posttoday
สหรัฐแย้มตั้งภาษีจีนก๊อก2

สหรัฐแย้มตั้งภาษีจีนก๊อก2

16 มิถุนายน 2561

สหรัฐเตรียมเผยรายชื่อสินค้าจีนโดนภาษีรอบ 2 คิดเป็นกว่า 3 ล้านล้าน หลังทรัมป์ไฟเขียวภาษีล็อตแรก

สหรัฐเตรียมเผยรายชื่อสินค้าจีนโดนภาษีรอบ 2 คิดเป็นกว่า 3 ล้านล้าน หลังทรัมป์ไฟเขียวภาษีล็อตแรก

สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ระบุว่าเตรียมจะเปิดเผยรายชื่อสินค้าจีนที่จะตั้งภาษีเพิ่มอีกเป็นรอบที่ 2 ครอบคลุมสินค้าราว 284 รายการ

รอยเตอร์สรายงานว่า สินค้ากลุ่มดังกล่าว คาดว่าคิดเป็นมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.2 ล้านล้านบาท) หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ อนุมัติการตั้งภาษีรอบแรกที่อัตรา 25% กับสินค้าจีนราว 818 รายการ คิดเป็น 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.1 ล้านล้านบาท) เมื่อวานนี้ โดยเน้นสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี ที่เป็นผลผลิตสำคัญจากแผนยุทธศาสตร์ เมดอินไชน่า 2025 ของจีนเป็นหลัก

แหล่งข่าวเปิดเผยกับรอยเตอร์สว่า สำหรับรายชื่อสินค้ารอบ 2 นั้น จะเน้นที่สินค้าอุปโภคบริโภคจากจีนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสินค้าจีนกลุ่มดังกล่าวจะคิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 33% ของการนำเข้าทั้งหมดของสหรัฐ เพื่อให้สหรัฐสามารถหันไปนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้จากประเทศอื่นๆ มาทดแทนได้ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับภาคธุรกิจและผู้บริโภคสหรัฐ

ทั้งนี้ รอยเตอร์สรายงานอ้างข้อมูลจากรัฐบาลว่า สินค้าที่เข้าข่ายถูกตั้งภาษีรอบที่ 2 มีจำนวนประมาณ 7,600 รายการ โดยหากมีการเปิดเผยรายชื่อแล้ว จะเปิดให้สาธารณชนแสดงความเห็นได้ก่อนเช่นเดียวกับรายชื่อสินค้ารอบแรก โดยคาดว่ากว่ารายชื่อรอบ 2 จะมีผลบังคับใช้จริงอาจใช้เวลานานกว่า 60 วัน

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยประกาศเมื่อเดือน เม.ย.ว่า ได้สั่งให้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) พิจารณามาตรการตั้งภาษีเพิ่มเติมกับสินค้าจีนมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อตอบโต้ที่จีนจะตั้งภาษีตอบโต้กับสินค้าสหรัฐเช่นกัน ครอบคลุมสินค้าเกษตรเป็นหลัก คิดเป็นมูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.6 ล้านล้านบาท)

ด้าน คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เตือนว่า การตั้งกำแพงภาษีกับบรรดาประเทศคู่ค้าของสหรัฐจะบั่นทอนระบบการค้าโลก เนื่องจากจะทำให้ประเทศอื่นๆ เตรียมออกมาตรการตอบโต้เช่นกัน

“เราอย่าได้ประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคต่ำเกินไป” ลาการ์ดกล่าวพร้อมเสริมว่า ผลกระทบจะยิ่งรุนแรงหากคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐ เช่น แคนาดาหรือเยอรมนี ดำเนินการตอบโต้ โดยสถานการณ์ดังกล่าวจะมีแต่ผู้แพ้ทั้งคู่ ไม่มีฝ่ายใดชนะ

ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟเสริมว่า บรรยากาศการค้าที่ตึงเครียดจะบั่นทอนการลงทุนทั่วโลกลง แม้ขณะนี้ยังยากที่จะประเมินผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจ เนื่องจากต้องพิจารณาจากระยะเวลา และขอบเขตการตั้งภาษีตอบโต้ของประเทศคู่ค้าต่างๆ ก่อน

“ด้วยเหตุนี้เราจึงสนับสนุนให้สหรัฐทำงานร่วมกับประเทศคู่ค้าในเชิงสร้างสรรค์ เพื่อคลี่คลายความไม่ลงรอยทางการค้าและการลงทุน โดยไม่ต้องใช้มาตรการภาษีหรืออุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี” ลาการ์ด กล่าว

สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐนั้น ไอเอ็มเอฟระบุว่า วงจรการตอบโต้กันทางการค้าจะฉุดการลงทุนในประเทศและทั่วโลก ทำให้ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงักลง และบั่นทอนระบบสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการจ้างงานในสหรัฐ แม้ว่าสหรัฐคาดว่าจะได้รับปัจจัยหนุนเศรษฐกิจระยะสั้นจากการผ่านกฎหมายปฏิรูปภาษี ที่ลดภาษีให้นิติบุคคลเป็นหลักก่อนหน้านี้ก็ตาม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท