ใช้แล้วทำเป็นหลังคาบ้านเพื่อมอบแก่ผู้ขาดแคลนมาเป็นเวลาหลายปี ด้วยความเชื่อมั่นว่าการดูแลสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนนั้น ย่อมมาจากความร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งของทุกฝ่าย
“เราอยากเชิญชวนให้ทุกคนที่ต้องการทำอะไรเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างง่ายๆ หันมามองตราก่อนเลือกซื้ออาหารและเครื่องดื่มที่ติดฉลาก FSC ที่ได้มาจากองค์การจัดการด้านป่าไม้ ซึ่งได้รับการยอมรับในฐานะมาตรฐานรับรองการบริหารจัดการป่าไม้ระดับสากลที่เข้มแข็งที่สุดในโลก จึงเป็นหนึ่งในเครื่องยืนยันที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคว่ากล่องบรรจุอาหารและเครื่องดื่มในมือมาจากผู้ผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยเลือกใช้วัตถุดิบที่มาจากป่าไม้ที่ผ่านการบริหารจัดการอย่างรับผิดชอบ”
นอกจากความร่วมมือกับลูกค้าในการส่งเสริมการติดฉลาก FSC แล้ว ยังร่วมกับองค์กร FSC ในภูมิภาค และ WWF ประเทศไทย อีกหนึ่งองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศในการทำการสื่อสารเชิงรุก รณรงค์สร้างความตระหนักถึงประโยชน์ของฉลาก FSC ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ
รวมถึงให้ความรู้ว่าการจัดการป่าอย่างรับผิดชอบตามมาตรฐาน FSC นั้นต้องผ่านหลักการถึง 10 ข้อ และต้องมีองค์กรอื่นๆ ที่ร่วมนำหลักการมาแปลงเป็นภาคปฏิบัติ แม้ประเภทกระดาษที่สามารถนำมาใช้ทำกล่องอาหารและเครื่องดื่มยังต้องนำมาจากป่าปลูกเชิงพาณิชย์หลักๆ ในยุโรปและอเมริกา
แต่ในประเทศไทยก็ได้มีการนำหลักการและมาตรฐานของ FSC มาใช้บริหารจัดการป่าปลูกชุมชน และป่าปลูกเชิงพาณิชย์สำหรับผลิตภัณฑ์อื่นๆ อย่างประสบความสำเร็จแล้ว
เป็นที่รู้กันดีว่า สภาพการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ด้วยวิกฤตการณ์โลกร้อนที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ทำให้เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
อย่างไรก็ดี การสร้างความตระหนักถึงเรื่องการใช้วัตถุดิบในการทำกล่องเครื่องดื่มที่มาจากป่าที่ผ่านการจัดการอย่างรับผิดชอบ ต้นไม้แต่ละต้นที่นำมาทำกล่องน้ำล้วนนำมาจากป่าปลูกเชิงพาณิชย์ถือเป็นการให้ทั้งอาชีพ ไปจนถึงมีการรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มที่ใช้แล้วนำไปทำหลังคาบ้านเพื่อมอบแก่ผู้ขาดแคลนมาเป็นเวลาหลายปี







